|
จันทร์, 14 กรกฎาคม 2008 |
สิ่งมีชีวิตต้องการการขับถ่าย....
เสียงพูดบอกลอยลมของเจ้าของเสียงระบายลมอันไม่พึงประสงค์ของใครต่อใคร เรียกความขำลดเครียด ก่อนหน้าไม่กี่วินาทีที่อาจจะมีกลิ่นตามออกมา
การระบายลมรูปแบบนี้ ถ้าออกทางปากเขาเรียก "เรอ" แต่ถ้าวิ่งลงล่างออกทางก้น เขาเรียก "ตด"
เรอๆ ตดๆ นี้ สิทธิการิยะท่านว่า เป็นพฤติกรรมธรรมชาติที่ร่างกายจะมีปฏิกิริยาเมื่อแก๊สในทางเดินอาหารมากเกินพิกัด การปลดปล่อยลมส่วนเกินจึงเกิดขึ้น
และเชื่อไหมว่า เจ้าลมส่วนเกินที่ว่านี้เป็นการรวมตัวของแก๊สมากมายหลายชนิด ทั้งอุดมกลิ่นอย่างกำมะถัน ไฮโดรเจนซัลไฟด์ และแก๊สไม่มีกลิ่น ทั้งไนโตรเจน ออกซิเจน ไฮโนเจน คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน เหล่านี้เป็นการค้นพบของ น.พ.ไมเคิล ดี.เลวิทท์ ศาสตราจารย์ด้านอายุรกรรม มหาวิทยาลัยมินิโซตาเมดิคัล สกูล มินีอาโปลิส สหรัฐอเมริกา ผู้ทำวิจัยเรื่อง "ตด"
ส่วนเส้นทางการเกิดตดนั้น มีทั้งเกิดขึ้นเองจากการย่อยกากอาหารของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ที่จะรวมตัวกันก่อนจะเคลื่อนตัวออกจากลำไส้ แต่ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากการที่เราป้อนลมเข้าท้องเอง ลมที่ว่านี้เข้าไปได้ทั้งทางปาก จมูก เข้าไปพร้อมกับอาหารที่เรากิน หรือการที่กินอาหารเร็วเกินไป เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด เคี้ยวหมากฝรั่ง อมลูกอม สูบบุหรี่ กินน้ำอัดลม ไปจนถึงการที่ใช้ฟันปลอมไม่พอเหมาะ
นอกจากนี้เรื่องของอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญ หลายคนรู้ว่าถั่วและนมเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดลมในท้องแล้ว แต่ขอบอก อาหาร เหล่านี้ กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ หัวหอม แอปเปิลดิบ ขนมปังสด ช็อกโกแล็ต กาแฟ แตงกวา อาหารทอด ผักกาดแก้ว เมอแรง หัวไชเท้า ก็ยังเป็นตัวกระตุ้นได้ไม่แพ้กัน
ส่วนการระบายออกนั้นสามารถเช็กสุขภาพเจ้าของตดได้ด้วย เช่นว่า หากมีกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง อาจแปลว่าลำไส้มีแบคทีเรียที่เป็นอันตรายมาก ผู้ที่กินเนื้อสัตว์จะตดเหม็นมากกว่าคนกินผักผลไม้
ส่วนผู้ที่ตดบ่อยมากๆ แบบที่เดินไปตดไป อาจเกิดจากโรคหลากหลาย อาทิ กระเพาะอาหารอักเสบ นิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่ ตับอ่อนอักเสบ รวมไปถึงผู้ที่มีอาการท้องผูก
หมอใหญ่จากฝรั่งเศส น.พ.เฟรเดริก ซัลด์มานน์ เขียนไว้ใน "เดลี่ เทเลกราฟ" หนังสือพิมพ์ฉบับดังของอังกฤษว่า "คนเราควรจะผายลมให้หมด เพื่อจะได้กำจัดแก๊สที่เกิดขึ้นในตัววันละ 2 ลิตร การกลั้นเอาไว้อาจเป็นอันตรายกับลำไส้ การปล่อยให้มีลมอยู่ในกระเพาะจะทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก หรือกรดไหลย้อน ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งหลอดอาหารได้ เช่นเดียวกับการเรอ ควรระบายออกหลังอาหารทุกมื้อ เพราะเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคไส้เลื่อน โรคยอดฮิตที่คนฝรั่งเศสเป็นกันถึงหนึ่งใน สามเลยทีเดียว"
เอาเป็นว่า ใครอยากผายลมน้อยลง จงเคี้ยวหมากฝรั่งให้น้อยลง ไม่ควรจะเดินกินอาหาร เพลาๆ การดื่มน้ำอัดลมลงเสียบ้าง ก็จะช่วยได้ในระดับหนึ่ง
ส่วนใครอยากอ่านรายเอียดเพิ่มเติม หาอ่านได้ในหนังสือ "ชีวจิต" เล่มล่าสุด เขามีเรื่องของระบบย่อยอาหาร เรื่องเรอ เรื่องตด ให้อ่านหลายคอลัมน์ทีเดียว
จะได้รู้ว่าเรื่องของการผายลม ไม่ว่าจะล่างหรือบน ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อีกต่อไป !!
คอลัมน์ วาไรตี้เฮลท์ |