|
เคล็ดลับปั้นไอเดียสไตล์ "แอลจี" ดึงพนักงานร่วมสร้างนวัตกรรม |
|
|
|
|
จันทร์, 21 กรกฎาคม 2008 |

|
คงไม่ผิดนักที่จะบอกว่า ใครๆ ก็อยากรู้เคล็ดลับความสำเร็จทางธุรกิจของ "โตโยต้า" ยักษ์รถยนต์จากแดนอาทิตย์อุทัยที่สร้างชื่อเสียงจนกลายเป็นแบรนด์ระดับโลก และสามารถเปลี่ยนทัศนคติของผู้ใช้รถชาว ตะวันตกให้หันมายอมรับคุณภาพรถยนต์ฝีมือค่ายรถจากตะวันออกได้
"แอลจี อิเล็กทรอนิกส์" บริษัทอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่จากแดนกิมจิ เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่ให้ความสนใจกับปรัชญาการดำเนินธุรกิจในแบบของโตโยต้า โดยแอลจีได้ส่งผู้บริหารและผู้แทนจากสหภาพแรงงานของบริษัทบินลัดฟ้าไปดูงานในบริษัทโตโยต้าที่ญี่ปุ่นหลายครั้ง
เว็บไซต์ ดองอา อิลโบ ของเกาหลีใต้ ตั้งข้อสังเกตว่า วันนี้ภาพดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไป เพราะแทนที่แอลจีจะเรียนรู้จากโตโยต้าเพียงฝ่ายเดียว แต่ขณะนี้โตโยต้าเองอาจจะต้องการเรียนรู้จากแอลจีด้วยเหมือนกัน ดังจะเห็นได้จากการที่ผู้บริหารของโตโยต้าเดินทางมาเยี่ยมเยียนบริษัทเกาหลีแห่งนี้ 2 ครั้ง 2 คราแล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ผู้บริหารของ โตโยต้าเดินทางมาดูงานที่แอลจี อิเล็กทรอนิกส์ เพราะโตโยต้าซึ่งครั้งหนึ่งเป็นผู้สอนเทคนิคการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้แก่แอลจีเริ่มรู้สึกว่า การสร้างนวัตกรรมในสไตล์แอลจีเป็นสิ่งที่โตโยต้าน่าจะเรียนรู้
โดยสายการผลิตอุปกรณ์รับสัญญาณ (set-top box) ของแอลจีในย่านเปียงแต็ก นับเป็นแหล่งรวมนวัตกรรมของแอลจี ซึ่งในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ขีดความสามารถในการผลิตของโรงงานแห่งนี้เพิ่มขึ้นถึง 3.2 เท่า อันเป็นผลมาจากโครงการลดความสูญเสียที่บริษัทนำมาใช้
แอลจีใช้วิธีลดสายการผลิตให้สั้นลงครึ่งหนึ่ง จากเดิม 91 เมตร เหลือ 45 เมตร โดยนำกระบวนการประกอบชิ้นส่วนมาใช้ ทำให้ประหยัดเวลาในการผลิตต่อหน่วยลงได้ถึง 20 วินาที เหลือเพียง 8 วินาทีเท่านั้น
"จอง มุน-จิน" หัวหน้าทีมทีดีอาร์ (Tear Down and Redesign) ซึ่งรับ ผิดชอบงานเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตของทุกแผนก และการสร้างสรรค์กระบวนการผลิตใหม่ๆ กล่าวว่า การพัฒนาที่เกิดขึ้นในบริษัทล้วนมาจากไอเดียของพนักงานทั้งสิ้น ขณะที่การสร้างสรรค์อุปกรณ์การผลิตหลายอย่างก็เกิดขึ้นจากมันสมองของพนักงานในโรงงานเอง
โรงงานแห่งนี้มีนวัตกรรมกว่า 10 อย่างที่ใช้งานได้ดีและเป็นฝีมือการคิดค้นของพนักงาน ยกตัวอย่าง ลูกตุ้มถ่วงน้ำหนักที่ทำจากขวดน้ำที่ติดอยู่กับอุปกรณ์ในการผลิตที่จะเคลื่อนย้ายไปตามสายพานลำเลียง ซึ่งหากอุปกรณ์ดังกล่าวเลื่อนห่างไปไกล เจ้าตุ้มถ่วงนี่จะทำหน้าที่ดึงอุปกรณ์ตัวนั้นกลับมาที่เดิมโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าขับเคลื่อน
จอง กล่าวว่า หากพนักงานไม่สามารถพัฒนาไอเดียใหม่ๆ ได้ บริษัทก็จะประสบความยากลำบาก เพราะนี่เป็นเรื่องสำคัญมากที่สุดที่จะต้องหาวิธีการที่จะพัฒนากระบวนการผลิตโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเติมในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
น่าสนใจว่า โรงงานในเปียงแต็กสร้างกระบวนการผลิตโดยกระตุ้นให้พนักงาน ต้องการที่จะพัฒนาร่วมไปกับบริษัท ยกตัวอย่าง รองประธาน "นัม ยอง" ไปตรวจเยี่ยมโรงงานเมื่อเดือนมิถุนายน เขาเอ่ยชมถึงอุปกรณ์ใหม่ในกระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาจากมันสมองของผู้จัดการโรงงาน แต่เป็นผลงานของพนักงานธรรมดาๆ
นอกจากนี้ โรงงานยังจัดกิจกรรมเฟ้นหาสุดยอดพนักงานในสาขาต่างๆ อาทิ ช่างยึดสกรู และช่างซ่อมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ผู้บริหารระดับรองประธานจะส่งจดหมายเชิญสุดยอดพนักงานมาพบปะเพื่อให้กำลังใจในการทำงานด้วย
และพนักงานระดับหัวกะทิเหล่านี้ยังจะได้รับแรงจูงใจจากการที่บริษัทจะนำเสนอข่าวการคิดค้นนวัตกรรม ซึ่งจะถูกนำไปใช้ในโรงงานของแอลจีในต่างประเทศด้วย ไม่ว่าจะเป็นโรงงานในจีน และอินโดนีเซีย
"ลี เซียง-อ็อก" หัวหน้าทีมพัฒนาศักยภาพการผลิตของแอลจี ระบุว่า แอลจี ได้สร้างกองทัพฝ่ายผลิตเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมในเปียงแต็ก และทีมยังทำงานในลักษณะนี้ร่วมกับโรงงานของแอลจีอีก 8 แห่งทั่วโลก ซึ่งทำให้ขีดความสามารถของบริษัทเพิ่มขึ้น โดยโรงงานในอินโดนีเซียมีศักยภาพในการผลิตเพิ่มขึ้นถึง 57% หลังจากดำเนินการเรื่องนี้ในเดือนกุมภาพันธ์
และบริษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตอีก 6 เท่าในปีหน้า
ด้าน "ดิ อีโคโนมิก ไทม์ส" ของอินเดีย ระบุว่า บริษัทเกาหลีหลายแห่งต่างตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำระดับโลกแทนที่จะเป็นแค่ผู้เล่นระดับภูมิภาค โดยบริษัทเหล่านี้ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้วยตัวเองมากกว่าการลอกเลียนแบบ ซึ่งแอลจีก็เป็นบริษัทหนึ่งที่ต้องการดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
โดยแอลจีพยายามสร้างความหลากหลาย ด้วยการเปิดโอกาสให้คนที่ไม่ใช่สัญชาติเกาหลีได้เข้ามาทำงานในระดับบริหารมากถึง 30% ในสำนักงานต่างประเทศที่มีกว่า 85 แห่งในอีก 3 ปีข้างหน้า เพราะผู้บริโภคซื้อสินค้าเพราะ "แบรนด์" ไม่ใช่ซื้อเพราะความเป็น "เกาหลี"
|