Performancing Metrics

เว็บการตลาดยอดนิยม : WiseKnow.Com - นับถอยหลังวันหมดประจำเดือนอย่างมีสุข
นับถอยหลังวันหมดประจำเดือนอย่างมีสุข PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 2
แย่มากดีมาก 
อังคาร, 08 กรกฎาคม 2008
นับถอยหลังวันหมดประจำเดือนอย่างมีสุข

 

ชีวิตผู้หญิงมีเรื่องกระอักกระอ่วนอยู่สองครั้ง ครั้งแรกคือวัยก่อนมีประจำเดือน และครั้งที่สองวันประจำเดือนหมด


เรื่องโดย: น.พ.กฤษดา ศิรามพุช, พบ.(จุฬาฯ)

 

ที่จริงแล้ว การหมดประจำเดือนเป็นเสมือนรางวัลที่ธรรมชาติให้มา  เนื่องจากการมีลูกแต่ละครั้งนั้นทำให้ผู้หญิงโทรมลงเร็วมาก  ยิ่งมีลูกมากก็อาจป่วยกระเสาะกระแสะถึงตายไปเลย

 

เมื่อการคลอดลูกแต่ละครั้งมีความเสี่ยงราวกับออกสงครามเช่นนี้ ธรรมชาติจึงทำให้หยุดสร้างฮอร์โมน  รังไข่จะได้หยุดตกไข่เสียที  ลดความเสี่ยงที่ผู้หญิงจะต้องตั้งครรภ์อีกขณะที่ร่างกายกำลังเข้าสู่กระบวนการชรา  ทำให้ผู้คนมีอายุยืนขึ้น (โดยเฉพาะผู้หญิง)

 

อย่างไรก็ดี การที่ร่างกายตัดบัวไม่ไว้ใยให้ฮอร์โมนหยุดปุบปับ หรือการไปผ่าตัดตัดรังไข่จนหมดสิ้นเชื้อฮอร์โมนจะทำให้เกิดความผันผวนในร่างกายอยู่สักหน่อย  ช่วงที่ผันผวนนี้ก็คือช่วงวัยหมดประจำเดือน

 

เมื่อฮอร์โมนหยุดไป ร่างกายก็ไม่ได้มีอาการรุนแรงโวยวายให้ตื่นตกใจราวกับถูกยุบพรรคแต่อย่างใด  เว้นเสียแต่ในบางคนซึ่งมีความไวสูงต่อความเปลี่ยนแปลงในร่างกายก็พาลสวิงสวายจะเป็นจะตายเอาได้เหมือนกัน  พากันไปขวนขวายหาฮอร์โมนมากิน หากเป็นฮอร์โมนสังเคราะห์ยิ่งไปซ้ำเติมอาการให้หนักขึ้น  ทำให้เกิดกลุ่มอาการที่เรียกว่า “เอสโตรเจนเด่น (Estrogen dominance syndrome)” ได้แก่ อาการปวดเมื่อยตามตัวน่ารำคาญ  ปวดมึนศีรษะแบบไม่สดชื่น รู้สึกหงุดหงิด ท้องอืดเฟ้อ ได้ครับ 

 

ผู้หญิงทุกคนทั่วโลก “กลัวการหมดประจำเดือน” ผิดกันแต่ที่จะกลัวมากหรือกลัวน้อยเท่านั้นเอง  ตัวที่จะบ่งชี้ดีกรีความกลัวก็คือ “ความไม่รู้” หรือ “อวิชชา” นั่นเอง  อย่างดาวยั่วบันลือโลก มาริลีน มอนโร ก็เคยให้สัมภาษณ์ทำนองว่ากลัวความแก่มาก และไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรถ้าจำต้องแก่ (แล้วเธอก็ลาโลกไปตั้งแต่ยังสาวจริงๆ)  

อาการ“ฮอร์โมนพิบัติ”

 

ผมเคยมีคุณสุภาพสตรีท่านหนึ่งมาหาด้วยอาการปวดสะบักระดับรุนแรงถึงขนาดนอนไม่หลับมาแรมเดือนปี  ไปหาคุณหมอมาหลายท่านได้ยาแก้ปวดมากมาย แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผู้ป่วยท่านนี้ไม่เคยบอกคุณหมอเลยคือ  ความผิดปกติของประจำเดือนในช่วงที่ผ่านมา  มีลักษณะมาๆ หยุดๆ แล้วก็หายไปนานสามเดือนแล้วมาใหม่ 

 

อาการอย่างนี้คนโบราณเขาเรียก  ภาวะเลือดจะไปลมจะมา  อาการประจำเดือนผิดปกตินี้มีมาพร้อมกับอาการปวดสะบักที่เป็นปัญหา   เมื่อมาหาที่ผมและผมได้จับนั่งซักประวัติกันอย่างละเอียดหมดไส้พุงสักราวหนึ่งชั่วโมง   ก็ได้ข้อมูลสำคัญหลายอย่างที่เป็นเหตุให้เกิดอาการกระษัยเส้นปวดเมื่อยตามตัว ดังนี้คือ

 

1) ภาวะหมดประจำเดือน

 

2) น้ำหนักตัวเกิน

 

3) ไม่ได้ออกกำลังกาย

 

4) มีความเครียดสูง

 

5) มีภาวะซึมเศร้า

 

เมื่อคุยกันลงลึกไปก็ปรากฏว่า  อาการปวดสะบักนั้นมักเกิดขึ้นเมื่อมีความเครียดไม่ว่าจะทางกายหรือใจ  และเมื่อเครียดแล้วก็พาลให้นอนหลับไม่ลึก  แต่ผู้ป่วยไม่รู้ตัวจึงรู้สึกเหมือนว่านอนมากแต่นอนไม่อิ่ม  ไม่เต็มตา  ตื่นมาทำงานแล้วสมองไม่สดชื่น  ผสมโรงกับอาการฮอร์โมนพิบัติจึงทำให้หงุดหงิดง่าย  กลายเป็นคนอารมณ์แปรปรวน จู้จี้ ละเอียดถี่ถ้วนกับลูกน้อง  แต่ขี้ลืม  ขาดสมาธิ  ต้องใช้เวลาในการจดจำสิ่งต่างๆนานขึ้นกว่าเดิม

 

ที่สำคัญคือ กินน้อยแต่น้ำหนักตัวขึ้นง่ายมาก  เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อร่างกายในทางลบโดยที่ผู้ป่วยไม่ทราบสาเหตุเช่นนี้ จึงนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า  ยิ่งทำให้นอนไม่หลับมากขึ้นจึงมีเวลามาพะวงกับความปวดที่สะบักทำให้อาการเจ็บปวดทับถมเป็นร้อยเท่าพันทวี

 

ลำดับต่อไปขอกล่าวถึงอาการการหมดประจำเดือนในแต่ละช่วงก่อน  เพื่อให้ท่านดูว่าเข้าได้กับช่วงใด  โดยแบ่งอาการออกได้เป็น 2 ช่วง ได้แก่ อาการระยะสั้นและอาการระยะยาว

 

อาการระยะสั้นนี้จะเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงใกล้หมดประจำเดือน หรือ ภายในเวลา 5 ปีแรก หลังหมดประจำเดือน มีอาการที่ทำให้ท่านรำคาญกายได้  ดังนี้

 

-  ร้อนวูบวาบตามใบหน้าและลำตัวส่วนบน ร้อนง่าย หนาวง่าย เหงื่อออกมา อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นเวลากลางคืน จึงมีปัญหาการนอนหลับไม่เต็มที่ตามมา ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน เพราะการขาดเอสโตรเจนทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติของหลอดเลือดและหัวใจทำงานผิดปกติ อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นประมาณ 2-5 ปีเท่านั้น

 

-  อารมณ์เปลี่ยนแปลงอาการเหล่านี้บางท่านอาจไม่รู้ตัวว่ามีผลกับอารมณ์  ได้แก่ อ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย ขี้ใจน้อย ซึมเศร้า

 

-  ระบบสืบพันธุ์และทางเดินปัสสาวะเปลี่ยนไป  อาทิ ความต้องการทางเพศลดลง ช่องคลอดแห้ง จากสภาพที่เคยเป็นกรดเล็กน้อยกลายเป็นด่าง ทำให้เซลล์แห้ง ติดเชื้อหรืออักเสบได้ง่าย  เนื่องจากช่องคลอดแห้งจึงเจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ทำให้ไม่มั่นใจเมื่อต้องเดินทางไกล

 

-  ผิวหนัง เล็บ และผม ได้แก่ ผิวหนังเหี่ยวมีรอยย่นพับจีบคล้ายกระเป๋าหนังรุ่นลายคราม    ผิวหนังเหี่ยวแห้ง เพราะขาดความชุ่มชื้น ไม่ยืดหยุ่นประเภทจับดึงตั้งได้ราวกับเต้นท์  เนื่องจากผิวแห้งจึงทำให้เกิดแผลง่าย  ส่วนเล็บนั้นก็เปราะจนบางทีฉีกแล้วเกิดแผลขึ้น  และเส้นผมบนศีรษะก็แห้งแล้งไร้ชีวิตชีวา นอกจากนั้นยังพาลจะหลุดร่วงง่าย

 

ส่วนอาการระยะยาวเป็นผลกระทบจากระดับฮอร์โมนที่ลดลงจนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบสำคัญ  เริ่มตั้งแต่

 

-  กระดูกพรุน มวลกระดูกของผู้หญิงจะแข็งแรงที่สุดในช่วงอายุ 30-35ปี และเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน เนื้อกระดูกจะค่อยลดลงปีละ 3-5 % เนื่องจากไม่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนที่นอกจากทำหน้าที่ทางเพศแล้วยังคอยยับยั้งการสลายแคลเซียมออกจากกระดูก รวมถึงไม่มีการซ่อมแซมเติมเนื้อกระดูกเข้ามา ทำให้กระดูกบางลงและหักง่าย  โดยเฉพาะที่กระดูกสันหลังและสะโพก

 

-  โรคหัวใจและหลอดเลือด หน้าที่สำคัญอีกประการหนึ่งของฮอร์โมนเอสโตรเจนคือการควบคุมระดับไขมันโคเลสเตอรอลไม่ให้สูงลิ่วเกินหน้า  ดังนั้นเมื่อหมดประจำเดือนซึ่งก็คือ การขาดเอสโตรเจนจึงเท่ากับขาดตัวควบคุมไขมัน ทำให้โคเลสเตอรอลในร่างกายกำเริบเสิบสานขึ้นอย่างไร้บังเหียน  ช่วยเพิ่มโอกาสให้คุณได้ลองเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดอุดตันได้สำเร็จเร็วขึ้น

 

          แม้ว่าอาการดังที่กล่าวมาพาให้คุณรู้สึกรำคาญ แต่ก็ใช่ว่าจะช่วยบรรเทาผ่อนหนักให้เป็นเบาไม่ได้เหมือนกับราคาน้ำมันที่ขึ้นเอาๆ  เพียงแต่คุณต้องถามใจตัวคุณให้ดีว่าเข้มแข็งพอหรือไม่  ไม่ต้องถึงขนาดเป็นหญิงเหล็กประกาศกร้าวเอาวาสู้โว้ย  แค่ตั้งใจให้แน่วแน่ที่จะอยู่กับมันอย่างมีความสุขได้ก็ประสบความสำเร็จกว่าครึ่งแล้วครับ

 

สัปดาห์หน้า ผมจะแนะแนวชีวิตมีสุขหลังวัยหมดประจำเดือน

 

 

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

ค้นหาทุกข่าวใน WiseKnow

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

 Donate

Login

Workflows

เลือกฟีดข่าวที่ต้องการ

เมนูหลัก

Home
News
Section
Blog
Gallery
Links
News Feeds
Contact Us