Business sense ปลูก "สามัญสำนึก" นักธุรกิจ PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
อังคาร, 24 มิถุนายน 2008

Business Sense

 

เมื่อ "จุดบอด" ของการเรียน MBA คือ สอนให้คน "รู้ - จดจำ - เชื่อ" ตามนั้น จนได้บัณฑิตแม่นทฤษฎี เก่งวิเคราะห์ แต่ "ตกม้าตาย" ในยามต้องแก้ปมสถานการณ์จริง การสร้าง "Business sense" จึงเป็นอีกคมเขี้ยวที่พวกเขาต้องเรียน รู้ และทำ ให้เป็น

 


"ตอนเรียนเราเจอข้อสอบ เจอคำถามแล้วตอบแค่ว่าถูกหรือผิด แต่ในโลกความจริงเราจะเจอสถานการณ์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตำราเล่มไหน ที่จะแก้ไขสถานการณ์นั้นได้ หลายคนเจอปัญหาก็เปิดตำรา และเชื่อตามนั้น ซึ่งมันมักผิดมากกว่าถูก ไม่เช่นนั้นเศรษฐีก็คงเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดแล้ว"

 

 

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับการเรียน MBA ในปัจจุบัน ผ่านมุมมองของ ดร.สิทธิพร ดาดาษ ที่ปรึกษาโครงการ ปริญญาโท MBA หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (Master of Business Administration Program) ชั้นเรียนพิเศษ มหาวิทยาลัยรังสิต ศูนย์สาทรธานี และ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเครือข่ายผู้ประกอบการ (Entrepreneur Network Promotional Office - ENPO)

 

 

ในสถานการณ์ที่ผู้ประกอบการต้องตัดสินใจทุกวินาที "หัวใจ" สำคัญของการเคาะโต๊ะแก้ปัญหาจึงมาจาก "สามัญสำนึก" เช่นกัน ดังนั้นการสอนนักธุรกิจยุคใหม่จึงต้องสอนให้คนสร้าง "Business sense" ที่เข้มแข็งขึ้นมาให้ได้

 

 

"มันเป็นเรื่องความเชื่อ ที่ต่างจากเดิม เพราะเป็นความเชื่อโดยตัวเราเอง เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคอมมอนเซนส์เราแล้ว ที่นี่ไม่ได้สอนให้คุณเก่งทฤษฎี แต่เน้นให้สร้าง Business sense ที่เข้มแข็งให้ได้ เวลาไปเราเจอปัญหาจึงจะแก้ไขมันได้"

 

 

ที่ปรึกษา MBA ชั้นเรียนพิเศษ บอกเราว่า การเรียนบริหารจัดการ ต่างจากการเรียนศาสตร์อื่นๆ เช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ กฎหมาย หรือบัญชี ที่เพียงเปิดตำรา ความจริงก็เป็นไปตามนั้น แต่ MBA เป็นเพียงข้อแนะนำ จากประสบการณ์ของคนอื่น ที่เอามาให้ศึกษา แล้วนำไปประยุกต์ใช้ ซึ่งการประยุกต์ต้องใช้

"Business sense" เท่านั้น ขณะที่ตำราสอนให้ประยุกต์ใช้ไม่ได้ แม้ทฤษฎีแน่น แต่ถ้า Business sense ไม่เข้มแข็ง ก็เหมือนไม่ได้อะไรกลับไปเลย

 

 

แล้วใครจะมาจุดไอเดียนี้ให้ จุดขายสำคัญ คือการ ยกแพ็ค "ภูมิปัญญาองค์กร" ระดับบริษัทชั้นนำของไทย มาเสิร์ฟความรู้กันให้ถึงที่

 

 

"การสอนในส่วนประสบการณ์ธุรกิจ เรานำความรู้ จากองค์กรที่ประสบความสำเร็จ เป็นภูมิปัญญาทางธุรกิจของเขา ที่เขาหวงแหน มาถ่ายทอดให้ ซึ่งไม่ได้เป็นลักษณะผู้บริหารองค์กรมาเป็นวิทยากร แต่เราให้องค์กรของเขารับผิดชอบทั้งรายวิชา แล้วจัดทีมงานมาสอน เรียกว่าภูมิความรู้ที่มาทั้งองค์กรเลย"

 

 

ประสบการณ์จาก "พี่ใหญ่" ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน จะบอก "ทางลัด" แก่ผู้เรียน ให้รู้ว่าเมื่อเจอปัญหาแบบไหน แล้วต้องเผชิญหน้ากับมันอย่างไร

 

 

เมื่อ กุญแจ 3 ดอก ที่ MBA ควรรู้ คือ การตลาด , การบริหารจัดการ และ การเงิน แล้ว ภูมิปัญญาจากไหนจะเข้ามาตอบโจทย์ แนวคิดของเขาคือ หาให้ได้ว่านักธุรกิจต้องการรู้อะไร

 

 

"ดร.สิทธิพร" เริ่มแตกปัญหาด้านการตลาดให้ฟังว่า การแข่งขันยุคนี้ เรื่องการ "สร้างแบรนด์" ให้เกิด ไม่ใช่ของง่าย เพราะต้องใช้งบประมาณมหาศาล กลายเป็น "ต้นทุน" ของบริษัทขนาดใหญ่ และ เป็นฝันที่ไปไม่ถึงของ ของเอสเอ็มอี รายเล็ก

 

 

เมื่อไม่มีแบรนด์ปัญหาที่ตามมาคือ ช่องทางการจัดจำหน่าย ที่แม้มีของดีแต่ไม่รู้จะไปขายที่ไหน ซึ่งทั้งตัวแทนจัดจำหน่าย และร้านค้าปลีก ก็มีพื้นที่ขายเป็นเงินเป็นทอง จึงต้องแน่ใจว่าของที่มาวางขาย ต้องมีแฟนคลับ มีแบรนด์ระดับหนึ่งแล้ว

 

 

นี่คือ "จุดตาย" ของผู้ประกอบการที่เขามองเห็น

 

 

"ปัญหาเรื่องช่องทางจำหน่ายมีความสำคัญ สิ่งที่เราเพิ่มเข้าไปในการสอน คือการทำตลาดที่ไม่ต้องพึ่งพา ตัวแทนจำหน่ายและร้านค้าปลีก แต่เป็นการทำตลาดระหว่างเรา ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจ กับลูกค้าโดยตรง ที่เรียกว่า การตลาดตรง หรือ Direct Marketing โดยจะครอบคลุมในเรื่องการบริหารฐานข้อมูลลูกค้าที่มีประสิทธิภาพ การหาลูกค้าใหม่ และรักษาลูกค้าเก่า เหล่านี้เป็นต้น"

 

 

ส่วนองค์กรที่อาสามาถ่ายทอดความรู้ คือมืออาชีพด้านการตลาดแบบตรง "TV Direct" นำโดย "ทรงพล ชัญมาตรกิจ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวีไดเร็ค จำกัด

 

 

ส่วนการตลาดที่ยังต้องพึ่งพิงร้านค้าปลีก ก็ดึงกูรูจากร้านค้าปลีกชั้นนำระดับประเทศ มาเปิดกรุความสำเร็จให้ฟังด้วย

 

 

ขณะที่โลกเข้าสู่ "ยุคดิจิทัล" นักการตลาด สามารถนำองค์กรไปมีตัวตนใน "ตลาดออนไลน์" ได้ ภูมิความรู้จากร้านค้าออนไลน์แถวหน้า ทูโฮม ดอทคอม (www.tohome.com) เข้ามาสอดรับได้ทันใจ โดย ธีรวุธ วงษ์วิบูลย์สิน ผู้บริหาร และทีมงาน

 

 

"เขาไม่ได้สอนให้สร้างเวบไซต์เป็น แต่จะสอนว่าเราควรใส่อะไรลงในเว็บไซต์ถึงจะขายได้"

 

 

ขณะที่ "ข้อมูล" กลายเป็น "แต้มต่อ" สำคัญในการทำธุรกิจยุคนี้ การสอนให้ทำวิจัยได้ สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นอีกแนวทางสำคัญ

 

 

"เราต้องการให้เห็นว่า เขาจะได้ความรู้เหมือนนักวิชาการที่ทำวิจัยได้ สามารถนำไปใช้ได้จริง มีการกำหนดหัวข้อที่ได้ประโยชน์ และเหนือกว่าคู่แข่ง รวมถึงกระบวนการทำวิจัย ที่ทำได้ด้วยงบประมาณ เวลา และคนที่จำกัด เพื่อไปสนับสนุนด้านการตลาด ส่วนคนที่มาสอนเป็นบริษัทที่ทำวิจัยจริงๆ อย่าง นาโน เซิร์ช โดย ภูสิต เพ็ญสิริ กูรูด้านการตลาด"

 

 

ในความรู้ด้านการสื่อสารการตลาด ก็ยกทีมงานผู้เชี่ยวชาญ การตลาดแบบบูรณาการ หรือ IMC มาเติมเต็มคมอาวุธกันครบถ้วน

 

 

ขณะที่ การบริหารจัดการ ซึ่งเขามองว่ามีความสำคัญไม่น้อยหน้า การสอนเพื่อให้บริหารจัดการได้ดีจึงเป็นเป้าหมายต่อมา

 

 

"คนเราบางคนไม่ว่าจะเป็นหมอ วิศวกร หรือ นักการตลาด เขาสามารถทำอะไรด้วยตัวเองเก่งมาก แต่เวลาไปใช้คนอื่นทำ งานกลับออกมาไม่ดีการบริหารจัดการจึงไม่ได้เป็นศาสตร์ที่สอนให้เราไปทำอะไรให้เก่ง แต่เป็นการทำให้คนอื่นทำงานออกมาให้ได้อย่างที่เราคิด ผู้เรียนจึงต้องเป็นนักวางแผนที่ดี รู้ศาสตร์การวางแผน และ นำแผนนั้นไปสั่งการ มีภาวะผู้นำ การบริหารทรัพยากรบุคคล และสร้างทีมงานได้ เหล่านี้เป็นต้น โดยทีมผู้สอนจะนำโดยผมและทีมงานจากสำนักงานส่งเสริมเครือข่ายผู้ประกอบการ หรือ ENPO"

 

 

ในส่วนของการเงิน มีการสอนให้วิเคราะห์ความเป็นไปได้ ของโครงการต่างๆ สอนให้เก่งเรื่องการลงทุน โดยดึงผู้เชี่ยวชาญทางการเงินและการลงทุนมาถ่ายทอดความรู้ให้ ขณะที่ความเข้าใจเรื่อง การบริหารเงินสดหมุนเวียน การประวิงหนี้สินไม่ให้เสียคน และการติดตามทวงนี้ ก็มีมือโปรพร้อมให้ความรู้อีกเช่นเดียวกัน

 

 

นอกจากการรวมเหล่ากูรูรู้จริงเป็นผู้สอนแล้ว สิทธิพร เน้นว่า หลักสูตรนี้ต้อง "เรียนง่าย เข้าใจง่าย รวยง่าย" ก็สร้างสีสันให้กับ MBA ชั้นเรียนพิเศษของพวกเขาด้วย

 

 

"การสอนของเราเน้น ใช้ศัพท์ที่เข้าใจง่าย ไม่ยาก เพราะถ้าเรียนยาก เข้าใจก็ยาก มันก็รวยยากเท่านั้น แต่ถ้า เรียนง่าย เข้าใจง่าย มันก็รวยง่าย สูตรของเราต้องเป็นอย่างนี้ เพราะที่นี่ผู้เรียนต้องเป็นศูนย์กลาง"

 

 

ตลอดการสอนที่ผ่านมา 6 รุ่นแล้ว ที่นี่ผลิตนักศึกษาได้ประมาณ 200 คน "ช่อฟ้า ราษฎร์บริหาร" รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร สำนักงานส่งเสริมเครือข่ายผู้ประกอบการ บอกว่า ส่วนใหญ่เด็กที่นี่ จะเป็นทายาทธุรกิจ ผู้ประกอบการ คนที่คิดทำธุรกิจ เป็นนักวิชาการ และที่ปรึกษา

 

 

สิ่งที่ต่างออกไปจากการทำหน้าที่ของ "เรือจ้าง" คือ การพยายามสร้างความผูกพันให้กับผู้เรียน เพื่อยังสามารถทำกิจกรรมร่วมได้กันแม้จบไปแล้ว โดยการจัดตั้งเป็นชมรม มีการจัดอบรม ให้ความรู้แก่สมาชิก และ ทำกิจกรรมร่วมกัน อย่างต่อเนื่อง

 

 

เพื่อนำไปสู่ความตั้งใจที่ว่า "หลักสูตรปั้นนักธุรกิจตลอดชีวิต" ในที่สุด

 

 

 

จีราวัฒน์ คงแก้ว cheerawat @ nationgroup.com

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

WiseKnow Search Engine

Login

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

Advanced Syndicate

Workflows

Marketing / SEO