|
"มิกซ์ & แมตช์" มาแรง ชุดว่ายน้ำแบรนด์ดังเพิ่มสีสันรับร้อน |
|
|
|
|
พฤหัสบดี, 11 มีนาคม 2010 |
แม้จะเป็นสินค้าสตรีที่โอกาสขายไม่มากเท่าชุดชั้นใน หรือเสื้อผ้า แต่ดีกรีการแข่งขันของตลาด ชุดว่ายน้ำก็เข้มขึ้นทุกปี ๆ ทั้งในแง่นวัตกรรม และโปรโมชั่น ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับดีมานด์ตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นตามสภาพอากาศร้อนตลอดปี กับเทรนด์แฟชั่นใหม่ ๆ ที่ทำให้สาว ๆ กล้าใส่ชุดว่ายน้ำมากขึ้น
"ณิชา ศรีสงวนสกุล" ผู้จัดการฝ่ายการตลาดชุดว่ายน้ำพรีเมี่ยม กีลาโรช (Guy Laroche) บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) เล่าให้เราฟังว่า โดยทั่วไปหน้าขายของชุดว่ายน้ำอยู่ในช่วง ก.พ.-เม.ย. ซึ่งแต่ละแบรนด์จะเปิดตัวคอลเล็กชั่นใหญ่ของตัวเอง
แต่เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อน เหมาะกับการเที่ยวทะเลหรือว่ายน้ำ โอกาสขายมีตลอดทั้งปี กีลาโรชจึงต้องออกคอลเล็กชั่นใหม่ทุกเดือน
สรุปว่า "ซีซันนิ่ง" ไม่ใช่ปัญหาของชุดว่ายน้ำอีกต่อไป
ดังนั้นการปรับตัวของชุดว่ายน้ำ จึงต้องพุ่งไปที่ดีไซน์ นวัตกรรมและการเพิ่มแอ็กเซสซอรี่ เช่น กางเกงขาสั้น กระเป๋า หมวก ฯลฯ เพื่อดึงดูดความสนใจลูกค้า
สำหรับกีลาโรช ที่ผ่านมาเริ่มปรับอิมเมจให้เป็นวัยรุ่นมากขึ้น เริ่มจากการเป็นสปอนเซอร์ให้เวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์ เมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังใช้กลยุทธ์มิกซ์แอนด์แมตช์ ซึ่งช่วยให้การซื้อชุดว่ายน้ำของลูกค้าสนุกขึ้น ที่สำคัญบริษัทยังสามารถขายชุดบิกินีได้มากกว่า 2 ชิ้นต่อคน
"ณิชา" เฉลยข้อมูลจากผลวิจัยว่า 90% ของผู้หญิงไทย สรีระด้านบนกับด้านล่างจะไม่เท่ากัน คือหน้าอกจะเล็ก แต่สะโพกใหญ่ การให้ลูกค้ามิกซ์แอนด์แมตช์สินค้าด้วยตัวเองยังช่วยแก้ปัญหานี้ได้ด้วย เพราะลูกค้าไม่จำเป็นต้องซื้อชิ้นบนกับชิ้นล่างเป็นไซซ์เดียวกัน
จากข้อมูลดังกล่าว กีลาโรชยังต่อยอด ไปถึงนวัตกรรมเสริมอึ๋ม ในคอลเล็กชั่น "คัพ อัพ" ที่เริ่มลอนช์ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมเป็นต้นไป ส่วนเมษายนก็เตรียมลอนช์ชุดว่ายน้ำนวัตกรรมใหม่ ตอบสนองสาว ๆ ที่กลัวผิวเสียจากแสงแดด ซึ่ง "ณิชา" ขออุบไว้ก่อน
ผู้จัดการฝ่ายการตลาดกีลาโรชบอกอีกว่า ปัจจุบันมูลค่าตลาดชุดว่ายน้ำมีไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เป็นตลาดแมส 70% พรีเมี่ยม 30% ปีนี้คาดว่าจะมีการแข่งขันที่รุนแรง แต่ภาพรวมอาจไม่มีการเติบโตมากนัก เนื่องจากพิษเศรษฐกิจ และเป็นในลักษณะแย่งมาร์เก็ตแชร์กันเอง รวมถึงการล่าถอยของบางแบรนด์
อย่างไรก็ตามปีนี้จะยังมีชุดว่ายน้ำแบรนด์อิมพอร์ตใหม่ ๆ เข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะจากอเมริกาที่มีฐานผลิตในจีน
ด้าน "ควิกซิลเวอร์กับร็อกซี่" เจ้าตำรับเสื้อผ้าแฟชั่นริมชายหาดจากออสเตรเลีย ซัมเมอร์นี้เรียกว่าทำตลาดแบบ aggressive เพราะได้พาเหรดซับแบรนด์มาถึง 3 แบรนด์ ได้แก่ เรซินส์ (Raisin) เจาะกลุ่มทีนเอจ ด้วยชุดแนวสดใสและลวดลายกราฟิก เลลามี (Leilami) จับกลุ่มสาวที่โตขึ้นมาอีก ขณะที่เรดิโอ ฟิจิ (Radio Fiji) เป็นแนวคุณนาย เน้นความหรูหรา ราคาประมาณ 1,000-3,000 บาท
"สุรเชษฐ มุ้งทอง" ผู้จัดการทั่วไป บริษัท คิวเอส รีเทล ไทยแลนด์ ยอมรับว่าคอลเล็กชั่นซัมเมอร์นี้ บริษัทสั่งสินค้าไม่ทัน แต่เนื่องจากช่วงนี้เป็นหน้าขายหลัก จึงต้องเร่งสั่งสินค้าให้ได้มากที่สุด เพราะไม่อยากเสียโอกาส เบื้องต้นจำหน่ายเพียง 3 สาขา ได้แก่ แฟลกชิปสโตร์ที่จังซีลอน สยาม เซ็นเตอร์ และเซ็นทรัลเวิลด์
เป้าหมายในการนำเข้าแบรนด์ใหม่ถึง 3 แบรนด์พร้อมกัน เพราะต้องการอุด ช่องว่างตลาดในทุกเซ็กเมนต์ ทั้งเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่
ขณะที่ชุดว่ายน้ำ "เจนเซ่น" (Jantzen) ซึ่งปีนี้ครบรอบ 100 ปีพอดี ได้ซูเปอร์โมเดลอย่าง "ซินดี้ สิรินยา" เป็นผู้ออกแบบเช่นเคย ประกอบด้วย 4 คอลเล็กชั่น ได้แก่ Love me do ที่ได้แรงบันดาลใจจากบทเพลงและแฟชั่นยุคซิกซ์ตี้ Summer of Love สไตล์สาวฮิปปี้ Holiday แนวสปอร์ต และ Rock Chic ใช้สีพื้นชมพู เหลือง ขาว และดำ พร้อมเครื่องประดับ
แหล่งข่าวจากบริษัทเซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป หรือซีเอ็มจี ผู้จัดจำหน่ายเจนเซ่น บอกว่า แคมเปญปีนี้ไม่เน้นที่โปรโมชั่นหรือของพรีเมี่ยม แต่อาจแข่งหนักถึงขั้นใช้กลยุทธ์เทรดอิน นำชุดว่ายน้ำเก่ามาเป็นส่วนลด ซึ่งเจนเซ่นไม่เคยทำมาก่อน
ด้านเบอร์ 1 อย่างไทรอัมพ์ แม้จะโดนเบอร์ 2 อย่างเจนเซ่นวิ่งตามชนิดหายใจรดต้นคอ แว่วว่าจะมีแผนจัดแฟชั่นโชว์ช่วงกลางเดือน มี.ค. จึงคาดว่าไม่น่าทำให้ แฟน ๆ ไทรอัมพ์ต้องผิดหวัง
สำหรับห้างก็เริ่มส่งแคมเปญตั้งรับแล้วเช่นกัน เช่น แคมเปญ W We Love Fashion : Juicy Summer 2010 ของเซ็นทรัล ที่มอบส่วนลดให้ลูกค้าสูงสุด 50% กับสินค้าหน้าร้อน ทั้งชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่ รองเท้า กระเป๋า
เรียกว่าสนุก คึกคัก ตั้งแต่เริ่มต้นเลยทีเดียว
คอลัมน์ จับกระแสตลาด
Trackback(0)
|