"ไทยเบฟฯ"ดึงมือดีเสริมทัพไม่หยุด เพิ่มสินค้าพรีเมี่ยมปรับกลยุทธ์เบนเข็มเจาะผับบาร์ PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 2
แย่มากดีมาก 
พฤหัสบดี, 26 มิถุนายน 2008

 

ไทยเบฟฯจัดทัพขย่มตลาดน้ำเมา มุ่งหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอสู่เซ็กเมนต์พรีเมี่ยม ดึงทีมการตลาดเลือดใหม่เสริมทัพ ดูดคน "ไฮเนเก้น-เพอร์นอต" บุกออนพรีมิส ส่ง สกอตช์วิสกี้แบรนด์ใหม่ "ดรัมเมอร์" เจาะช่องว่างเขย่า "เบนมอร์-เรด เลเบิ้ล" ทุ่มงบฯรีแบรนด์ "แม่โขง" ครั้งใหญ่ หวังส่งแบรนด์ไทยโกอินเตอร์พร้อมตั้งทีมงานดูแลการทำตลาด ตปท.โดยเฉพาะ

ดรัมเมอร์


แหล่งข่าวจากระดับสูงจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการปรับโครงการองค์กรภายใน เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการดึงทีมนักการตลาดใหม่ๆ เข้ามาช่วยงานเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อเสริมกับทีมงานเดิมที่มีอยู่ เนื่องจากไทยเบฟฯมีแบรนด์เครื่องดื่มอยู่ในพอร์ตโฟลิโอเป็นจำนวนมาก ทั้งเหล้า เบียร์ เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำดื่ม โซดา ดังนั้นจึงทาบทามผู้ที่มีประสบการณ์เข้ามารับดูแลสินค้าในแต่ละตัวเพื่อให้เกิดการโฟกัสสินค้าแต่ละตัวมากขึ้น

ล่าสุดนอกจากจะได้นายชาลี จิตจรุงพร ที่เกษียณจากเป๊ปซี่-โคล่า ไทย เทรดดิ้ง มาร่วมงานอย่างที่ทราบๆ แล้ว ยังมีทีมนักการตลาดที่เคยมีบทบาทสำคัญในการปั้นน้ำดื่มโพลาริส มาร่วมทีมงานด้วย

แหล่งข่าวรายนี้ยังระบุด้วยว่า นอกจากเรื่องของทีมงานที่จะมาดูแลสินค้าแต่ละตัวแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ไทยเบฟฯจะให้ความสำคัญมากขึ้นก็คือ เรื่องของการโฟกัสช่องทางจำหน่ายแต่ละช่องทาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายชาลีที่มีความเชี่ยวชาญกับตลาดน้ำดำแล้ว ที่ผ่านมาเขายังมีประสบการณ์กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะกับการทำตลาด คอนญัก เรมี่ มาร์แตง และวิสกี้ เฟมัส เกราส์ ซึ่งเมื่อหลายปีที่ผ่านมาไทยเบฟฯก็ได้ดึงตัวนายอวยชัย ตัณฑโอภาส ที่ครบวาระจากริชมอนเด้ และเคยมีบทบาทสำคัญในการปลุกปั้นจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แบล็ก เลเบิ้ลจนติดตลาดมาร่วมงานด้วย นอกจากนี้ยังทาบทามนายพลภัทร สุวรรณศรจาก ริชมอนเด้มาเป็นสตาฟด้วย

ดึงมือดีข้ามค่าย

แหล่งข่าวจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด บริษัทจัดจำหน่ายใน เครือไทยเบฟฯกล่าวในเรื่องนี้ว่า นอกจากทีมงานระดับคีย์แมน ดังกล่าวแล้ว ที่ผ่านมาไทยเบฟฯยังได้ดึงทีมการตลาดที่มีความเชี่ยวชาญการทำตลาดในช่องทางออนพรีมิส (on premise) เข้ามาเสริมอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อจะรุกตลาดทั้งในส่วนของเบียร์พรีเมี่ยมเฟดเดอร์ที่เพิ่งลอนช์เข้าสู่ตลาดเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รวมทั้งเตรียมรองรับกับเหล้านอกตัวใหม่ด้วย

ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สาเหตุที่ไทยเบฟฯต้องหันมาทำการตลาดทั้งเหล้าและเบียร์ ด้วยการรุกในช่องทางออนพรีมิส หรือช่องทางที่เป็นสถานเทิงกลางคืน ผับ บาร์ ส่วนหนึ่งมาจากกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เข้มงวด โดยเฉพาะในแง่ของการโฆษณาที่ถือเป็นอุปสรรคใหญ่ของแบรนด์ใหม่ๆ ที่จะแจ้งเกิดในตลาดได้ ดังนั้นจึงหันมาให้ความสำคัญกับการจัดอีเวนต์หรือกิจกรรมตามช่องทาง ดังกล่าว

"ที่ผ่านมาไทยเบฟฯได้ใช้วิธีการดึงทีมงานจากคู่แข่งที่มีประสบการณ์ในการทำการตลาดในช่องทางออนพรีมิส ทั้งจากไฮเนเก้น เพอร์นอต ริคาร์ด และดิอาจิโอฯ (ริชมอนเด้) เข้าไปเสริมทีมจำนวนมาก"

ส่งวิสกี้ "ดรัมเมอร์" ชนเรดเลเบิ้ล

แหล่งขาวจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง ยังกล่าวด้วยว่าขณะนี้บริษัทได้เริ่มทยอยวางตลาดในลักษณะซอฟต์ลอนช์สกอตช์วิสกี้ ดรัมเมอร์ (Drummer) ที่นำเข้าจากอินเวอร์เฮาส์ ดิสทิลเลอร์ (Inver House Distillers) ประเทศสกอตแลนด์

"ดรัมเมอร์เป็นสกอตช์วิสกี้ที่มีอายุการหมักบ่ม 5 ปี ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับเบนมอร์ และเรด เลเบิ้ล แต่เราตั้งราคาขายปลักไว้เพียงขวดละ 429 บาท ซึ่งเป็นราคาที่อยู่ระหว่างช่องว่างของทั้ง 2 แบรนด์ที่มีราคา 349 และ 600 บาทตามลำดับ"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาค่ายไทยเบฟฯเคยทำตลาดเหล้านอกมาแล้วครั้งหนึ่ง ด้วยการนำเข้าเหล้าในเซ็กเมนต์เซกันดารี่วิสกี้ หรือเหล้าที่มีอายุการหมักบ่ม 3 ปี ยี่ห้อแมคอาร์เธอร์ จากอินเวอร์เฮาส์มาทำตลาด แต่ไม่ประสบความสำเร็จและได้เลิกการทำตลาดไป

ประกาศรุกเพิ่มพอร์ตสินค้าพรีเมี่ยม

แหล่งข่าวจากบริษัทไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง ย้ำว่า การเพิ่มสินค้าใหม่ที่มีความเป็นพรีเมี่ยมดังกล่าว ทั้งกรณีของเบียร์เฟดเดอร์บรอย และดรัมเมอร์ มาจากนโยบายของบริษัทที่ได้ประกาศไว้เมื่อก่อนหน้านี้ที่ต้องการจะรุกเข้ามาในเซ็กเมนต์ที่เป็นพรีเมี่ยมมากขึ้น

ทั้งนี้ หากสังเกตจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาแม้ว่าไทยเบฟฯจะมีสินค้าอยู่มาก แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นกลุ่มอีโคโนมี่หรือไม่ก็เป็นโลคอล แบรนด์ ประกอบกับที่ผ่านมาการแข่งขันในตลาดมีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะกับตลาดเบียร์ บริษัทจึงต้องสร้างแบรนด์ พรีเมี่ยมเข้ามาในพอร์ตโฟลิโอหรือเหล้านอกก็เช่นกัน

"ที่ผ่านมาเรามีแต่เหล้าขาวและเหล้าสี เราจึงต้องมีดรัมเมอร์เข้ามาเพิ่ม และแม้ว่าช่วงแรกจะเริ่มเปิดตลาดด้วยเซ็กเมนต์ 5 ปี แต่ในระยะยาวหรือถัดไปบริษัทก็จะมี เซ็กเมนต์พรีเมี่ยมเข้ามาทำตลาดด้วย ส่วนแนวทางการตลาดตอนนี้จากภาวะหรือปัจจัยโดยรวมที่ไม่เอื้อเราจะเน้นการทำตลาดในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวือหวาอะไร"

รีแบรนด์แม่โขง-โกอินเตอร์

แหล่งข่าวจากไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง ยังกล่าวด้วยว่า ไม่เพียงเฉพาะการนำเข้าเหล้านอกมารุกตลาดเท่านั้น ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมแผนงานที่จะรีแบรนด์เหล้าแม่โขงครั้งใหญ่ ซึ่งนอกจากจะยังคงวางจำหน่ายในประเทศแล้ว บริษัทยังจะให้ความสำคัญกับการส่งแม่โขงออกไปทำตลาดในต่างประเทศให้มากขึ้น โดยที่ผ่านมาได้ตั้งบริษัทขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะในแต่ละภูมิภาค

"เราจะค่อยๆ เจาะตลาดเข้าไปในแต่ละประเทศ โดยจะเน้นการทำตลาดตามพฤติกรรมหรือวิธีการดื่มของคนในประเทศนั้นๆ เป็นหลัก ซึ่งตอนนี้เรานำแม่โขงเข้าไปจำหน่ายแล้วมากกว่า 10 ประเทศทั้งในยุโรปและอเมริกา"

รายงานข่าวจากบริษัทไทยเบฟฯกล่าวด้วยว่า เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทอินเตอร์เบฟ กรุ๊ปได้เปิดตัวค็อกเทลสูตรแม่โขง ไลม์ แอนด์ แพร์ ปัญญา (Lime & Pear Panya) ให้ผู้บริโภคในตลาดสหราชอาณาจักรได้ลิ้มลอง และเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อินเตอร์เนชั่นแนล เบฟเวอเรจ โฮลดิ้ง ก็ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์สุราแม่โขงในลอสแองเจลิสและนิวยอร์ก ด้วยการชูจุดขายในคุณลักษณะสำคัญของสุราแม่โขงที่สามารถนำไปเป็นส่วนผสมหลักของเครื่องดื่มค็อกเทลได้หลากหลาย

ผู้สื่อข่าวรายงายว่า สำหรับผลการ ดำเนินงานไตรมาส 1 ของไทยเบฟฯ ที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ มีรายได้รวม 26,740 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโต 3% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยในส่วนเหล้า-เบียร์นั้นมีรายได้เพิ่มขึ้น 6.3% ปัจจัยหลักเป็นผลมาจากการปรับราคาขาย อย่างไรก็ตามหากพิจารณาลงไปในรายละเอียดจะพบว่า ในแง่ของปริมาณการขายของเบียร์ลดลง 3.6% ขณะที่เหล้าสีลดลง 0.2% และเหล้าขาวลดลง 15.9% ส่วนในแง่ของกำไร ไทยเบฟฯมีกำไรลดลง 8.6% หรือ 2,631 ล้านบาท
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

WiseKnow Search Engine

Login

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

Advanced Syndicate

Workflows

Marketing / SEO