|
7 วันอันตรายค้าปลีกกลางกรุงอ่วม ชี้เสียโอกาสทางธุรกิจหวั่นลากยาวความเชื่อมั่นดิ่ง |
|
|
|
|
จันทร์, 15 มีนาคม 2010 |
ธุรกิจลุ้นระทึก เกาะติดสถานการณ์ม็อบเสื้อแดง สมาคมผู้ประกอบการย่านราชประสงค์ชี้ช็อปปิ้งสตรีตเสียโอกาส ขณะที่นายกสมาคมผู้ค้าปลีกไทย รับอารมณ์จับจ่ายสะดุด ปมการเมืองทุบดัชนีความเชื่อมั่นเดือนกุมภาพันธ์ร่วงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน คาดยืดเยื้อ 1 สัปดาห์ สูญหมื่นล้าน "เทสโก้ โลตัส" เตรียมพร้อมรับมือจุดเสี่ยง "เมเจอร์-เอสพลานาด" หากฉุกเฉินพร้อมปิดบริการ
แม้ว่าจะรับรู้หมายการชุมนุมประท้วงของกลุ่มเสื้อแดงที่มีการประกาศมาก่อนล่วงหน้าที่จะเริ่มในตั้งแต่เที่ยงวันศุกร์ที่ 12-14 มีนาคม ซึ่งบรรดาผู้ประกอบการในภาคธุรกิจก็ได้เตรียมพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ล่าสุด หลาย ๆ ฝ่ายประเมินว่าการชุมนุมประท้วงอาจจะยืดเยื้อมากกว่า 1 สัปดาห์ และน่าจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศในระดับที่แรงขึ้น
ผู้ประกอบการครวญเสียโอกาส
นายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (RSTA) ยอมรับว่า ในช่วง 3-4 วันที่คาดว่าจะมีความวุ่นวายทางการเมืองเกิดขึ้นนั้นส่งผลกระทบและเสียโอกาสทางธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าย่านราชประสงค์จะไม่ใช่จุดหลักของการชุมนุม และก็ส่งผลให้ลูกค้าทั้งคนไทยและคนต่างชาติอยู่ในภาวะที่ไม่มั่นใจ
จากการพูดคุยกับสมาชิกที่เป็นโรงแรมพบว่ายอดจองพักในช่วงสัปดาห์นี้ ลดลง เช่นเดียวกับในส่วนของศูนย์การค้า ซึ่งคาดว่าลูกค้าคงเลือกที่จะจับจ่ายในศูนย์ใกล้บ้านเป็นหลัก หรือเลือกที่จะอยู่บ้านเนื่องจากไม่อยากเสี่ยงที่จะออกมาข้างนอกหรือว่าไกลบ้าน
นายชายกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามสมาชิกสมาคมได้ทำงานร่วมกันและประสานกับทางตำรวจอย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยส่วนตัวเชื่อว่าจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ 
|
ขณะที่นายธนภณ ตังคณานันท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือซีอาร์ซี ในฐานะนายกสมาคมผู้ค้าปลีกไทย แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า การชุมนุมดังกล่าวเป็นปัจจัยในแง่ของจิตวิทยาที่จะส่งผลต่ออารมณ์การจับจ่าย ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็อาจจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันบ้าง โดยเฉพาะช่วงเสาร์-อาทิตย์ จากที่เคยเดินทางเข้ามาช็อปปิ้งหรือทำธุรกิจในย่านใจกลางเมืองก็อาจจะเลือกที่จะเดินทางไปทำธุระหรือช็อปปิ้ง ซื้อของใกล้ที่พักแทน หรือไปใช้บริการต่าง ๆ ในย่านที่ไม่มีความเสี่ยงแทน
"หากสถานการณ์ยืดเยื้อออกไปเชื่อว่าจะส่งผลกระทบตามมาอีกมาก และจะกระทบในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเชื่อมั่น การท่องเที่ยว การลงทุน และท้ายที่สุดก็คือเศรษฐกิจของประเทศ"
ม็อบเสื้อแดงทุบ "ความเชื่อมั่น" ลด
จากการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่อเศรษฐกิจไทยเดือนกุมภาพันธ์ของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่าดัชนีทุกรายการปรับตัวลดลง
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการ บดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เท่ากับ 78.4 ลดจากเดือนมกราคม 79.3 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน 65.2 ลดจาก 65.8 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต 81.8 จาก 82.8 เป็นผลจากดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมเดือนกุมภาพันธ์เท่ากับ 70.9 ลดจากมกราคม 71.9
สาเหตุหลักมาจากความวิตกกังวลต่อเสถียรภาพการเมือง โดยเฉพาะการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงวันที่ 12-14 มีนาคม รองลงมาจากการปรับขึ้นราคาน้ำมัน รวมทั้งภาวะค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ทรงตัวระดับสูงแต่รายได้ยังไม่เพิ่มขึ้นตาม 
|
"หากสถานการณ์ไม่รุนแรง การชุมนุมยุติภายใน 2-3 วัน เชื่อว่าจะกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว บริการ และการใช้จ่ายประชาชนประมาณ 3,000-5,000 ล้านบาท ถ้ายืดเยื้อต่อไปนานถึงสัปดาห์ ความเสียหายจะเพิ่มขึ้นสูงเกิน 10,000 ล้านบาท แต่ถ้าเกิดเหตุรุนแรงมากจนถึงขั้นมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล คาดว่าจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจมาก และกระทบต่อ จีดีพีขยายตัวลดจาก 3-4% เหลือ 2-3%"
นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ทางหอไม่ต้องการให้ชุมนุมเกิดความรุนแรง เพราะจะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย โดยเห็นด้วยที่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ความรุนแรงของการชุมนุมลดน้อยลง เนื่องจากเศรษฐกิจไทยกำลังไปได้ดี ไม่ต้องการให้ปัญหาทางการเมืองมาเป็นตัวบั่นทอนเศรษฐกิจไทย
นายเคนเนธ เมย์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ โรงพยาบาล บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ขณะนี้ (11 มีนาคม) ยังไม่เห็นผลกระทบที่เป็นรูปธรรม เนื่องจากยังมีคนไข้จากต่างประเทศเข้ามาใช้บริการตามปกติ
อย่างไรก็ตามในช่วง 12-14 มีนาคม คงยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ในฐานะผู้ประกอบการก็มี ความกังวลไม่ต่างจากผู้ประกอบการในภาคธุรกิจอื่น ๆ
"ตอนนี้สิ่งที่เห็นก็คือปกติ ในแต่ละวันบำรุงราษฎร์จะได้รับอีเมล์จากชาวต่างประเทศที่ต้องการจะเดินทางมารักษาที่โรงพยาบาลประมาณ 500 อีเมล์ และมีหลายรายที่สอบถามถึงสถานการณ์ทางการเมือง การชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้น และบางรายก็ตัดสินใจเลื่อนการเดินทางมารักษาตัวออกไปก่อน"
โลตัส-เมเจอร์ฯเตรียมรับมือสาขาเสี่ยง
ด้านนางวีณา อรัญญเกษม ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารพื้นที่เช่าและสื่อโฆษณา บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้บริหารเทสโก้ โลตัส กล่าวว่า สำหรับเทสโก้ฯก็มีการเตรียมการภายในเช่นเดียวกับค้าปลีกอื่น ๆ โดยเฉพาะกับสาขาที่อยู่ในจุดชุมนุมทั้ง 5 สาขา อาทิ วงเวียนหลักสี่
"สำหรับผู้บริโภคทั่วไป ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่สงบก็จะอยู่บ้านกัน แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นสัญญาณอะไรเป็นพิเศษ เราก็ได้แต่หวังว่าจะไม่เกิดความรุนแรงใด ๆ ขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่อยากอยู่อย่างสงบ"
รายงานข่าวจากบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้เตรียมพร้อมในด้านความปลอดภัยอย่างเต็มที่ในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะการเพิ่มบุคลากรในด้านดูแลความปลอดภัยในสาขาที่อยู่ในทำเลเสี่ยง อาทิ สยามพารากอน สุขุมวิท ปิ่นเกล้า รังสิต ฯลฯ รวมถึงดิ เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ แคราย-งามวงศ์วาน เพื่อให้คนที่เข้ามาใช้บริการเกิดความมั่นใจมากที่สุด
รายงานขาวกล่าวว่า ขณะเดียวกันก็เตรียมรับมือกับสถานการณ์ในทุก ๆ ระดับ ตั้งแต่ระดับควบคุม ดูแลความปลอดภัยผู้เข้ามาใช้บริการ และร้านค้าภายในศูนย์ กระทั่งถึงระดับสูงสุดด้วยการปิดให้บริการ
เช่นเดียวกับนายณัฐกิตติ์ เจริญศิริ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโสด้านการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอกมหากิจ จำกัด ผู้บริหารโรงภาพยนตร์เซ็นจูรี่ เดอะ มูฟวี่ พลาซ่า บริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ ที่กล่าวว่า มีการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์อย่างเต็มที่ทั้งในด้านการบริหารร้านค้า การบริหารคนที่เข้ามาใช้บริการ รวมถึงการเตรียมการทางด้านการจ่ายเงินชดเชยให้กับลูกค้าที่ซื้อตั๋วแล้วไม่ได้ดูหนัง รวมถึงร้านค้าที่สูญเสียโอกาสทางการขาย เนื่องจากมีประสบการณ์การปิดศูนย์มาก่อนหน้าแล้ว
Trackback(0)
|