|
ข้อตำหนิอันใหญ่หลวงของโทรศัพท์ "ไอโฟน 4" ขณะที่ยอดขายจ่อทะลุ 2 ล้านเครื่อง |
|
|
|
|
ศุกร์, 25 มิถุนายน 2010 |
|

แม้ว่า"ไอโฟน 4" จะได้ถูกเผยโฉม และสร้างความตื่นตาด้วยรูปโฉมใหม่ ฟังค์ชั่นการใช้งานที่มีมากขึ้น และอาจสร้างยอดขายอันเป็นประวัติศาสตร์อีกครั้ง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็มีข้อเสีย แม้อาจจะเล็กน้อย แต่ก็อาจจะสร้างความหงุดหงิดต่อผู้ใช้ได้บ้าง และนี่คือคำเตือนเล็กๆน้อยๆ
1. ประหยัดกล้องเกินไป เมื่อเทียบกับโทรศัพท์ประเภทเดียวกันอาทิ เอชทีซี , โมโตโรลลาแอนดรอยด์เอ็กซ์, กูเกิ้ล แอนดรอยด์โฟน, เวอริซัน และโนเกีย ซึ่งมีกล้องถ่ายรูปขนาด 8-12 ล้านพิกเซลแล้ว ไอโฟนก็กลายเป็นโทรศัพท์ราคาถูกไปในทันใด ด้วยกล้องถ่ายรูปเพียง 5 ล้านพิกเซลเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามไอโฟน ก็มีแผนที่เพิ่มขนาดกล้องเป็น 8 ล้านพิกเซลเช่นกัน โดยการนำกล้องโซนี่ มาเพิ่มในไอโฟนรุ่นปี 2011 ซึ่งกว่าจะถึงเวลานั้นก็ไม่แน่ใจว่าคู่แข่งจะก้าวไปไกลแค่ไหนแล้ว
2. ไม่มี "สไวป์" สไวป์ คือ วิธีการป้อนข้อความบนหน้าจอที่รวดเร็วและง่ายขึ้น โดยใช้นิ้วลากไปมาบนแป้นพิมพ์หน้าจอ จิ้มตัวอักษรตัวแรกแล้วลากไปยังตัวอักษรถัดไปตามลำดับ
จนครบคำที่ต้องการ แล้วยกนิ้วขึ้น จะช่วยให้การใส่ข้อความเร็วขึ้นด้วยวิธีเดาคำที่ต้องการพิมพ์ ซึ่งมันจะเร็วกว่าการใช้นิ้วยกจิ้มทีละตัวอักษร จริงอยู่ที่ทางแอปเปิ้ลสร้างความน่าตื่นตะลึงให้กับโทรศัพท์แบบสัมผัส แต่การที่ขาดสไวป์ไปก็เป็นสิ่งที่แอปเปิ้ลต้องกลับมาพิจารณาใหม่
3.การสนทนาแบบเห็นภาพ จริงอยู่ที่ฟังค์ชั่นการสนทนาแบบเห็นหน้าจะมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ใช้ไอโฟน แต่ข้อควรคำนึงก็คือ คู่สนทนาก็จำเป็นต้องมี ไว-ไฟ ด้วย นอกจากนั้นเขายังจำเป็นต้องมีไอโฟน 4 เป็นของตนเองด้วย ซึ่งมันก็คงเป็นกลุ่มคนไม่มากนักที่จะได้เป็นเจ้าของ นั่นหมายถึงคุณก็คงไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมันเต็มที่มากนัก
4. การขาดแคลนไอโฟน 4 แม้ว่าไอโฟน 4 จะเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก แต่อย่าลืมว่าความต้องการยิ่งมาก ยิ่งทำให้สินค้าขาดแคลนเร็วขึ้น แต่เมื่อมีข่าวว่า แผงหน้าจอ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อหน้าตาของโทรศัพท์ ขาดแคลน จนทำให้บริษัทผู้ผลิต ต้องลดจำนวนการผลิตลงเหลือเพียง 1 ล้านหรือเพียงห้าแสนเครื่องเท่านั้น และนั่นหมายความว่าจะไม่มีโทรศัพท์ในจำนวนที่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งนั่นหมายถึงการส่งโทรศัพท์ให้ลูกค้า เกิดความล่าช้าตามไปด้วย และอาจถึงขั้นที่ลูกค้าอาจเปลี่ยนใจไปซื้อโทรศัพท์ยี่ห้ออื่นแทน
5. ไม่มี "เวอร์ไรซัน" การผูกขาดความเป็นหุ้นส่วนสำคัญของแอปเปิ้ลกับเครือข่าย "เอทีแอนด์ที" เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง และมันก็เป็นสิ่งที่ทำลายความน่าเชื่อถือของทั้งสองบริษัท ดังนั้นเครือข่าย "เวอร์ไรซัน" จึงเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ต่างก็เฝ้ารอ แต่ก็คงจะใช้เวลาอีกประมาณสองปี และคิดว่ามันคงไม่เหมาะนักหากเมื่อพิจารณาถึงการที่ผู้ใช้ต้องทนอยู่กับโปรโมชั่นของเอทีแอนด์ที ซึ่งไม่เหมาะอย่างยิ่งต่อผู้ใช้ไอโฟนซึ่งมีการใช้งานที่ค่อนข้างมาก
ก่อนหน้านี้ บลูมเบิร์กรายงานว่า วันแรกของการเปิดตัวไอโฟน 4 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดของแอปเปิล อิงค์ สหรัฐอเมริกา วันที่ 24 มิถุนายน ใน 5 ประเทศคือสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ คาดว่าจะมียอดจำหน่ายสูงเป็นประวัติการณ์ 1 ล้านเครื่อง และคาดว่าภายในวันที่ 26 มิถุนายน ยอดจำหน่ายจะพุ่งถึง 2 ล้านเครื่อง
รายงานข่าวระบุว่า ไอโฟนถูกเปิดตัวสู่ตลาดครั้งแรกเมื่อปี 2550 ถือเป็นสินค้าขายดีที่สุดของแอปเปิล ซึ่งทำรายได้ 40% ของรายได้ทั้งหมด โดยสำหรับไอโฟน 4 ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุดนี้มียอดจองล่วงหน้าวันแรกถึง 6 แสนเครื่อง สูงกว่ายอดจองล่วงหน้าของไอโฟนทุกรุ่นและสูงกว่าที่แอปเปิลประเมินเอาไว้ ทั้งนี้ คาดว่าความต้องการที่มากมายส่วนหนึ่ง 57% อาจเกิดจากลูกค้าเก่าของไอโฟนที่เครื่องเก่าไม่สามารถใช้กับซอฟต์แวร์ใหม่ สำหรับราคาจำหน่ายไอโฟน 4 ในตลาดสหรัฐอเมริกา ราคาอยู่ระหว่าง 199-299 ดอลลาร์ ขึ้นกับจำนวนกิกะไบต์ ความโดดเด่นของไอโฟนอยู่ตรงที่มีความล้ำหน้าสมาร์ทโฟนรายอื่น เนื่องจากมีแอพพลิเคชั่นให้เลือกใช้มากถึง 2.25 แสนแอพพลิเคชั่น ทำให้ได้รับคำชมจากผู้วิจารณ์ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุด
Trackback(0)
|