|
"เซียนสอนน้อง" ปั้นความสำเร็จธุรกิจซอฟต์แวร์ |
|
|
|
|
พฤหัสบดี, 03 กรกฎาคม 2008 |
|
 รายงาน
กลางเดือน มิ.ย.2551 ในโอกาสครบรอบ 10 ปี เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) ได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าในวงการซอฟต์แวร์มาแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการ และผู้สนใจก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย
"การปรับเปลี่ยน และสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ" เป็นประเด็นร้อนที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุด โดย "ดร.สุวิทย์ เมษิณทรีย์" ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย และให้คำปรึกษา สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า
ถึงเวลาแล้วที่ผู้ประกอบการต้องปรับวิสัยทัศน์ และภารกิจต่างๆ ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน และอนาคต เนื่องจากกระแสโลกาภิวัตน์ได้ผลักดันให้โอกาสทางธุรกิจ และความมั่งคั่งกระจายตัวไปอย่างรวดเร็ว ไร้ขอบเขตจึงเกิดการแข่งขันกันทั้งภายในและภายนอกประเทศ
ขณะเดียวกันทุกหน่วยในสังคมต้องการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันมากขึ้น เกิดการสร้าง social community ขึ้นมากมาย ดังนั้นในทางธุรกิจจึงต้องมีความพร้อมในการตั้งรับ และรุกทั้งภายในและภายนอกประเทศด้วย เพราะธุรกิจทุกวันนี้มีโลกทั้งใบเป็นตลาดที่เปิดกว้าง และไร้สัญชาติ
"หัวใจของความสำเร็จอยู่ที่ว่า ทำอย่างไรจึงจะสร้างเครือข่ายทางธุรกิจได้อย่างมีพลัง เกิดความมั่งคั่งร่วมกันได้ แนวคิดหรือนวัตกรรมใหม่ๆ เพียงลำพังไม่อาจประสบความสำเร็จได้ หากไม่มีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจน"
ด้าน "บุญรักษ์ สรัคคานนท์" นายกสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) คิดคล้ายคลึงกันว่า การสร้างเครือข่ายมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ
เพราะการจับมือเป็นพันธมิตรกับผู้ที่มีจุดแข็งที่แตกต่างกันช่วยสร้างซอฟต์แวร์ และบริการที่ดีให้โดนใจลูกค้าได้ นอกเหนือไปจากการโฟกัสในตลาดที่ตนมีความถนัด มีจุดแข็งที่แตกต่างจากคู่แข่ง
ฟาก "สมเกียรติ อึงอารี" นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI) เสริมว่า ธุรกิจซอฟต์แวร์ในปัจจุบันต้องมองพันธมิตรหรือคู่ค้าในหลายมิติ คู่ค้าไม่ใช่แค่ตัวแทนจำหน่ายสินค้า ด้วยว่า เทคโน โลยีมีหลายแพลตฟอร์ม การใช้ซอฟต์แวร์มีทั้งบนคอมพิวเตอร์ พีดีเอ โทรศัพท์มือถือ หรือในไอโฟน บริษัทซอฟต์แวร์อาจตอบโจทย์ได้ไม่ทุกตลาดจึงอาศัยคู่ค้าพัฒนา และผลิตสินค้าเพื่อเข้าไปทำตลาดเฉพาะแทนได้เท่ากับสร้างความเข้มแข็งให้แบรนด์ของสินค้า
"ยุคนี้เก่งคนเดียวไม่ได้ ยิ่งเปิดกว้างยิ่งมั่งคั่ง"
"ปฐมา จันทรักษ์" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) พูดถึงความสำเร็จของไมโครซอฟท์ว่า อยู่ที่การใช้คนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนานวัตกรรม ใหม่ๆ เรียกว่า ใช้คนสร้าง และสร้างให้คนใช้ โดยทำความเข้าใจกับความเปลี่ยนแปลง แนวโน้มของโลก และไลฟ์สไตล์ของมนุษย์ว่าจะนำไอทีมาตอบโจทย์ได้อย่างไร แม้ในโลกธุรกิจก็ต้องหาช่องทางสร้างนวัตกรรมที่จะมาผลักดัน ย่นระยะทางของสินค้า และบริการต่างๆ ให้ออกสู่ตลาดเร็วที่สุด ทั้งหมดล้วนก่อเกิดเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ๆ
www.patientslikeme.com หรือ www. sugarstats.com เป็นตัวอย่างชัดเจนในการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ โดย "น.พ.ศุภชัย ปาจริยานนท์" ประธานกรรมการ บริษัท ไอทีอัส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ขยายความว่า ทั้ง 2 เว็บสร้างคอมมิวนิตี้ผู้ป่วยโรคเดียวกันขึ้นมา เพื่อให้มีการแบ่งปันประสบการณ์ อาการ และผลข้างเคียงของโรค และยาที่ได้รับ รายได้ของเว็บไซต์ไม่ได้มาจากโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการนำข้อมูลที่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ ไปขายให้บริษัทวิจัยเกี่ยวกับสุขภาพ และบริษัทยาต่างๆ ดังนั้นอย่ายึดติดกับการทำธุรกิจ และการหารายได้ในรูปแบบเดิมๆ
"เฉลิมพล ปุณโณทก" นายกสมาคมส่งเสริมการส่งออกอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย เสริมว่า แนวโน้มของการขายซอฟต์แวร์ในปัจจุบันยังอยู่ที่การทำให้เข้าถึงง่าย "เว็บไซต์คือคำตอบ ทุกอย่างอยู่บนเว็บ เน้นหารายได้จากบริการ ไม่ใช่ตัวสินค้า"
ปัญหาของธุรกิจซอฟต์แวร์ไทย คือ ละเลยศาสตร์ด้านการตลาด (marketing) ทั้งๆ ที่มีความสำคัญมาก การตัดสินใจซื้อ หรือไม่ซื้อ อยู่ที่เหตุผล และอารมณ์ของมนุษย์ ถ้าเข้าใจจะสร้างซอฟต์แวร์ที่เซ็กซี่ ยั่วยวนใจให้ซื้อได้ หลายครั้งผู้ซื้อตัดสินใจเลือกจากฟังก์ชันเล็กๆ ที่ตอบสนองความต้องการทางใจได้ เช่น การสร้างไอดอลเป็นรูปที่ชอบได้จึงถึงเวลาแล้วที่บริษัทซอฟต์แวร์ต้องจัดองค์กรให้มีทั้งนักพัฒนา นักการตลาด และพนักงานขาย เพื่อให้นวัตกรรมกลายเป็นสินค้า |