|
ตีแผ่ ต้นทุน "ไอแพด" แอปเปิ้ล กำไรมโหฬาร |
|
|
|
|
อาทิตย์, 14 กุมภาพันธ์ 2010 |
|
ตีแผ่ต้นทุนไอแพด (iPad) ซุปเปอร์แกดเก็ทตัวใหม่ล่าสุดจากแอปเปิ้ล พบมาร์จิ้นหรือส่วนต่างกำไรมโหฬาร เชื่อแอปเปิ้ลมีช่องว่างโอ่โถงพอที่จะปรับลดราคา หากสินค้าใหม่ไม่กระแทกใจผู้บริโภคเท่าที่เคยทำได้ เหมือนครั้งเปิดตัวไอพอด และไอโฟน

แม้จะไม่ได้มีสายสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องใดๆ กับการผลิตไอแพด (iPad) สุดยอดแกดเก็ท (Gadget) ตัวใหม่ล่าสุดที่แอปเปิ้ล อิงค์เพิ่งเปิดตัวไป แต่บริษัทวิจัย iSuppli ซึ่งพินิจพิเคราะห์ สเปกและรูปลักษณ์ของไอแพดจากการเปิดตัวเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ประเมินต้นทุนออกมาแล้วว่า ไอแพดโมเดลที่ถูกที่สุด ด้วยหน่วยความจำ 16 GB ไม่รองรับ 3 จีนั้น มีต้นทุนวัสดุอยู่ที่เครื่องละ 219.35 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 7,300 บาทที่อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 33.40 บาทต่อเหรียญฯ) ส่วนต้นทุนว่าจ้างโรงงานผลิตอยู่ที่เครื่องละ 10 เหรียญฯ เมื่อเทียบกับราคาขายที่แอปเปิ้ลเคาะออกมาที่ 499 เหรียญฯ (ประมาณ 16,700 บาท)

ขณะที่เครื่องหน่วยความจำ 16 GB ที่รองรับ 3 จี มีต้นทุนวัสดุอยู่ที่ประมาณ 246.45 เหรียญฯ ต้นทุนการผลิตที่ 11.20 เหรียญฯ ราคาขายเครื่องละ 629 เหรียญฯ
ส่วนไอแพดรุ่นที่แพงที่สุด หน่วยความจำ 64 GB ไม่รองรับ 3 จี มีต้นทุนวัสดุที่ 307.85 เหรียญฯ ค่าแรง 10 เหรียญฯ ราคาขายเคาะที่เครื่องละ 699 เหรียญฯ ส่วนรุ่นรองรับ 3 จี มีต้นทุนวัสดุที่ 334.95 เหรียญฯ ค่าแรง 11.20 เหรียญฯ ราคาขายเครื่องละ 829 เหรียญฯ

รุ่นที่ iSuppli ประเมินว่าจะเป็นรุ่นที่ทำกำไรได้สูงที่สุด เป็นรุ่นหน่วยความจำ 32 GB รองรับ 3 จี ด้วยต้นทุนราคาวัสดุและค่าผลิตที่เครื่องละ 287.15 เหรียญฯ หรือแค่ ประมาณ 39% ของราคาขายปลีกที่กำหนดไว้ 729 เหรียญฯ ส่วนเครื่องที่ไม่รองรับ 3 จี ราคาขายปลีกอยู่ที่ 599 เหรียญฯ โดยอุปกรณ์ที่ต้นทุนสูงที่สุดคือหน้าจอทัชสกรีน ราคาอยู่ที่ประมาณ 80 เหรียญฯ

อย่างไรก็ตาม หลัง iSuppli เปิดเผยต้นทุนออกมา ทางแอปเปิ้ล อิงค์ไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ แต่ก็ยังมีแนวร่วมของแอปเปิ้ลที่ไม่เห็นด้วยต่อต้นทุนดังกล่าว โดยนายเจฟฟ์ ออร์ นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัย ABI ระบุว่า ต้นทุนประเมินมีแนวโน้มต่ำกว่าต้นทุนจริง iSuppli แค่กะคร่าวๆ
จากสเปกและรูปลักษณ์ที่เห็น ยังไม่ได้พินิจพิเคราะห์ อย่างละเอียด และยังไม่รู้ ว่าผู้ผลิตจะเป็นใคร

"การประเมินผลกำไรเป็นเรื่องยาก เพราะการแยกแยะต้นทุนสินค้ามีรายละเอียดที่หลากหลาย โดยธรรมชาติของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีส่วนต่างกำไรที่ต่ำมาก เนื่องจากการแข่งขันสูง"
ทั้งนี้ข่าวเรื่องมาร์จิ้นส่วนต่างกำไรของไอแพด นั้นเปิดเผยไล่เลี่ยกับผลวิจัยที่สำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคก่อนและหลังการเปิดตัวไอแพด พบว่าหลังเปิดตัวจำนวนผู้บริโภคที่ตอบแบบสอบถามไม่สนใจจะซื้อไอแพดไว้ใช้ มีเพิ่มสูงขึ้นเป็น 52% จาก 26% ก่อนการเปิดตัว และนั่นเป็นที่มาที่ว่าหากแอปเปิ้ลมีมาร์จิ้นสูงพอ ก็อาจทำให้สามารถปรับลดราคาเครื่องไอแพดลงมาได้อีก หากเปิดขายแล้วลูกค้าไม่ฮือฮาเท่าที่ควร
Trackback(0)
|