|
พีดีเอโฟนเถื่อนเกลื่อนมาบุญครอง "เอสไอเอส"ผนึกHTCงัดข้อกฎหมายเล่นงานร้านค้า |
|
|
|
|
พฤหัสบดี, 17 กรกฎาคม 2008 |
"เอสไอเอส" ผนึก "เอชทีซี" สกัดแก๊งพ่อค้าแอบลักลอบนำเข้า "พีดีเอโฟน" ของเอชทีซีเข้ามาทำตลาดแบบผิดกฎหมาย เผยวางขายเกลื่อนมาบุญครอง ใช้กลยุทธ์ราคาต่ำกว่าปกติ 10-15% สร้างปัญหาให้ทั้งกับ ผู้ซื้อและบริษัท "เอสไอเอส" เผยเตรียมงัดข้อกฎหมายเล่นงานร้านค้า หลังพบมีการปลอมแปลงสติกเกอร์การรับประกันของบริษัทด้วย ชี้ความต้องการพีดีเอโฟน "เอชทีซี" กำลังมาแรง เผยรุ่นใหม่ "ทัช ไดมอนด์" สินค้าไม่พอขาย
 |
นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะตัวแทนจำหน่ายพีดีเอโฟนของ "เอชทีซี" แต่เพียง ผู้เดียวในประเทศไทย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สืบเนื่องจากขณะนี้มีผู้ลักลอบนำเข้าพีดีเอโฟน "เอชทีซี" โดยไม่ถูกกฎหมายเข้ามาวางจำหน่ายในศูนย์การค้ามาบุญครองจำนวนมาก ซึ่งจะเน้นการทำราคาต่ำกว่าปกติประมาณ 10-15% เช่น กรณีรุ่นทัช ไดมอนด์ ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการ ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 29,900 บาท เครื่องหิ้วที่วางขายก็จะอยู่ที่ราคา 26,900 บาท ปัญหาดังกล่าวส่งผลต่อผู้ซื้อที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะสินค้าไม่ได้ผ่านการตรวจเช็กเพื่อรับรองคุณภาพ นอกจากนี้ยังทำให้ผู้ซื้อไม่ได้รับการบริการหลังการขายในเวลาที่เกิดปัญหา ซึ่งบริษัทจะมีการรับประกัน 1 ปี
ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้คือผู้ซื้อไม่ทราบว่าเป็นเครื่องหิ้วเข้ามาแบบไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะผู้ค้าไม่ได้บอกให้ลูกค้าทราบข้อเท็จจริง นอกจากนี้ยังพบว่าเครื่องที่วางขายนั้นมีการติดสติกเกอร์รับประกันของบริษัทเอสไอเอสด้วย แต่เป็นสติกเกอร์ที่ปลอมซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีความจงใจปลอมแปลงสัญลักษณ์เพื่อหลอกผู้บริโภค
นายสมชัยกล่าวว่า บริษัทจึงได้ร่วมมือกับบริษัท เอชทีซี (ไทยแลนด์) จำกัด ดำเนินมาตรการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยในส่วนของผู้บริโภคก็ได้พยายามแจ้งเตือนให้ลูกค้าทราบ และขณะนี้ก็มีนโยบายที่จะติดป้าย เอชทีซี ออโธไรท์ รีเซล ติดตามร้านค้าต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าจากร้านที่เป็นตัวแทนของบริษัทอย่างถูกต้องเท่านั้น
นอกจากนี้บริษัทกำลังดูในแง่ข้อกฎหมายในการที่จะเอาผิดต่อพ่อค้าที่ดำเนินการดังกล่าว เพราะจากหลักฐานที่มีการปลอมแปลงสติกเกอร์รับประกันของบริษัทนั้น ฝ่ายกฎหมายกำลังศึกษาข้อมูลว่าน่าจะเอาผิดในแง่ของการปลอมแปลง แอบอ้างสัญลักษณ์ได้
"ถ้าในกรณีที่ลูกค้าทราบว่าเป็นเครื่องหิ้ว ไม่มีการรับประกันแล้วยังซื้อ แสดงว่าลูกค้าไม่เห็นแวลูด้านการบริการ ไม่เห็นประโยชน์ของเรา ซึ่งไม่ใช่เพราะเราเน้นเรื่องบริการอย่างเต็มที่ มีศูนย์บริการ HTC Care ชั้น 4 ไอทีมอลล์ อาคารฟอร์จูนทาวน์ เปิดทำการทุกวันตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือลูกค้าไม่ทราบว่าเป็นเครื่องหิ้ว เพราะผู้ค้ามีการปลอมสติกเกอร์ของบริษัท ดังนั้นบริษัทจึงต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้ผู้บริโภครับทราบถึงข้อเท็จจริงและเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าตัวแทนจำหน่ายถูกต้อง"
นายสมชัยกล่าวว่า ยอดขายพีดีเอโฟนของเอชทีซีมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 10% ของยอดขายรวมของบริษัทหมื่นกว่าล้าน โดยปีที่ผ่านมามียอดขายกว่า 1,000 ล้านบาท และคาดว่าในปีนี้จะมีการเติบโตมากกว่า 20% โดยพีดีเอโฟนของเอชทีซีถือว่าเป็นสินค้าที่บริษัทให้น้ำหนักและโฟกัสการทำตลาดค่อนข้างมาก เพราะเป็นกลุ่มสินค้าที่ยังมีการเติบโตที่ดีในภาวะเศรษฐกิจมีปัญหา นอกจากนี้ยังเป็นสินค้าที่มีมาร์จิ้นดีแข่งขันราคานอยกว่าสินค้าไอทีอื่น
โดยส่วนแบ่งตลาดพีดีเอโฟนของเอชทีซีก็มีการเติบโตเพิ่มขึ้นมาก แม้ว่าจะเป็นสินค้าไฮเอนด์ราคาสูงแต่ก็ยังมี คนซื้อ อย่างรุ่นทัช ไดมอนด์ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อไตรมาส 2 ขณะนี้ก็กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดจนสินค้าไม่พอขาย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคู่แข่งอย่างโอทูหายไปจากตลาด อย่างไรก็ตามช่วงที่ผ่านมาก็มีเครื่องหิ้วของไอโฟนเข้าแย่งแชร์ในตลาดไปบ้างเช่นกัน
นายสมชัยกล่าวว่า กรณีของไอโฟนแม้ว่ากระแสจะแรงมาก แต่อาจไม่สามารถเทียบการใช้งานกับพีดีเอโฟนได้ เพราะพีดีเอโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ โมบาย จะมีแอปพลิเคชั่นที่รองรับการทำงานบนวินโดวส์จำนวนมาก และเป็นแอปพลิเคชั่นที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์คุ้นเคยอยู่แล้ว แต่ไอโฟนจะมีเฉพาะแอปพลิเคชั่นเท่าที่มีมาเท่านั้น ซึ่งตลาดไอโฟนจะไปกระทบกับกลุ่มโทรศัพท์มือถืออย่างโนเกียมากกว่า |