|
"ทีโอที"เดินแผนเปิด3Gไทยโมบาย เทงบฯ3พันล.อัพเกรด500สถานีฐานภายใน3เดือน |
|
|
|
|
จันทร์, 14 กรกฎาคม 2008 |
ปิดดีลไทยโมบาย 2 บอร์ด "ทีโอที-กสทฯ" จูบปากจัดแจงตั้งโต๊ะเซ็น "เอ็มโอยู-โอนสิทธิความถี่" มือถือ 1900 MHz "ทีโอที" เตรียมเทงบฯเบื้องต้น 2-3 พันล้านบาท อัพเกรด 500 สถานีฐานขึ้น "3G" เปิดทางลูกค้าเก่า 60,000 รายใช้ก่อน คาด ไม่เกิน 3 เดือนพร้อมเปิดบริการ ทั้งวางแผนเปลี่ยนชื่อ-ปรับปรุงภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ ขณะที่ "กสทฯ" เร่งสปีด "ซีดีเอ็มเอ"
นายธีรวุฒิ บุณยโสภณ ประธานคณะกรรมการการ (บอร์ด) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือทีโอที กล่าวภายหลังลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันกับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ในการโอนสิทธิและหน้าที่ในคลื่นความถี่โทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบ 1900 MHz เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ทีโอทีได้วางงบประมาณเบื้องต้นสำหรับการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยี 3จี บนคลื่นความถี่ที่ได้มาไว้ประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท โดยจะดำเนินการอัพเกรดสถานีฐานเดิมที่กระจายอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลประมาณ 500 สถานี แต่หากต้องการพัฒนาโครงข่าย 3G ครอบคลุมทั่วประเทศ คาดว่าจะต้องใช้เงิน 25,000-30,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในเฟสแรกจะใช้เงินจากกระแสเงินสดของทีโอทีมาลงทุนเองก่อนเพื่อความรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ประเทศไทยล้าหลังไปกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นลาวหรือเขมรที่มีการลงทุนด้าน 3G แล้ว สำหรับแผนการลงทุนระยะยาวจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติต่อไป
"โดยส่วนตัวแล้วต้องการเปลี่ยนชื่อกิจการร่วมค้าไทยโมบายใหม่เป็นทีโอทีโมบายเพื่อลบภาพลักษณ์เดิมๆ ออกไป และเป็นการเริ่มต้นทุกอย่างใหม่หมดให้เป็นบริษัทใหม่บริการใหม่ส่วนพนักงานจะใหม่หรือเปล่าต้องไปคิดอีกที แต่เรื่องนี้ต้องรอความเห็นชอบจากบอร์ดเสียก่อน"
และทีโอทีจะสามารถดำเนินการให้บริการ 3จี ได้ภายใน 3 เดือนหลังมีการโอนย้ายคลื่นความถี่ 1900 MHz อย่างถูกต้องตามหลักกฎเกณฑ์คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 30 ก.ย.2551 นี้ และระหว่างการดำเนินการโอนคลื่นทีโอทีจะวางแผนธุรกิจและการลงทุน 3G ควบคู่ไปด้วย ซึ่งลูกค้าเดิมของไทยโมบายที่มีอยู่ประมาณ 6 หมื่นราย จะเป็นลูกค้ากลุ่มแรกที่ได้ใช้บริการ 3G เพื่อตอบแทนที่ใช้งานมานาน
สำหรับสาระสำคัญตามข้อตกลงใน เอ็มโอยูมีดังนี้ กสทฯตกลงโอนสิทธิ และหน้าที่ในคลื่น 1900 MHz ของไทยโมบายให้ทีโอทีบริหารเพียงรายเดียวโดยทีโอทีจะจ่ายค่าเสียโอกาสทางธุรกิจให้เป็นเงิน 2,400 ล้านบาท ผ่อนจ่าย 5 ปี พร้อมรับภาระหนี้สินราว 6,700 ล้านบาท และค่าธรรมเนียมการโอนซึ่งการลงนามในครั้งนี้มีนาย มั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นสักขีพยาน
ด้านนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานคณะกรรมการ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ข้อตกลงในเอ็มโอยูจะมีผลผูกพันระหว่างทีโอทีและ กสทฯตลอดไป ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่อาจส่งผลให้มีการเปลี่ยนบอร์ดหรือไม่ก็ตาม ซึ่งตามข้อตกลงทีโอทีจะโอนเงินงวดแรกให้ กสทฯภายใน 7 วัน หลังโอนสิทธิเรียบร้อยตามกฎหมาย ซึ่ง กสทฯได้วางแผนจะนำเงินส่วนใหญ่ที่จะได้รับในการโอนสิทธิไปพัฒนาโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบซีดีเอ็มเอของ กสทฯให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่า 3จี
โดยเฉพาะในพื้นที่ 25 จังหวัดภาคกลาง กสทฯจะพยายามจูงใจให้ "ฮัทช์" ปรับปรุงให้โครงข่ายมีศักยภาพเทียบเท่าโครงข่ายซีดีเอ็มเอส่วนภูมิภาคของ กสทฯที่พัฒนาล้ำหน้าไปแล้วก่อนปรับปรุงโครงข่ายทั้งหมดอีกครั้งหลัง กสทฯดำเนินการตามขั้นตอน พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนร่วมการงาน และดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 เสร็จสิ้น
กสทฯก็จะเป็นเจ้าของโครงข่าย ซีดีเอ็มเอทั่วประเทศตามข้อตกลงในบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่าง กสทฯและฮัทช์ คาดว่าปลายปีนี้น่าจะได้เห็นความชัดเจนของกระบวนการทั้งหมด
Trackback(0)
|