|
ศุกร์, 02 กรกฎาคม 2010 |
|

* หมดยกแรกสื่อดาวรุ่ง ทีวีดาวเทียม หลังมะรุมมะตุ้มแข่งเปิดช่องฝุ่นตลบร่วม 3 ปี
* เคาะระฆังยก 2 มืออาชีพ รายใหญ่ แยกตัวแบ่งดิวิชั่น ทิ้งช่องคุณภาพต่ำ ช่องขายยา ไว้คนละชั้น * หาโมเดลนำเสนอใหม่ ขยับฐานคนดูจากเซกเมนต์ขึ้นเป็นแมส เชื่อ 3 ปีทุกบ้านมีจานดาวเทียม
นับจากมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ ปี 2551 สื่อทีวีพันธุ์ใหม่ ทีวีดาวเทียมดูเหมือนจะได้รับการประกาศอิสรภาพ จากสภาพเดิมที่มีเพียงผู้ผลิตใจกล้า อย่างกลุ่มเนชั่น และผู้จัดการ นำร่องเปิดช่องทีวีดาวเทียมก่อนหน้านั้นหลายปี ท่ามกลางความงุนงงของผู้บริโภคว่าจะสามารถรับชมได้อย่างไร ไม่มีกฎหมายรองรับ สินค้า และเอเยนซีส่วนใหญ่ไม่กล้าลงโฆษณา เพราะกลัวจะผิดกฎหมาย ทำเอาเจ้าของช่องขาดทุนปีแล้วปีเล่าอยู่นาน แต่เมื่อธุรกิจมีกฎหมายมารองรับ พร้อมอนุญาตให้ทีวีดาวเทียมสามารถหาโฆษณาได้ 6 นาทีต่อชั่วโมง ยกแรกของทีวีดาวเทียมจึงเริ่มขึ้น เจ้าของคอนเทนต์รายใหญ่ รายเล็ก กรีธาทัพเข้าสู่ตลาด จากที่เคยมีไม่ถึง 10 ช่อง เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 40-50 ช่อง ในเวลาไม่นาน ผู้ผลิตจานดาวเทียมกระโดดเข้ามาแข่งขันทำตลาด เป็นอีกแรงสำคัญที่กระตุ้นให้จานดาวเทียมแพร่ขยายไปสู่ครัวเรือนไทย ผ่านมา 3 ปี ครัวเรือนไทยที่มีอยู่ทั้งประเทศราว 20 ล้านครัวเรือน วันนี้มีกว่า 1 ใน 3 หรือประมาณ 7 ล้านครัวเรือน หันมาติดจานดาวเทียม แทนที่เสาอากาศก้างปลากันหมดแล้ว การต่อสู้ในธุรกิจทีวีดาวเทียมที่มะรุมมะตุ้มกันทั้งเจ้าของช่องที่มีมากหน้าหลายตา มาจากหลายๆ วงการ ทั้งค่ายเพลง ค่ายหนัง ค่ายวิดีโอ สื่อหนังสือพิมพ์ นิตยสาร รวมไปถึงสถาบันการศึกษา ส่วนราชการ ด้านผู้ผลิตจานดาวเทียมก็มีเพิ่มมากขึ้น จานดาวเทียมสารพัดสี ระดมกลยุทธ์แข่งกันทำตลาด ช่วยทำให้ตลาดจานดาวเทียมเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังไม่สามารถแสดงศักยภาพของทีวีดาวเทียมในการทำหน้าที่เครื่องมือสื่อสารการตลาดให้กับเจ้าของสินค้าได้ว่ามีมากเพียงใด การวิจัยเรตติ้งของนีลเส็น ก็ทำเพียงแค่ในคนกลุ่มเล็กๆ แม้ช่องพร้อม ผู้ชมพร้อม แต่เม็ดเงินที่จะไหลเข้ามาหล่อเลี้ยงธุรกิจจากการโฆษณา กลับยังไม่พร้อม จนกระทั่งเกิดปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2010 ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ในเมืองไทย อาร์เอส ประกาศตัดสัญญาณการแพร่ภาพผ่านดาวเทียมในระบบ C-Band เนื่องจากเกรงว่าผู้ชมในประเทศเพื่อนบ้านจะสามารถดึงสัญญาณนี้ไปจากเมืองไทย ทำให้กระทบกับผู้ได้รับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดในประเทศนั้นๆ ส่งผลให้ครัวเรือนไทยที่รับชมโทรทัศน์ผ่านจานดาวเทียม C-Band หรือจานใหญ่สีดำ ไม่สามารถรับชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้ โดยมีการโชว์ตัวเลขของผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มนี้ว่า มีมากถึง 24 ล้านคน เดียว วรตั้งตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม บรอดคาสติ้ง ในเครือบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ข่าวที่เกิดขึ้นเดิมคิดว่าเป็นเรื่องลบต่อธุรกิจจานดาวเทียม เนื่องจากไม่สามารถชมฟุตบอลโลกได้ แต่เมื่อพิจารณาว่าฟุตบอลโลกเป็นอีเวนต์สั้นๆ เพียง 1 เดือน แต่ข้อมูลในข่าวนั้นได้แสดงถึงโอกาสในวิกฤต เพราะข่าวที่นำเสนอเรื่องจานดำไม่สามารถดูบอลโลก ได้กลายเป็น Talk of the Town เนื่องจากพบว่า ประชาชนที่เดือดร้อน ไม่สามารถชมฟุตบอลโลกได้เพราะที่บ้านติดตั้งจาน C-Band มีตัวเลขสูงถึง 24 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำให้เอเยนซีโฆษณาต้องกังวลว่า หากคนกลุ่มนี้ไม่ได้ดูฟุตบอลโลก เจ้าของสินค้าที่เป็นลูกค้าของเขาต้องเสียประโยชน์ จากคนถึง 24 ล้านคนที่ไม่สามารถรับข้อมูลได้ ถือเป็นการยืนยันขนาดของตลาดจานดาวเทียม และยืนยันฐานผู้ชมว่า ในประเทศไทย ผู้บริโภคได้เปลี่ยนพฤติกรรมการชมโทรทัศน์จากเสาอากาศก้างปลามาเป็นจานดำเกือบถึงครึ่งของจำนวนประชากรของประเทศแล้ว เช่นเดียวกับ อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (เอ็นบีซี) ผู้บริหารช่องทีวีดาวเทียมเนชั่นแชนแนล และแมงโก้ ทีวี กล่าวว่า ปัญหาการถ่ายทอดฟุตบอลโลก ได้แสดงให้เห็นว่าวันนี้ ผู้บริโภคหันมาดูโทรทัศน์จากจานดาวเทียมมาก การที่ปัญหาเกิดขึ้นถือเรื่องดีของธุรกิจทีวีดาวเทียมโดยรวม แสดงให้เห็นว่าคนที่ดูจากจานดาวเทียมมีจำนวนมหาศาล เอเยนซีและเจ้าของสินค้าจะมองข้ามไม่ได้แล้ว เมื่อสื่อทีวีดาวเทียมได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า บัดนี้ได้กลายเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพล ด้วยจำนวนผู้ชมที่มีมากกว่า 1 ใน 3 ของประเทศ ยกที่ 2 ของธุรกิจทีวีดาวเทียม ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาของการขยายจานดาวเทียมเข้าถึงครัวเรือนไทย ครบ 20 ล้านครัวเรือน สร้างโอกาสในการเก็บเกี่ยวเม็ดเงินโฆษณาที่จะเพิ่มมากขึ้นอีกมหาศาล กำลังจะเริ่มขึ้น สร้างเซกเมนต์- แบ่งดิวิชั่น รายใหญ่เตรียมตบเท้าเข้าอีกระลอก อดิศักดิ์ ผู้บุกเบิกทีวีดาวเทียมรายแรกในเมืองไทย กล่าวว่า การแข่งขันของธุรกิจทีวีดาวเทียมจากนี้ เจ้าของสถานีก็ต้องหาจุดยืนของช่องตัวเองให้ชัดเจน เพราะตลาดทีวีดาวเทียมเป็นเรื่องของเซกเมนต์ ต้องหาให้ได้ รวมถึงการสร้างคุณภาพของช่องให้มีคุณภาพ และมาตรฐาน ซึ่งตนคิดว่าเมื่อจานดาวเทียมมีมากขึ้น ผู้ชมเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีเม็ดเงินจากการโฆษณาเป็นรายได้มากขึ้น ก็จะทำให้คุณภาพการผลิตดีขึ้นตามมา "หากตลาดนี้มีการแข่งขันที่สมบูรณ์ ผมไม่ห่วงว่าจะมีกี่ช่อง เพราะกลไกทางการตลาดจะทำให้ช่องที่ไม่มีคุณภาพต้องหายจากไป ส่วนช่องรายการที่มีคุณภาพ สามารถสร้างรายได้กลับมาพัฒนาช่องของตนให้ดีขึ้นได้ ผนวกกับต่อไป ค่าใช้จ่ายของการทำช่องทีวีดาวเทียมจะถูกลงเรื่อยๆ อาทิ ค่าส่งสัญญาณดาวเทียม หรือค่าอินเทอร์เน็ต เครื่องมืออุปกรณ์ในการผลิตรายการถูกลงเรื่อยๆ เมื่อต้นทุนการผลิตมันต่ำลง คุณภาพการผลิตก็จะดีขึ้น คนดูมากขึ้น เม็ดเงินโฆษณาก็จะมีมากขึ้นตาม" ด้าน เดียว ตั้งตระกูล กล่าวว่า ถึงวันนี้ช่องทีวีดาวเทียมต่างๆ ได้ออกอากาศมาเป็นเวลาพอสมควร ก็ได้เริ่มพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ช่องใดเป็นช่องที่มีคุณภาพ เชื่อว่าจากนี้ ผู้เล่นทุกคนในตลาดจะมีการเปรียบเทียบให้เห็นถึงดิวิชั่น คล้ายกับการเปรียบเทียบดิวิชั่นของฟรีทีวี ที่ช่อง 3 และช่อง 7 จะอยู่ในดิวิชั่นที่เหนือกว่า ช่อง 5 และช่อง 9 มีเดียเอเยนซีจะเริ่มมีการแบ่งว่าช่องไหนจะอยู่ดิวิชั่นไหน ในส่วนของเจ้าของสถานี อยากขึ้นมาอยู่ดิวิชั่น 1 ต้องทำอย่างไร เชื่อว่าทุกคนทราบดีว่า ปัจจัยสำคัญอยู่ตรงไหน ไม่ใช่เรื่องยาก อยู่ที่เจ้าของช่องแต่ละคนจะมองว่าเป็นเวลาที่เขาควรจะยกระดับช่องของเขาหรือยัง "การทำช่องทีวีดาวเทียมให้มีคุณภาพอาจเป็นเรื่องของเทคนิคไอเดีย ต้องสร้างคุณภาพในรสชาติของคอนเทนต์ที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เรานำเสนอเรื่องราวในสิ่งที่คนอยากดูหรือไม่ คนดูอยากดูอะไรเราต้องสามารถที่จะเข้าใจพฤติกรรมความต้องการของเขา ต้องหาข้อมูลผู้บริโภคในเชิงลึก หาข้อมูลในเชิงวิจัยอย่างมาก รวมไปถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มในการชมรายการ ผมเชื่อว่าคนที่ดูทีวีทุกวันนี้ ไม่ได้ดูเฉพาะอยากรู้ว่า ข้อมูลข่าวสาร ละครคืออะไร แต่ถามว่าดูแล้วได้อะไรมากกว่าที่เขาดู เรื่องของสิทธิพิเศษต่างๆ ที่จะเติมเข้าไปในระหว่างนั้น ที่ทุกคนทำเรื่องชิงโชค ชิงรางวัลกันอยู่ก็ถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม แต่นอกเหนือจากนั้น สิ่งที่จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีอยู่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์ เซเลบริตี้ การขยายฐานคอมมูนิตี้ และการครอสฟังก์ชั่นของเครื่องมือต่างๆ ก็ถือเป็นเครื่องมือที่ทำให้สามารถไปต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าและผู้ชม เรื่องการทำกิจกรรม การจัดอีเวนต์พิเศษต่างๆ เติมเข้ามา ผมก็เชื่อว่าสิ่งนี้จะทำให้ของที่มีคุณภาพในเชิง Physical เหมือนกัน มีความต่างกันที่มูลค่าเพิ่ม ซึ่งแม้ในดิวิชั่นเดียวกันก็จะมีการจัดดิวิชั่นย่อยในนั้นลงไปอีก" เดียว ยังกล่าวถึงการแข่งขันในดิวิชั่นล่างว่า สุดท้ายทุกคนก็ต้องแข่งกันด้วยคุณภาพเช่นเดียวกัน แต่เป็นคุณภาพในตลาดที่แต่ละคนอยู่ เพราะในแต่ละเซกเมนต์มันก็เห็นถึงมูลค่าที่มีอยู่ ซึ่งมูลค่านั้นผู้ชมอาจจะไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เจอของที่มีคุณภาพมากที่สุด อาจเพียงแค่ต้องการสารที่จะส่งไปถึงเขาเท่านั้น ส่วนคุณภาพคืออะไร ไม่ได้สนใจ แค่ให้มีคนมานั่งพูด เปิดสายหน้าไมค์ คุยโทรศัพท์ กลุ่มเป้าหมายก็มีความสุขแล้ว นี่อาจเป็นอีกรสที่คนอีกกลุ่มต้องการ ซึ่งคงไม่สามารถบอกว่าใครดีกว่าใคร เพราะอยู่กันคนละตลาด อดิศักดิ์ แสดงความเห็นถึงช่องรายการที่มีอยู่หลากหลายในทีวีดาวเทียมวันนี้ว่า เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันดูแล อย่าให้ภาพพจน์ของวงการเสีย แต่เชื่อว่าในที่สุดเมื่อตลาดเดินไปได้ระยะหนึ่งก็จะรู้ว่าช่องไหนเป็นน้ำดี ช่องไหนน้ำเสีย แยกขาวกับดำ แยกคุณภาพออกมาจากของที่ไม่มีคุณภาพ สังคมจะมองเห็นเอง เมื่อเห็นของจริง ของที่คุณภาพแล้วจะสามารถเปรียบเทียบได้ ต่างจากในอดีตที่ผู้ชมมองไม่เห็นเพราะคอนเทนต์ที่คุณภาพดีมีน้อยเกินไป จึงไม่สามารถเปรียบเทียบได้ เห็นแต่ช่องขายของ ขายยา ขายความเชื่อ อดิศักดิ์ มองว่า การจะพัฒนาให้คอนเทนต์ในทีวีดาวเทียมเป็นคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ เป็นเรื่องของคน ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันไปพัฒนาคน เมื่อบุคลากรในระบบมีคุณภาพมากขึ้น ก็เชื่อว่าความตื่นตัวในวงการจะมีสูงขึ้น ซึ่งตนก็ยังมีความหวังว่า พ.ร.บ.กิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ ปี 2551 และระเบียบของ กทช. ที่ระบุว่าเคเบิลทีวีต้องมีรายการท้องถิ่น จะเป็นการบีบบังคับให้เจ้าของช่องในท้องถิ่นเหล่านี้ต้องลงทุนไปกับการผลิตคอนเทนต์ ซึ่งเรื่องนี้เป็นอนาคตของประเทศที่ต้องช่วยกัน รวมถึงสถาบันการศึกษาก็ต้องเข้ามาช่วยกัน ยกระดับให้คอนเทนต์ในทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีท้องถิ่นมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น หน้าเก่าปรับโมเดลช่องใหม่ รอรับรายใหญ่อีกระลอกลงสนาม ยก 2 ของทีวีดาวเทียมไม่ได้มีแค่การแบ่งแยกช่องรายการคุณภาพออกจากช่องที่หวังผลเพียงเพื่อการขายสินค้าเท่านั้น เพราะในส่วนของช่องที่เชื่อว่าจะถูกจัดชั้นจากมีเดียเอเยนซีให้อยู่ในดิวิชั่น 1 บนสุด อย่างกลุ่มเนชั่น และกลุ่มแกรมมี่ ก็มีการปรับโมเดลช่องรายการให้มีความแตกต่าง และแข็งแรงมากยิ่งขึ้น โดยโมเดลใหม่ของกลุ่มเนชั่นที่ได้เปิดตัวไปแล้ว "แมงโก้ ทีวี" ทีวีดาวเทียมช่องที่ 2 ของกลุ่มเนชั่น ซึ่งมีอายุห่างจากเนชั่นแชนแนล ถึง 10 ปี แต่ตลอด 10 ปีมานี้ อดิศักดิ์ พยายามมองหาความแตกต่างที่จะสร้างความโดดเด่นให้ช่องแมงโก้ ทีวี มีเหนือช่องทีวีดาวเทียมคู่แข่งที่มีหลายสิบช่อง "แมงโก้ ทีวี ต่างจากเนชั่นแชนแนล รวมถึงต่างจากทีวีดาวเทียมช่องอื่นๆ นับตั้งแต่ก่อนการเปิดตัว ก็มีการนำโซเชียลมีเดียต่างๆ เข้ามาใช้เพื่อเป็นตัวขับเคลื่อน ไม่ได้เป็นเพียงโทรทัศน์ดาวเทียมเท่านั้น แต่มีการผ่านไป 3 จอ ประกอบด้วยจอโทรทัศน์ ผ่านทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี จอคอมพิวเตอร์ รับชมทาง IPTV ผ่านอินเทอร์เน็ต และจอมือถือ ชมผ่านเครือข่ายโมบาย 3G ซึ่งนอกจากมีการออกอากาศผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ แล้ว เรายังออกแบบให้โซเชียลเน็ตเวิร์ก เข้ามาช่วย นักข่าวของแมงโก้ ทีวี จะมี Twitter ที่ลงท้ายชื่อทุกคนด้วยนามสกุล Mango เป็นการซอฟต์ลอนช์ สร้างความรู้จักบนโลกออนไลน์ แนะนำตัว ลงไปสร้างกิจกรรม ส่งข่าว เขียนข่าวในช่วงที่เรายังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ มีการซอฟต์ลอนช์ไปกับเอเยนซีโฆษณาเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ แนะนำคน ไม่ได้แนะนำคอนเทนต์ แนะนำ Mango MoJo หรือ Mobile Journalist นักข่าวพันธุ์ใหม่ที่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเองตั้งแต่ทำข่าว ถ่ายภาพ ตัดต่อ ส่งขึ้น Twitter Facebook ออกทีวี ทำได้ทุกอย่าง ช่องนี้ไม่มีผู้ประกาศโดยตรง ทุกคนต้องทำได้หมด โดยมีการฝึกนักข่าวให้มีวิธีคิดที่เป็น Social Networking" นอกจากโมเดลของการสร้างผู้ดำเนินรายการพันธุ์ใหม่ที่จะช่วยขยายฐานผู้ชมแล้ว ในส่วนของคอนเซ็ปต์รายการของสถานี ก็ยังแตกต่างไปจากช่องทีวีดาวเทียมอื่นๆ ที่อดิศักดิ์ เรียกว่า โมเดลศูนย์การค้า อดิศักดิ์ กล่าวว่า การมองหาโมเดลใหม่ๆ ให้สถานีทีวีดาวเทียมที่เปิดใหม่เป็นสิ่งจำเป็น เพราะหากยังทำแบบเดิม จะต้องคอยตอบคำถามว่า ความแตกต่างจากช่องอื่นอยู่ที่ใด แม้แบรนด์เนชั่นจะมีความแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะไม่สามารถอธิบายถ่ายทอดเป็นเรื่องราวได้ ทำให้ช่องแมงโก้ ทีวี ต้องออกไปชักชวนผู้ผลิตคอนเทนต์ที่มีชื่อเสียงในแขนงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวงการศิลปะ และบันเทิงรวม 30 ผู้ผลิต ตั้งเป็น Friend of Mango หรือ FOM อาทิ นิตยสารลิซ่า, จีเอ็ม, สถาบันดนตรีเจนเอ็กซ์, กลุ่มเซ็นเตอร์พอยต์, ช่องแฟชั่น FTV รวมถึงสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ เข้าร่วมผลิตรายการกับทีมงานของเนชั่น อย่าง จุดประกาย กรุงเทพธุรกิจ และเซกชั่นบันเทิง คมชัดลึก รวมพลังในการสร้างช่องแมงโก้ ทีวี ให้เป็นเสมือนศูนย์การค้าที่มีร้านค้าซึ่งเป็นแม่เหล็กในการดึงดูดผู้ชมอยู่หลายร้าน ไม่ได้มีเพียงคอนเทนต์จากกลุ่มเนชั่นเท่านั้น "FOM ถือเป็นการรวมตัวของเจ้าของคอนเทนต์รายใหญ่ทั้งสิ้น ลิซ่า เจนเอ็กซ์ ล้วนเป็นใหญ่ในตลาดทั้งสิ้น เมื่อเราขายคอนเซ็ปต์ศูนย์การค้า ทุกคนล้วนสนใจ เครือเนชั่นทำฟรีทีวีมานาน รู้ว่ามีคนต้องการทำโทรทัศน์อยู่มาก แต่โอกาสได้ทำมีน้อย จำนวนรายการที่เสนอไปมีมากกว่าเวลาออกอากาศหลายเท่า โดยเฉพาะช่อง 5 ปีหนึ่งมีคนยื่นเสนอรายการมา 400-500 รายการ แต่ลงผังได้ 40-50 รายการ ประมาณ 10% ซึ่งเราดูข้อเสนอของรายการที่ไม่ผ่าน หลายๆ รายการพบว่าดีกว่าที่ผ่านมาอีก เราคิดเหมือนการสร้างศูนย์การค้า เราต้องสร้างให้ดี เหมือนสยามพารากอน ที่แบรนด์เนมไปอยู่รวมกัน มีแม็กเน็ตหลายๆ ตัว เพราะกลุ่มเนชั่นไม่ได้มีครบถ้วนทุกเรื่อง แต่ก็ได้ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องราวด้านต่างๆ มาเติมเต็มให้ช่องแมงโก้ ทีวี มีความแข็งแกร่งเหนือกว่าช่องทีวีดาวเทียมอื่นๆ" อดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกเหนือจากการร่วมผลิตรายการแล้ว เจ้าของคอนเทนต์ที่เข้ามาร่วมเป็น FOM ก็จะทำหน้าที่ช่วยในเรื่องการหาโฆษณา ร่วมกันจัดอีเวนต์ อาทิ หากลิซ่าจะจัดอีเวนต์ แมงโก้ ทีวี จะเข้าไปร่วม และโปรโมตผ่านช่องนี้ หรือหากเจนเอ็กซ์ ต้องการปั้นศิลปินนักร้องสักราย เจนเอ็กซ์ทำโดยลำพังอาจมีพลังไม่มาก มาร่วมกับแมงโก้ ทีวี จะทำให้มีพลังมากขึ้น สร้างผลประโยชน์ร่วมกัน เป็นสิทธิพิเศษที่ FOM จะมีให้ต่อกัน เพื่อการเติบโตไปด้วยกัน เมื่อเนชั่นเลือกสร้างจุดแข็งให้กับแมงโก้ ทีวี ในการมีพันธมิตรสำหรับการผลิตคอนเทนต์มากหน้าหลายตาเข้ามาร่วมงาน ย่อมทำให้ช่องรายการนี้มีความหลากหลายที่มีกลุ่มเป้าหมายกระจัดกระจายไป อดิศักดิ์ กล่าวด้วยว่า แม้กลุ่มเป้าหมายจะเล็กก็ไม่ใช่เรื่องน่าห่วง เพราะตนเชื่อในเรื่องของเซกเมนเตชั่น และแฟลกเมนเตชั่น รายการหนึ่งมีกลุ่มคนดูหลักแสนคนเป็นประจำ ก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีจำนวนหลายล้านคน เพราะเป้าหมายของช่องนี้จะเป็นช่องเอนเตอร์เทนเมนต์ เป็น Art&Culture ที่มีระดับ มีกลุ่มเป้าหมายไม่ใหญ่นัก แต่มีกำลังซื้อสูง คือเป้าหมายที่วางไว้ของแมงโก้ ทีวี ขณะที่กลุ่มเนชั่นเลือกที่จะเปิดบ้านต้อนรับพันธมิตรเจ้าของคอนเทนต์ถึง 30 ราย จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ก็มีแนวคิดในการหาพันธมิตรแนวร่วมเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับช่องทีวีดาวเทียมที่จะขยายต่อไปเช่นเดียวกัน เดียว กล่าวว่า นอกจากจีเอ็มเอ็ม บรอดคาสติ้ง จะมี 4 ช่องทีวีดาวเทียมแล้ว ในอนาคตก็มีการวางแผนในการขยายไปในช่องอื่นๆ ในเซกเมนต์อื่นๆ ตั้งแต่ช่องข่าว ช่องกีฬา โดยเมื่อเร็วๆ นี้ก็พูดคุยกับกลุ่มผู้จัดงานมอเตอร์โชว์ ในการที่จะพัฒนาช่องยานยนต์ โดยใช้ศักยภาพของมอเตอร์โชว์ ซินเนอยี่กับศักยภาพทางการตลาด ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่กำลังพัฒนา รอเวลาและโอกาสที่เหมาะสม เป็นการร่วมกันสร้างความตื่นตัวให้กับวงการอีกครั้ง "การมองหาพันธมิตรจากภายนอกมาร่วมกันสร้างช่องทีวีดาวเทียมก็ถือเป็นหนึ่งในนโยบายที่จีเอ็มเอ็มมองไว้เช่นกัน ในอนาคต หลังจากที่ช่องซึ่งเป็นคอนเทนต์หลักๆ ของจีเอ็มเอ็มเอง แข็งแรงแล้ว การที่จะขยายออกไปในคอนเทนต์เชิงวาไรตี้ ก็คงต้องมีพันธมิตรเข้ามาร่วม หรือแม้แต่คอนเทนต์ที่เราซินเนอยี่ระหว่างความยิ่งใหญ่ของ 2 พันธมิตร อย่างกรณีมอเตอร์โชว์ ก็คือจุดเริ่มต้นของการหาพันธมิตรเข้ามา ในอนาคตคงจะมีรูปแบบหลากหลาย ถ้าเราจะทำช่องข่าว เราไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญช่องข่าว ก็คงต้องหาพันธมิตรที่เชี่ยชาญเรื่องข่าวเข้ามาเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเรา แล้วเราก็เติมมาร์เกตติ้ง เรื่องโนว์ฮาวในการหีบห่อ ครีเอทีฟไอเดียที่จะทำอย่างไรให้แมสสามารถที่จะเข้าถึง หรือสื่อไปถึงแมสได้ นั่นก็คงเป็นหน้าที่หลักๆ" อย่างไรก็ตาม เดียวเชื่อว่า การแข่งขันในธุรกิจทีวีดาวเทียมจะดุเดือดขึ้นแน่นอน เนื่องจากผู้ผลิตคอนเทนต์รายใหญ่ๆ อีกหลายรายเตรียมเดินลงสนามในปี 2 ปีนี้ โดยปีนี้จะได้เห็นกันตนารุกคืบแน่นอน หลังจากได้ทดลองออกอากาศมาบ้างแล้ว กลุ่มเจเอสแอลจะเข้ามาแน่นอน เช่นเดียวกับช่อง 3 ที่มาในนามบีอีซี มีเดียสตูดิโอ จะมีช่องใหม่เกิดขึ้น หรือแม้แต่ทาง อสมท เอง เป็น Big Player น่าจับตามอง ขณะที่เวิร์คพอยท์ก็เริ่มดูตลาดบ้างแล้ว ไม่เพียงแต่ในกลุ่มเจ้าของสถานีทีวีดาวเทียมที่มีการแข่งขันกันดุเดือด ด้านผู้ผลิตจาน ที่ขณะนี้มีแบรนด์และจานรุ่นที่ยอดขายสูงถึง 20 รุ่น หมายถึงมูลค่าตลาดที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอีก วันนี้ส่วนแบ่งของเสาอากาศก้างปลา คงเหลืออยู่อีกประมาณ 8 ล้านครัวเรือน ก็ถือว่ายังใหญ่มาก และส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ แต่เชื่อว่าตลาดจานดาวเทียมที่จะเติบโตต่อไป อย่างน้อยปีละ 30% จะทำให้ภายในเวลา 3 ปี ตลาดจานดาวเทียมน่าจะครอบคลุมไปถึงทุกครัวเรือนในประเทศไทยอย่างแน่นอน ซึ่งก็หมายถึงทีวีดาวเทียม กับฟรีทีวี จะขึ้นไปยืนอยู่บนเวทีเดียวกันอย่างแท้จริงเสียที
Trackback(0)
|