เครือข่ายไร้สาย ไวแม็กซ์ PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
อาทิตย์, 15 มิถุนายน 2008

เทคโนโลยี “ไวแม็กซ์” เป็นเครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย ที่ถูกจับตามองกันว่าเป็นเทคโนโลยีที่จะมาแรง และเป็นที่นิยมใช้งานเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในอนาคตอันใกล้นี้ ในบ้านเราก็ไม่ใช่เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะมีบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งได้ทดลองให้บริการกันแล้ว

 

โลกไร้สายถูกพัฒนาเพื่ออำนวยความสะดวกกับการสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัด ไวแม็กซ์ที่มาจากคำว่า WiMax (Worldwide Interoperabilly for Microwave Access) ก็เช่นเดียวกันเป็นเทคโนโลยีพัฒนาจากบรอดแบนด์ ปัจจุบันที่เชื่อมต่อผ่านสายแลน ที่ถูกกำหนดให้มีมาตรฐานไร้สายจากสถาบันวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

ตามสเปกของไวแม็กซ์สามารถส่งสัญญาณไร้สายครอบคลุมรัศมีประมาณ 50 กิโลเมตร ส่งสัญญาณความเร็วกว่าเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 3 จี ถึง 30 เท่าสามารถส่งข้อมูลมัลติมีเดียทั้งภาพและเสียงที่ความเร็ว 75 เมกะบิตต่อวินาทีพร้อมทั้งทะลุทะลวงสิ่งกีดขวาง ไม่ว่าจะเป็นตึกอาคารบ้านเรือนและต้นไม้

อย่างไรก็ตาม มีเสียงเตือนจากบริษัทผู้ให้บริการว่า เทคโนโลยีนี้มีข้อจำกัดในทางปฏิบัติจริงนั่นก็คือ หากรับสัญญาณไร้สายจากสถานีฐานห่างเกิน 2 กิโลเมตรก็ไม่สามารถใช้งานท่องอินเตอร์เน็ตได้แล้ว ยิ่งการใช้งานภายในอาคารด้วยแล้วรัศมีจะถูกร่นมาที่ระยะห่างที่ 400 เมตรเท่านั้น ซึ่งไม่แตกต่างจากเครือข่ายไร้สายไว-ไฟ เท่าใดนัก รวมทั้งการใช้งานด้าน VoIP หรือการโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ตแทบเป็นไปไม่ได้


ความคืบหน้าล่าสุดบริษัทยักษ์ใหญ่ ได้รวมตัวกันเป็นพันธมิตร เพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีไวแม็กซ์ แจ้งเกิดให้ได้เร็วขึ้นด้วยการตั้งเป็นพันธมิตรสิทธิบัตรเปิดหรือที่เรียกว่า Open Patent Alliance WiMax นำโดยอินเทล, เคลียร์ไวร์, อัลคาเทล-ลูเซ่น, ซิสโก้, ซัมซุงและสปรินท์เพื่อมุ่งพัฒนาไวแม็กซ์

บนเครือข่าย 4 จี เปิดโอกาสให้บริษัทที่สนใจสามารถนำสิทธิบัตรเหล่านี้ไปใช้ได้ในราคาที่สมเหตุสมผล สร้างความได้เปรียบกับเทคโนโลยีคู่แข่งในอนาคต และจะช่วยให้การสร้างเครือข่ายมีราคาถูกและง่ายขึ้น

อีกเหตุผลสำคัญที่หยิบยกมาเพราะเครือข่ายระบบ 3 จีมีหลายบริษัทพัฒนาขึ้นมาไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ แต่ละบริษัทเก็บค่าสิทธิบัตรแยกกันทำให้ บริษัทสื่อสารที่ติดตั้งระบบนี้มีต้นทุนที่สูงมาก

การรวมตัวครั้งนี้ทำให้ไวแม็กซ์ดูว่าจะมีความได้เปรียบดีกว่าคู่แข่ง LTE : Long Term Evolution นำโดยโนเกีย ซีเมนส์, โซนี่ อีริคสัน, เน็กซ์เวฟไวร์เลสและอัลคาเทล-ลูเซ่น ซึ่งยังตกลงเรื่องสเปกกันไม่ได้อยู่ขณะที่ผู้บริหารของอินเทลเองได้ออกมาเรียกร้องว่า ทั้งสองค่ายควรรวมตัวกันให้เหลือเพียงเทคโนโลยีเดียว

เรื่องของเทคโนโลยีและผลประโยชน์ที่ดูเหมือนจะไม่ลงตัว ก็ต้องติดตามกันต่อไป



หนุ่มดิจิตอล
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

WiseKnow Search Engine

Login

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

Advanced Syndicate

Workflows

Marketing / SEO