|
"สหกรุ๊ป" แก้ปมส่งออก-กำลังซื้อตก ชู "ทฤษฎี 2 อ่อน" แก้ปัญหาเศรษฐกิจ |
|
|
|
|
จันทร์, 30 มิถุนายน 2008 |
ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สดใส และบรรยากาศทางการเมืองที่ยัง ไม่นิ่ง เป็นเหตุมาจากประชาชนขาดความเชื่อมั่น และกำลังซื้อที่ลดต่ำลง รวมถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของภาครัฐ ที่ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งเรื่องของราคาข้าว, น้ำมัน, ภาวะดอกเบี้ย ฯลฯ ปัจจัยดังกล่าวนอกจากจะส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจตลอดครึ่งปีแรกตกอยู่ในภาวะซบเซาแล้ว ยังส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
และงาน "สหกรุ๊ป เอ็กซ์ปอร์ต แอนด์ เทรด เอ็กซิบิชั่น" งานแสดงสินค้าของเครือสหพัฒน์ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ถือเป็นดัชนีอย่างหนึ่งที่เป็นตัวสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมการจับจ่ายของ ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี
จุดเริ่มต้นของงานนี้เกิดขึ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 ที่กำลังซื้อในประเทศชะงักงัน จึงเป็นที่มาของการหันไปพึ่ง รายได้จากการส่งออก ตลอดหลายปีที่ผ่านมาจึงเป็นภาพของการเซ็นสัญญาร่วมมือกับนักธุรกิจจากต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนกับทางสหพัฒน์อย่างต่อเนื่อง
สำหรับปีนี้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 12 แม้จะยังได้ชื่อว่าเป็นสหกรุ๊ป เอ็กซ์ปอร์ตฯ แต่ก็ไม่มีภาพของการเซ็นสัญญากับนักลงทุนต่างประเทศ ตรงกันข้ามคือการหันมามุ่งกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศโดยเฉพาะ ด้วยการกระหน่ำลดราคากว่า 50% เพื่อช่วยเหลือคนไทยฝ่าวิกฤตเงินเฟ้อ น้ำมันแพง ค่าครองชีพสูง พร้อมบริการส่งถึงบ้านฟรี
"บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา" ประธานเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า กำลังซื้อในครึ่งปีแรก ไม่ดี แต่ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาการจับจ่ายในต่างจังหวัดดีขึ้น มาจากราคาข้าว และราคาพืชผลทางการเกษตรดีขึ้น ขณะที่กำลังซื้อในกรุงเทพฯกลับลดต่ำลง จากราคาน้ำมัน ปัญหาค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น และงาน ที่จัดขึ้นครั้งนี้ก็มุ่งไปที่การกระตุ้นกำลังซื้อ ผู้บริโภคในกรุงเทพฯอย่างชัดเจน ครึ่งปีที่ผ่านมาทั้งเครือเติบโตอยู่ที่ 5% และคาดว่าตลอดทั้งปีจะอยู่ที่ระดับนี้
ขณะที่ "บุญเกียรติ โชควัฒนา" ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานจัดงาน "สหกรุ๊ป เอ็กซ์ปอร์ตฯ" เปิดเผยว่า สภาพขณะนี้ รายได้จากภายนอกหดตัว ขณะที่ในประเทศผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการจับจ่ายมากขึ้น เน้นซื้อสินค้าคุณภาพ และมีความคุ้มค่าคุ้มราคามากขึ้น ซึ่งนโยบายของเครือสหพัฒน์จะดำเนินนโยบายนี้เช่นเดียวกัน รวมถึงการมีลด แลก แจก แถม ต่อเนื่องตลอดครึ่งปีหลังนี้
ประธานเครือสหพัฒน์ยังได้เสนอ มุมมองการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจว่า ที่ผ่านมา นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้นำเสนอ "ทฤษฎี 2 สูง" ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ส่วนตน ก็ขอเสนอ "ทฤษฎี 2 อ่อน" คือ 1.ค่าเงินบาทอ่อน และ 2.ดอกเบี้ยอ่อน
หากรัฐบาลสามารถดำเนินนโยบาย ดังกล่าวได้ เมื่อรวมทฤษฎี 2 สูงจะ สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจของไทยได้ภายใน 2 เดือน
โดยระดับค่าเงินบาทควรจะอยู่ในระดับ 34-35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จึงจะสามารถช่วยเรื่องการส่งออกของประเทศให้ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักเศรษฐกิจไทยที่ทำรายได้เข้าประเทศต่อปีเป็นจำนวนมาก โดยตั้งแต่ต้นปีจะเห็นถึงสภาพการส่งออกที่ซบเซาลง เป็นปัจจัยหลักมาจากค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่า ซึ่งไม่เอื้อต่อการส่งออก ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวก็ลดลง
นอกจากนี้ ยังมองว่ารัฐบาลไม่ควรดำเนินนโยบายดอกเบี้ยสูงเพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นแนวทางที่ผิด การแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่แท้จริงต้องเพิ่มรายได้ผู้บริโภคในประเทศ ดังนั้น ดอกเบี้ยควรจะลดลง เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ รวมถึงจูงใจให้นักลงทุนต่างประเทศมาลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนมากขึ้น
"ดอกเบี้ยหากไม่ลดลง ก็ไม่ควรสูงไปกว่านี้ หากดอกเบี้ยสูง ก็จะมีเงินเก็งกำไรจากต่างประเทศเข้ามา ซึ่งไม่ใช่การลงทุนอย่างแท้จริง สภาพเช่นนี้ก็จะส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอีก ทั้งหมดล้วนไม่เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจในประเทศ"
พร้อมกันนี้ ประธานเครือสหพัฒน์ยัง ยกตัวอย่างว่า อย่างเครือสหพัฒน์ ในปีนี้ ที่ไม่มีการเซ็นสัญญากับต่างประเทศ ก็มาจากนโยบายดังกล่าว เมื่อรวมถึงปัญหาการเมือง ทำให้นักลงทุนขาดความมั่นใจ และอยู่ในภาวะ wait & see
"ปัจจุบันที่บอกว่าต้องทำให้ค่าเงินบาทแข็ง และดอกเบี้ยสูง ถือว่าใช้คนละตำรา ไม่ทันสถานการณ์ ตำราเมื่อ 40 ปีก่อน มาใช้กับปัจจุบันไม่ได้แล้ว"
จากการสังเกตการณ์ของผู้สื่อข่าวพบว่า ปีนี้เป็นปีที่มีผู้บริโภคเข้ามาจับจ่ายมากกว่าทุกปี เฉพาะวันแรกคือวันที่ 27 มิถุนายน ซึ่งจะจัดต่อเนื่องไปถึงวันที่ 29 มิถุนายน พบว่ามีเข้ามาร่วมงานอย่างล้นหลาม โดยมาต่อแถวเพื่อเข้างานตั้งแต่ช่วงเช้า และพบว่าบูทที่มีกว่า 700 บูท ด้วยจำนวนสินค้ากว่า 1,000 รายการ มีคนเข้าจับจ่ายแน่นทุกบูท
เป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนถึงปัญหา ค่าครองชีพและกำลังซื้อในประเทศที่ตกต่ำลงอย่างชัดเจนก็ว่าได้ |