|
ยุค "คอนเทนต์" คือ "Asset" สบโอกาส "ธุรกิจจัดการข้อมูล" |
|
|
|
|
พฤหัสบดี, 18 มีนาคม 2010 |
|

ด้วยปริมาณข้อมูลข่าวสารที่มากมายเข้าสู่องค์กรไม่เว้นแต่ละวัน จะ "ทิ้ง" ก็ไม่กล้า ถ้าเก็บไว้ก็จะ "ล้น" คลังข้อมูลที่มีอยู่ ทำให้หลายองค์กรต่างมองหาเครื่องมือทางเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการ
มีตัวเลขประมาณคร่าว ๆ จากทั่วโลกว่าไอดีซีได้คาดการณ์การเติบโตของปริมาณข้อมูลดิจิทัลตั้งแต่ปี 2006 ถึงปี 2011 ว่าข้อมูลจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,773 เอ็กซ์ตร้าไบรต์ในปี 2554 อัตราขยายตัวประมาณ 10 เท่า ใน 5 ปี
ปัจจัยสำคัญมาจากการพัฒนาเทคโนโลยี ความพร้อมของสื่อ และอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ที่ต้องการความรวดเร็ว สะดวกสบาย แบบทุกที่ทุกเวลา
แนวโน้มดังกล่าว ทำให้เกิดความจำเป็นในการจัดการปริมาณข้อมูลเพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนการจัดการความเสี่ยงของข้อมูลเหล่านั้น เพื่อพัฒนาให้สามารถนำข้อมูลมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงสามารถต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจได้ เพราะปัจจุบันข้อมูลกลายเป็นสินทรัพย์ที่องค์กรส่วนใหญ่ให้ความสำคัญและมีผลในการทำธุรกิจอย่างมาก และองค์กรที่มีข้อมูลมาก ๆ อาทิ สถาบันการเงิน โทรคมนาคม องค์กรภาครัฐที่มีธุรกรรมสำคัญที่ข้อมูลวิ่งเข้าออกอยู่ตลอด จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่องค์กรนั้นต้องมีระบบระเบียบการบริหารจัดการสินทรัพย์ข้อมูลที่ดีเพียงพอ
โอกาสทองจึงตกเป็นของบริษัทผู้จัดการข้อมูลอย่าง "อีเอ็มซี" ที่ชูจุดแข็งด้านการบริการข้อมูลแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำของข้อมูลถึงปลายน้ำในการทำธุรกิจ เริ่มตั้งแต่อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลหรือสตอเรจ ระบบสำรองข้อมูลและกู้ข้อมูล ระบบบริหารจัดการเนื้อหา ระบบรักษาความปลอดภัย และระบบบริหารจัดการระบบไอที ที่สามารถเสนอโซลูชั่นแก่ลูกค้าครบวงจรทั้ง 5 โซลูชั่น ทำให้มีความแตกต่างจากคู่แข่ง
"นฐกร พจนสัจ" ผู้จัดการอีเอ็มซีประจำประเทศไทย กล่าวว่า ทิศทางของอีเอ็มซีเปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ แต่รวมถึงซอฟต์แวร์ แมเนจเมนต์ เรียกว่ามีอาวุธมากขึ้น ตั้งแต่การสร้างข้อมูล จัดการ และทำลายข้อมูล ซึ่งเหมือนการย่อยทำลายเอกสาร เพื่อไม่ให้ใครมาล้วงความลับได้ ซึ่งองค์กรธุรกิจการทำลายข้อมูลก็เป็นสิ่งสำคัญ
สำหรับตลาดที่มีความน่าสนใจในปีนี้คือภาครัฐ กลุ่มสถาบันการเงินและโทรคมนาคม ที่มีการใช้งบฯด้านไอทีค่อนข้าง สูง รวมถึงกลุ่มธุรกิจมีเดีย เป็นธุรกิจใหม่ที่กำลังมีแนวโน้มการลงทุนในระบบ การจัดการข้อมูล และการแปลงคอนเทนต์ ต่าง ๆ เป็นระบบดิจิทัล ซึ่งล่าสุดอีเอ็มซีได้จับมือกับ บริษัท กอริล่า เทคโนโลยีส์ กรุ๊ป ผู้พัฒนาโซลูชั่นมีเดีย คอนเทนต์ แมเนจเมนต์ เพื่อเจาะลูกค้ากลุ่มธุรกิจมีเดีย ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้นำร่องในการทำโครงการ "UNINET" โดยมีบริษัท สามารถเทลคอม จำกัด เป็นพาร์ตเนอร์ในการเสนอโครงการ
"นฐกร" กล่าวว่า กลยุทธ์ของบริษัทในปีนี้จะเน้นการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด ผ่านการเจาะฐานลูกค้ารายใหม่ ๆ ที่เป็นของ คู่แข่ง คือบริษัทไหนที่ยังไม่เคยเป็นลูกค้าของอีเอ็มซี ก็จะส่งทีมงานเข้าไปเจาะตลาด จากเดิมที่ผ่านมา อีเอ็มซีจะเน้นการรักษาลูกค้าองค์กรรายเก่าเป็นหลัก แต่ปัจจุบัน อีเอ็มซีรู้จักลูกค้าและสามารถรักษาฐานลูกค้าได้เป็นอย่างดี ทำให้ต้องการขายไป ยังตลาดอื่น ๆ มากขึ้น
โซลูชั่นที่น่าจะมาแรงในปีนี้ อาทิ การลดความซ้ำซ้อนของการกู้ข้อมูลการจัดการด้าต้าเซ็นเตอร์ที่สามารถบ่งชี้ปัญหาได้ว่าเกิดขึ้น ณ จุดใดได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น เป็นต้น
ดังนั้น นโยบายสำคัญปีนี้ก็คือ "พาร์ตเนอร์" ทั้งในส่วนของของเวอร์ติเคิล พาร์ตเนอร์ โซลูชั่น เพื่อเจาะลงไปในแต่ละอุตสาหกรรม อย่างกรณีของ "กอริล่า" และสามารถเทลคอมที่เข้ามาช่วยเปิดตลาดเซ็กเมนต์ใหม่ ๆ รวมทั้งในการต่อยอดให้กับพาร์ตเนอร์เดิมสามารถทำตลาดสินค้าและบริการของอีเอ็มซีได้ครบวงจรทั้ง 5 โซลูชั่น ที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อสร้างความได้เปรียบ
สำหรับภาพรวมตลาดอุปกรณ์สตอเรจในไทยปี 2009 มีมูลค่าตลาด 34.05 ล้านเหรียญสหรัฐ และปีนี้น่าจะมีการเติบโตมากขึ้น เพราะดาต้ามีจำนวนมากขึ้น ลูกค้าไม่สามารถหยุดการหลั่งไหลของข้อมูลได้ โดยอีเอ็มซีมีส่วนแบ่ง 17.06% เป็นอันดับ 2 ของตลาดมีการเติบโตจากช่วงเดียวกันของ ปีที่ผ่านมา 4%
Trackback(0)
|