|
เปิดเสรี 'โดเมนเนม' ดอทอะไร...สำคัญอย่างไร |
|
|
|
|
ศุกร์, 11 กรกฎาคม 2008 |
|
เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่วงการอินเทอร์เน็ต หลัง"ไอแคนน์" หน่วยงานกลางที่รับจดทะเบียนเว็บไซต์อนุมัติหลักการให้เปิดเสรีโดเมนเนมเตรียมเปิดกว้างให้ทั้งองค์กร หน่วยงานต่างๆ แม้แต่บุคคลทั่วไปสามารถยื่นขอสิทธิ์นำชื่อองค์กรของตัวเองมาจดทะเบียนเป็นโดเมนเนมได้
 |
ถือเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการอินเทอร์เน็ตอีกครั้ง เมื่อหน่วยงานกลางที่รับ จดทะเบียนเว็บไซต์ "ไอแคนน์" (Internet Corporation for Assigned Names and Number) อนุมัติในหลักการให้เปิดเสรี โดเมนเนมระดับ top-level domain (TLD) จากเดิมที่เวบไซต์จะมีดอตต่างๆ ที่นิยมใช้กันอย่าง.com, .net, .org, .biz, .info เป็นต้น อนาคตจะเปิดกว้างให้ทั้งองค์กรทั่วไป หน่วยงานต่างๆ แม้แต่บุคคลทั่วไปสามารถยื่นขอสิทธิ์นำชื่อองค์กรของตัวเอง หรือเครื่องหมายการค้า มาจดทะเบียนเป็นโดเมนเนมได้ และไม่จำกัดว่าต้องเป็นภาษาอังกฤษด้วย
เรียกว่าทำให้โลกออนไลน์ในอนาคตจะเกิดนามสกุลใหม่ต่างๆ กันเป็นจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น อีเบย์ อาจจะยื่นข้อเสนอต่อไอแคนน์เพื่อขอจดชื่อ "ebay" เป็น โดเมนเนมทำให้ต่อไปผู้ใช้สามารถพิมพ์เพียงแค่คำว่า "ebay" ได้บน URL จากนั้นลิงก์จะพาผู้ใช้งานเข้าสู่หน้าเว็บเพจของ ebay ส่วนกลางได้ทันที
ส่วน ebay จะนำไปเปิดบริการให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถจดโดเมนเนมเป็น .ebay ต่อไป หรือจะเก็บรักษาชื่อนั้นไว้สำหรับ โปรโมตเป็นเว็บของตนอย่างเดียวก็ได้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของอีเบย์เอง
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะยื่นขอจดโดเมนเนมใหม่ได้ จะต้องได้รับการตรวจสอบและอนุมัติทั้งเงินทุน แผนทางธุรกิจ และเทคนิคต่างๆ จากไอแคนน์ โดยช่วงแรกจะเปิดโอกาสให้องค์กรหรือบริษัทขนาดใหญ่ที่เป็นเจ้าของเครื่องหมายทางการค้ามีสิทธิ์เป็นลำดับแรก เพื่อป้องกันการหลอกลวง หรือการเก็งกำไรที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา
ยกเว้นกรณีที่เป็นชื่อทั่วไปจริงๆ เช่น "sexy" "love" อาจจะมีคนขอจดชื่อซ้ำกันหลายราย อาจต้องใช้วิธีการประมูล หรือตรวสอบรายละเอียดจากข้อเสนอที่แต่ละรายยื่น ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป
นางเพ็ญศรี อรุณวัฒนามงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดอทอะไร จำกัด ตัวแทนประเทศไทยเพียงหนึ่งเดียวที่เข้าร่วมการประชุมไอแคนน์พร้อมกับสมาชิก ทั่วโลกกว่า 1,500 คน ณ ประเทศฝรั่งเศส เล่าให้ฟังว่า จากการประชุมของไอแคนน์ มีความยินยอมให้มีการจดโดเมนเนมระดับ TLD ใหม่ๆ ขึ้น โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นการจดทะเบียนรูปแบบใหม่ดังกล่าวในช่วงกลางปีหน้า เพราะขณะนี้อยู่ในช่วงขั้นตอนการกำหนดรายละเอียด เงื่อนไขต่างๆ
โดยองค์กรที่ต้องการยื่นขอจดโดเมนเนมจะถูกตรวจสอบทั้งเรื่องเงินทุน และแผนทางธุรกิจ ว่ามีสิทธิ์เป็นเจ้าของ โดเมนเนมได้หรือไม่ ส่งผลให้ต่อไปแม้แต่คำว่า "ชินวัตร" สามารถยื่นขอจดโดเมนเนมของตนได้ ถ้ามีเงิน เทคโนโลยี และแผนทางธุรกิจที่มีน้ำหนักเพียงพอ
"ผู้สนใจยื่นขอจดอาจไม่มีให้เห็นจำนวนมากนัก เพราะเงินทุนในการจดและดูแล โดเมนเนมมีราคาที่สูง อาจจะถึงแสนเหรียญ ทำให้คนทั่วไปไม่สามารถที่จะขอเปิดใช้ได้ง่ายๆ ยกเว้นแต่เป็นองค์กรที่มี เทรดมาร์กเป็นของตัวเอง อาจต้องการมี โดเมนของตัวเองมากกว่า เพื่อประโยชน์ในการโฆษณาหรือทางธุรกิจ"
นางเพ็ญศรียังกล่าวอีกว่า ความตั้งใจของไอแคนน์คือ อยากเห็นภาพของธุรกิจกลุ่มต่างๆ เข้ามาขอยื่นจด เช่น .car เพื่อเป็นตัวแทนของกลุ่มต่างๆ รวมถึงการเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปมีสิทธิ์ในการจดโดเมนเนม และสามารถเลือกใช้โดเมนเนมตามที่ตนต้องการได้ ซึ่งช่วยเปิดกว้างการใช้งานบนโลกอินเทอร์เน็ตให้มีมากขึ้น
ส่วนประโยชน์ที่จะมีต่อผู้ใช้งานคือ เช่น การเสิร์ชค้นหาคำต่างๆ จะง่ายขึ้น และการเปิดใช้โดเมนเนมที่เป็นภาษาท้องถิ่น จะช่วยให้คนที่ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษสามารถเข้าถึงโลกอินเทอร์เน็ต หรือใช้อีเมล์เพิ่มขึ้นด้วย โดยปัจจุบันมีผู้จดโดเมนเนมในประเทศไทยเพียง 3.5 แสนรายเท่านั้น
"อินเทอร์เน็ตเกิดจากการลองผิดลองถูก จึงน่าที่จะลองให้ชื่อใหม่ๆ เกิดขึ้นมาได้บ้าง ถ้าชื่อไหนมีคนชอบ ก็จะอยู่ได้ ซึ่งต้องให้ประชาชนเป็นคนเลือกเอง สร้างเป็น คอมมิวนิตี้ให้เกิดขึ้น"
อย่างไรก็ตาม หากมองอีกด้านหนึ่งจะพบว่าผลประโยชน์ของการเปิดเสรีโดเมนเนมจะตกกับผู้ที่รับจดทะเบียน คือ registrar หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตจากไอแคนน์ให้เป็นผู้รับจดชื่อโดเมนเนมนามสกุลต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมีเพียง 900 รายทั่วโลก
ส่วนประเทศไทยมีเพียงบริษัท ดอทอะไร จำกัด เพียงรายเดียว ดังนั้น หากมี TLD ใหม่ๆ เกิดขึ้น และบริษัทผู้ เป็นเจ้าของ TLD ต้องการจะให้โดเมนเนมของตนมีการจดทะเบียนไปใช้ต่อ จะต้องใช้บริการผ่าน registrars ซึ่งจะไปหา รีเซลเลอร์อื่นๆ กระจายต่อไป
ด้าน นายภาคภูมิ ไตรพัฒน์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ที.เอช.นิค จำกัด ผู้ให้บริการจดทะเบียน .th ในไทย กล่าวว่า สิ่งที่จะเห็นตามมา คือ คนอาจจะใช้ .com .net น้อยลง โดย .com อาจจะได้รับผลกระทบมากที่สุดเพราะเป็นตลาดใหญ่ โดยในไทยมีผู้ใช้กว่า 3 แสนราย ขณะที่ .th เป็นตลาดอีกกลุ่มเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจดโดเมนเนมที่สามารถระบุตัวตนชัดเจนและตรวจสอบได้เป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันตลาดโดเมนเนมในไทยมีการแข่งขันของโดเมนเนมสกุลต่างๆ อยู่แล้ว และถ้ามี TLD ใหม่ๆ เกิดขึ้นอีก โดเมนเนมในไทยจะยิ่งมีความหลากหลายมากขึ้น เพราะคนไทยไม่ยึดติด ขึ้นอยู่กับอันไหนราคาถูก คนจะเข้าถึงมากกว่า ส่วนประเทศอื่นๆ มักนิยมใช้สกุลประจำประเทศอยู่แล้ว เช่น .uk, .jp, .kr ฯลฯ อาจจะได้รับผลกระทบ เพราะบริษัทรายใหญ่ๆ จะหันไปจดทะเบียนที่เป็นสกุลของตัวเองแทน
นายภาคภูมิยังแนะว่า ปัญหาที่จะตามมาเพิ่มขึ้นและผู้ใช้ควรจะระวังตัวมากขึ้น คือ ปัญหา "ฟิชชิ่ง" เพราะการเปิดเสรี โดเมนเนมทำให้สามารถจดเป็นภาษาท้องถิ่นได้ ดังนั้น ตัวอักษรที่มีความคล้ายคลึงกัน เช่น l, I, 1, O, 0 จะยิ่งทำให้ฟิชชิ่ง หรือการโยงไปยังเว็บไซต์อื่นทำได้ง่ายขึ้น หรือแม้แต่ปัญหาการนำชื่อโดเมนเนมไปเก็งกำไรอาจจะมีให้เห็นมากขึ้นด้วย
"ต่อไปเมื่อมีการค้นหาผ่านกูเกิลจะพบเว็บเกิดขึ้นจำนวนมาก และไม่สามารถระบุตัวตนได้ อาจจะเยอะเกินจนไม่รู้ว่าจะเข้าเว็บอะไรดี เพราะผลเสิร์ชไม่ได้ระบุว่าเว็บไหนเป็นของจริงหรือฟิชชิ่ง ตรงนี้ต้องขึ้นกับทางไอแคนน์ว่าจะมีมาตรการใดออกมาควบคุม"
แต่สุดท้ายการป้องกันอาจจะยาก เพราะอาชญากรรมออนไลน์รูปแบบใหม่ๆ มีให้เห็นทุกวัน |