|
CAT CDMA บุกตลาดไฮสปีดเน็ต เปิดตัว"MiFi"เน็ตไร้สายขนาดพกพา |
|
|
|
|
ศุกร์, 12 กุมภาพันธ์ 2010 |
|

"แคทซีดีเอ็มเอ" เกาะกระแสเน็ตไร้สาย บูมเปิดตัว "มายไฟ" ฮอตสปอตไฮเทคเซิร์ฟเน็ต 3.1 Mbps พร้อมกัน 5 คน จ่ายแค่ 990 บาทต่อเดือน เจาะตลาดโฮมยูส เอสเอ็มอี ตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าดาต้าอีกแสนรายภายในปีนี้ พร้อมขนเซอร์วิสพิเศษเฉพาะกลุ่ม ขยายฐานลูกค้าองค์กรแบงก์ โรงพยาบาล หวังดันยอดลูกค้าเพิ่ม 300% ฟันรายได้สิ้นปี 1,800 ล้านบาท
สมรภูมิอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงคึกคักสุดขีด หลังค่ายมือถือตบเท้าเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการในการใช้งานมีอีกมาก ซึ่งไม่รู้ต้องรอถึงเมื่อไรจะลากสายไปถึงเทคโนโลยีไร้สายผ่านเครือข่ายมือถือ จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจมากขึ้น แม้ในแง่ความเร็วแล้ว "3G" ของทีโอทีจะเหนือกว่า Edge/GPRS ของค่ายอื่น แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ การให้บริการตลาดจึงยังเปิดกว้างอยู่มาก
ล่าสุด บมจ.กสท โทรคมนาคมเปิดตัว "MiFi" (มายไฟ) อุปกรณ์กระจายสัญญาณไวไฟแบบเคลื่อนที่ คิดค่าบริการ 990 บาท/เดือน ใช้ได้ไม่จำกัด
โดยนายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์สื่อสารไร้สาย บมจ.กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า โนวาเทล ไวร์เลส มายไฟ 2200 หรือ "MiFi" จะรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจากโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ "แคทซีดีเอ็มเอ" แล้วแปลงเป็นสัญญาณไวไฟ ทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊ก, เน็ตบุ๊ก, ไอพอด, ไอโฟน และอื่น ๆ เชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา
"มายไฟต่างจากเราเตอร์ทั่วไป คือพกพา ได้สะดวก เป็นโมบายเราเตอร์อย่างแท้จริง ด้วยขนาดเท่าเครดิตการ์ด น้ำหนักแค่ 59 กรัม มีแบตเตอรี่ในตัว ใช้ต่อเนื่องได้ 4 ชั่วโมง ด้วยโครงข่ายแคทซีดีเอ็มเอที่ครอบคลุม 51 จังหวัด เพียงกดปุ่มเปิดมายไฟ ก็จะใช้ไวไฟท่องอินเทอร์เน็ตบนอุปกรณ์ที่หลากหลายได้ทันที ด้วยความเร็วสูงสุด 3.1 Mbps ใช้งานพร้อมกันได้ 5 คน ในรัศมี 10 เมตร โดยไม่ต้องลงโปรแกรมอะไรเพิ่มเติม ที่สำคัญคือจ่ายค่าอินเทอร์เน็ตรายเดือนเพียง 990 บาท ใช้งานได้ถึง 5 คน โดยไม่จำกัดชั่วโมงการใช้งาน"
ทั้งนี้ การเปิดจำหน่ายโนวาเทล ไวร์เลส มายไฟ 2200 ถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในเอเชีย หลังจากบริษัท โนวาเทล ไวร์เลส ได้เปิดจำหน่ายครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
"ช่วงเปิดตัว แคทซีดีเอ็มเอมอบสิทธิพิเศษให้ โดยวางราคามายไฟที่ 8,900 บาท จากปกติ 9,900 บาท ถ้าซื้อภายใน 31 มี.ค. 2553 วางจำหน่ายที่ศูนย์บริการลูกค้า 51 จังหวัดทั่วประเทศ หรือโทร.สอบถามได้ที่แคทคอนแท็กต์เซ็นเตอร์ 1322"
นายดนันท์กล่าวต่อว่า ด้วยแนวโน้มการใช้ดาต้าที่เพิ่มมากขึ้น และการเพิ่มขึ้นของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่รองรับการใช้อิน เทอร์เน็ตไร้สายอย่างไวไฟ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง ดิจิทัล, พรินเตอร์, เครื่องเล่นเอ็มพี 3, ไอพอด และสมาร์ทโฟน เป็นต้น ที่ราคามีแนวโน้มลดลง ทำให้เกิดความต้องการในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไร้สายมากขึ้น
ด้านนายวงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจสื่อสารไร้สาย บริษัทเดียวกัน กล่าวด้วยว่า อยู่ระหว่างการเจรจากับร้านค้าไอที เพื่อออกแพ็กเกจขายคู่ไปพร้อมโน้ตบุ๊ก หรือเน็ตบุ๊ก คาดว่าจะมี ยอดขายถึง 20,000 เครื่องภายในปีนี้ สำหรับฐานลูกค้าแคทซีดีเอ็มเอ ปัจจุบันมี 360,000 คน เป็นผู้ใช้ดาต้าอย่างเดียว 3-4 หมื่นราย ซึ่ง กสทฯจะนำนวัตกรรมใหม่ที่รองรับการใช้ดาต้า รวมถึงบริการเสริมอย่างวิดีโอสตรีมมิ่ง และการพัฒนาแพ็กเกจ การใช้อินเทอร์เน็ตแบบพรีเพด ใช้ได้ไม่จำกัด ทั้งรายวันและรายเดือน คาดว่าจะเปิดตัวได้เร็ว ๆ นี้ เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เพิ่มขึ้น ตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าที่ใช้เฉพาะดาต้าอีก 100,000 ราย จากเป้ารวมของแคทซีดีเอ็มเอที่ 700,000 ราย ทำรายได้ให้ราว 1,800 ล้านบาท เพิ่มจาก 1,165 ล้านบาทในปีก่อน
ขณะเดียวกัน ได้พัฒนาแอปพลิเคชั่นสำหรับลูกค้าองค์กร โดยเฉพาะด้านการแพทย์และธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีซีดีเอ็มเอใช้ส่งข้อมูลธุรกรรมจากตู้เอทีเอ็มไปยังศูนย์ไอทีของธนาคาร, การรักษาความปลอดภัยผ่านกล้องซีซีทีวี, การรับส่งข้อมูลผู้ป่วยฉุกเฉินแบบเรียลไทม์ มีหลายโรงพยาบาลนำไปใช้แล้ว คาดในปีนี้จะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ารายอื่นอีก ซึ่งตนมั่นใจว่าจะมีลูกค้าองค์กรเพิ่มขึ้น 300% จากเดิมมีราว 1,000 เลขหมาย
"ในแง่การลงทุน ปีนี้จะสร้างสถานีฐานเพิ่มเติมอีก 300 แห่ง เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ 90% ของประเทศ จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 1,600 สถานีฐาน และจะเพิ่มอีก 500 แห่ง ใน 1-2 ปี ด้วยงบฯลงทุนราว 3,800 ล้านบาท ซึ่งกำลังรอให้ ครม.อนุมัติ"



Trackback(0)
|