|

เชื่อกันว่าเรื่องทางเพศขายได้ในทุกสื่อ สินค้าอะไรก็ตามถ้าแฝงเรื่องเซ็กส์ฉาบทาเข้าไปด้วย จะช่วยเพิ่มสีสัน ให้สินค้านั้นมีรสชาติ ดึงดูดการเสพมากขึ้น แต่เชื่อไหมว่า วันนี้ "แม็กกาซีนนู้ด"เมืองไทย ที่ใช้เซ็กส์เป็นจุดขายโดยตรงกลับไปไม่รอด
นิตยสารนู้ดเมืองไทย นับวันยิ่งหมดความนิยมลงไป หลายแบรนด์เริ่มปิดตัวลง แม้แต่เพลย์บอย แม็กกาซีนแบรนด์ระดับโลก ซึ่งถือเป็นเจ้าตำหรับ นิตยสารนู้ดที่คลาสิคและเป็นต้นแบบของหนังสือในแนวนี้อีกหลายเล่ม ก็กำลังประสบปัญหาอย่างหนักจากยอดขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องเตรียมรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในตลาดเอเชีย รวมถึงเร่หาผู้บริหารไลเซ่นส์ใหม่ในเมืองไทยอีกด้วย ไม่มีโฆษณาจุดจบนิตยสารนู้ด นางวรรณี รัตนพล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินิชิเอทีฟ มีเดีย จำกัด นักวางแผนและซื้อสื่อโฆษณา วิเคราะห์ให้ "Business Thai" ว่า การที่นิตยสารนู้ดไม่ประสบความสำเร็จ และหลายแบรนด์ต้องปิดตัวลง เพราะการวางตำแหน่งค่อนข้างลำบาก เป็นเฉพาะกลุ่มเกินไป ต้องหันมาวิเคราะห์ดูที่คอนเทนต์เนื้อหาเพื่อขยายตลาดให้กว้างขึ้น โดยเฉพาะเนื้อหาจะต้องนำเสนออย่างหลากหลายตรงความต้องการที่ผู้ชายในลักษณะ "ไลฟ์สไตล์ ฟอร์ เมน" ที่สำคัญสินค้าที่จะลงโฆษณาก็เกรงว่าจะเสียภาพลักษณ์ หรือเหมาะกับนิตยสารประเภทนี้หรือไม่ นิตยสารจะอยู่ได้ก็ต้องขึ้นอยู่กับโฆษณาด้วยเหมือนกัน ยกตัวอย่างเพลย์บอย จะเห็นว่า ทำตลาดค่อนข้างลำบากในเมืองไทย เพราะพฤติกรรมของผู้ชายยังไม่กล้าเปิดเผยที่จะซื้อ อาจจะยังอาย หรือไม่กล้า เพลย์บอยควรต้องปรับภาพลักษณ์เป็นแม็กกาซีนเชิงไลฟ์สไตล์สำหรับผู้ชาย คล้ายกับ FHM และ ZOO จะเน้นภาพหวือหวา ควบคู่ไปกับเนื้อหาที่น่าสนใจมากขึ้น ในขณะที่แม็กซิม ของแกรมมี่จะวางตำแหน่งชัดเจนในการเป็นนิตยสารสำหรับผู้ชาย ที่ขายความเป็นไลฟ์สไตล์ อย่างไรก็ตามการที่สื่อใหม่ๆ (New Media) เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่าจะแย่งส่วนแบ่งตลาดแม็กกาซีนไปเกือบทั้งหมด เพราะนิตยสารนู้ดยังมีกลุ่มคนที่ชื่นชอบ สะสม และเสพเนื้อหาเชิงไลฟ์สไตล์ ในขณะที่อินเทอร์เน็ต หรือสื่อใหม่ไม่มี  จุดขายใหม่ เซ็กซี่+สาระ นางลายคราม เลิศวิทยาประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทจีเอ็มเอ็ม ไทมส์ จำกัด และบริษัท จีเอ็มเอ็มอินเตอร์พลับลิชชิ่ง จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์และผู้ผลิตนิตยสารชั้นนำจากต่างประเทศ madame FIGARO , her world และ MAXIM แนะว่า ทิศทางของนิตยสารนู้ด จึงควรปรับใหม่ด้วยการผสมผสานกับเนื้อหาที่มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งเกมส์ กีฬา ภาพยนตร์ แฟชั่นการแต่งตัวที่ผู้ชายจะได้รับสารประโยชน์มากกว่าเสพแต่ภาพสาวๆ เพียงอย่างเดียว "หนังสือนู้ดที่ต้องปิดตัวเองไป เนื่องจากไม่มีการปรับคอนเทนต์ให้มีความเป็นไลฟ์สไตล์ สำหรับผู้ชาย เพราะกลุ่มเป้าหมายไม่ได้ชมชอบอยู่กับแค่ภาพวาบหวิว แต่ต้องการสาระประโยชน์เรื่องเทรนด์ต่างๆ ที่ผู้ชายควรรู้อีกด้วย" แม็กซิม น่าจะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ถึงการเคลื่อนตัวในด้านเนื้อหาของนิตยสารแนวนี้ เมื่อ 3 ปีก่อนแม็กซิมก็ถูกมองในภาพของหนังสือนู้ด อิมเมจคล้ายกับเพลย์บอย และเพนท์เฮ้าส์ แม้ว่าในการเปิดตัวครั้งแรกจะชูภาพลักษณ์ชัดเจนในการเป็นนิตยสารไลฟ์สไตล์ ฟอร์ เมน ก็ตาม แต่ภายหลังจากการสร้างการรับรู้ผ่านการตลาดครบวงจร (Integrated Marketing Communication) ตั้งแต่โฆษณาสื่อโทรทัศน์ วิทยุ และสิ่งพิมพ์ รวมถึงกิจกรรมทางการตลาดทุกรูปแบบตรงกลุ่มเป้าหมายผู้ชายทำงานอายุระหว่าง 25-35 ปี เช่น จัดชมภาพยนตร์กับผู้อ่าน จัดโรดโชว์ตามสถานที่ท่องเที่ยวกลางคืน Contest Marketing จัดประกวด มิส แม็กซิม ทุกปี เป็นต้น ทำให้แม็กซิมจึงมีอิมเมจแตกต่างไปกับหนังสือนู้ดที่มีอยู่ในตลาด "ทุกวันนี้แม็กซิมมีความเป็นพรีเมียม วัดจากสินค้าที่จ่อคิวลงโฆษณาค่อนข้างมาก ทั้ง ชิเชโด้ , โซนี่ ,เอเซอร์, ลาคอต์ส , ฮอนด้า ,โนเกีย , เมอร์ซิเดส เบนซ์ เป็นต้น " เธอ ย้ำว่า แม็กซิม ไม่ได้มีแต่เรื่องเซ็กซ์ แต่ยังมีกีฬา เรื่องรถยนต์ เรื่องเทคโนโลยี ทุกอย่างที่ผู้ชายอยากรู้ ปัจจุบันแม็กซิมมียอดสมาชิกทั้งหมดประมาณ 30,000 - 40,000 ราย และยอดขายประมาณ100,000 เล่มต่อเดือน หนังสือแนวไลฟ์สไตล์ผู้ชายรุ่ง นอกเหนือจาก แม็กซิมแล้ว นิตยสารในแนวไลฟ์สไตล์ สำหรับผู้ชาย ที่ได้รับความนิยมสูง ได้แก่แบรนด์ FHM, ARENA และ ZOO ต่อเรื่องนี้ นายวรรคสร โหลทอง กรรมการบริหาร บริษัท อินสไพร์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ในเครือบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เจ้าของลิขสิทธิ์และผู้ผลิตนิตยสาร FHM, ARENA และ ZOO กล่าวกับ "Business Thai" ว่า แนวโน้มตลาดนิตยสารสำหรับผู้ชาย มีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก แม้จะมีนิวมีเดียเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดก็ตาม เพราะนิวมีเดียกับการนำเสนอเนื้อหาต่างๆ ในนิตยสารมีความแตกต่างกัน ทำให้กลุ่มคนที่อ่านนิตยสารยังคงมีอยู่มาก ดังเช่น นิตยสาร ZOO WEEKLY รายสัปดาห์ จากประเทศอังกฤษที่พึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม 2551 ที่ผ่านมา นับว่าครอบคลุมตลาดนิตยสารผู้ชายทุกเซ็กเมนต์แล้ว เพราะ ZOO จะออกทุกสัปดาห์ มีภาพเซ็กซี่ สลับกับเนื้อหาที่ผู้ชายอยากรู้ และอัพเดรทเทรนด์ทั้งไทยและต่างประเทศ ส่วน FHM และ ARENA แตกต่างจาก ZOO ด้านเนื้อหาและโพซิชั่น โดยกลุ่มเป้าหมายของ FHM และ ARENAจะเป็นคนทำงานอายุ 25 ปีขึ้นไป และมีความเป็นพรีเมียมมากกว่าในขณะ ZOO เป็นนิตยสารระดับแมส ซึ่งกลยุทธ์การตลาดเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ ZOO คงจะทำกิจกรรมทางการตลาดไปยังกลุ่มเป้าหมายโดยตรง แจกสินค้าตัวอย่าง ทำกิจกรรมต่างๆ หลากหลายรูปแบบตามผับ บาร์ และสถานที่ท่องเที่ยวกลางคืนที่วัยรุ่นชอบไป ปีที่ผ่านมา FHM มียอดขายมากถึงเดือนละ 150,000-200,000 เล่ม ประกอบกับพบว่าต่อเดือนผู้ชายซื้อนิตยสารอ่านมากกว่า 1 เล่ม โดยมากถึง 3-4 เล่ม ใช้เงินประมาณ 300-400 บาท และใน 4 เล่มจะซื้อนิตยสารผู้ชาย FHM, นิตยสารรถ, ข่าว และนิตยสารเทคโนโลยี ส่วนยอดขายนิตยสาร ZOO WEEKLY ตั้งเป้าปีนี้ไม่ต่ำกว่า 80,000 เล่ม ต่อสัปดาห์ และ 320,000 เล่มต่อเดือน ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่จะช่วยผลักดันให้ยอดรายได้รวมของบริษัทเติบโต 15% หรือทะลุ 400 ล้านบาท เป็นรายได้จาก ARENA 15-20 ล้านบาท FHM 60-70 ล้านบาท และ ZOO WEEKLY 25-26 ล้านบาท ล้อมกรอบ "ไม่ใช่เรื่องแปลก ทุกวันนี้หนังสือนู้ดมีคู่แข่งมากขึ้น นั่นคือ ภาพในอินเตอร์เน็ตที่หาได้ง่ายแถมไม่ต้องเสียเงิน ประกอบกับกระแสสังคมที่โจมตี ทำให้ไม่มีสินค้าลงโฆษณาเพราะเกรงว่าจะกระทบต่อภาพลักษณ์ ที่สำคัญเอาช่างภาพมีชื่อเสียงด้านแฟชั่นมาถ่ายนู้ด ดังนั้นงานที่ออกมาจึงไม่ค่อยดีนัก"นายนัทธี นิยมาภา กรรมการผู้จัดการบริษัท นัทธี สตูดิโอ จำกัด อดีตช่างภาพนู้ดชื่อดัง
โดย บิสิเนสไทย |