|
กทช.เปิดแผนจัดระเบียบ"ความถี่" ขยับคลื่น"ทรั้งค์เรดิโอ"เพิ่มความถี่ให้บริการมือถือ |
|
|
|
|
จันทร์, 21 กรกฎาคม 2008 |
กทช. รับหลักการแผนจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ เตรียมเดินหน้าเปิดประชาพิจารณ์ เผยผลศึกษาเสนอให้ย้ายบริการมือถือ 470 MHz ของทีโอทีไปอยู่ที่ความถี่ 450 MHz และย้ายคลื่นไทยโมบายจากย่าน 885-1900MHz ไปอยู่ที่ 2115-2170 MHz เพื่อให้ตรงตามมาตรฐานของ ITU พร้อมแผนย้ายบริการ "ทรั้งค์เรดิโอ" ออกจากย่าน 790-1050 MHz เพื่อรองรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ชงล้างไพ่ความถี่ ดีแทค - ทรูมูฟและดีพีซี เพื่อความเท่าเทียมหลังสิ้นสุดสัมปทาน
 |
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันที่ 14 ก.ค. 2551 ที่ผ่านมาคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) มีมติอนุมัติรายงานการจัดทำแผนกำหนดและจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ (refarming) และแผนปฏิบัติการกำหนดและจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ (ย่าน 275-1050 MHz และ 1.7- 2.3 GHz) โดยผลการศึกษาดังกล่าวจัดทำโดยคณะกรรมการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ ที่แต่งตั้งโดย กทช. โดยมีขอบเขตในการศึกษาเกี่ยวกับการปรับปรุงการใช้คลื่นความถี่ของไทยในย่านต่างๆ ที่ควรจะเป็นสำหรับประเทศไทยเฉพาะส่วนที่ใช้ในกิจการโทรคมนาคมเท่านั้น โดย กทช.จะจัดทำประชาพิจารณ์อีกครั้งเร็วๆ นี้
แหล่งข่าวจาก กทช. เปิดเผยว่าผลการศึกษาได้เสนอว่า จากปัจจุบันที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่เป็นผู้ใช้งานความถี่ 493.5-510 MHz สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ NMT 470 MHz เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้คลื่นความถี่ ควรย้ายบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ NMT 470 MHz มาใช้ย่านความถี่ 450 MHz เนื่องจากที่ประชุม WRC-2007 ได้ยอมรับมาตรฐาน 3G ที่ความถี่ 450 MHz ด้วยแล้ว
และปัจจุบันย่านความถี่ 450 MHz มีการใช้บริการเฉพาะในเพจจิ้ง ซึ่งเหลือผู้ใช้บริการอยู่เพียงไม่กี่ราย ซึ่ง กทช.อาจให้ผู้ให้บริการเหล่านี้ย้ายไปใช้งานย่านความถี่ 470 MHz แทน หรืออาจพิจารณาเลิกบริการก็ได้
นอกจากนี้ในส่วนของย่านความถี่ 790-1050 MHz ที่มีการใช้งานทั้งกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ วิทยุทรั้งค์ และทูเวย์ เพจจิ้ง สลับกันไปตลอดย่านความถี่ตั้งแต่ 806-960 MHz ซึ่งความถี่ในย่านดังกล่าวมีความสำคัญเชิงธุรกิจมาก ดังนั้น กทช.อาจพิจารณาย้ายกิจการวิทยุทรั้งค์ไปใช้งานที่ย่าน 400 MHz ซึ่งจะทำให้เหลือย่านความถี่สำหรับใช้งานกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่มากขึ้น ทั้งในแง่ของการเพิ่ม bandwidth หรืออาจพิจารณาจัดสรรคลื่นให้ผู้ประกอบการรายใหม่ก็ได้
ประเด็นต่อมาคือย่านความถี่ 1.7-2.3 GHz ปัจจุบันได้มีการใช้งานในกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ GSM รวมทั้งย่านความถี่ 3G ที่คณะกรรมการบริหารความถี่แห่งชาติ (กบถ.) ได้จัดสรรไว้นานแล้ว ซึ่งผลการศึกษาได้มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้งานความถี่ย่านนี้ 2 ประการคือ 1.ความถี่ที่ DTAC, DPC, True move ได้รับจัดสรรนั้นขาดความเท่าเทียมในการแข่งขัน พร้อมกับได้เสนอแนะว่าควรจะมีการสรรใหม่เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมระหว่างผู้ประกอบการทุกราย
แหล่งข่าวกล่าวว่า อย่างไรก็ตามในการดำเนินการดังกล่าวอาจต้องใช้เวลาเกือบ 10 ปี เพื่อรอให้สัมปทานของผู้ประกอบการทุกรายหมดอายุเสียก่อน
ประเด็นที่ 2 คือย่านความถี่ 1900 MHz ที่ได้รับการจัดสรรสำหรับโทรศัพท์มือถือไทยโมบาย และมีศักยภาพในการให้บริการ 3G ย่านความถี่ดังกล่าวไม่ตรงตามมาตรฐาน IMT 2000 เนื่องจากเป็นการใช้งานย่านความถี่ 1885-1900MHz คู่กับ 1965-1980MHz ซึ่งมาตรฐาน IMT 2000 อยู่ที่ 1965-1980 MHz และ 2115-2170 MHz
ดังนั้นรายงานผลการศึกษาได้เสนอให้ กทช.พิจารณาย้ายการใช้งานความถี่ย่าน 1885-1900MHz ไปใช้ย่านความถี่ 2115-2170 MHz แทน
สำหรับในส่วนของความถี่เพื่อการให้บริการไวแมกซ์นั้นยังไม่มีข้อสรุปหรือข้อเสนอ เพราะยังศึกษาและทดสอบทางเทคนิคว่าควรที่จะอยู่ในคลื่นความถี่ไหน เนื่องจากสามารถให้บริการได้หลายคลื่นความถี่คือ 2.3 GHz, 2.5GHz และ 3.5 GHz
นายประสิทธิ์ชัย วีระยุทธวิไล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายธุรกิจบริการเครือข่ายสื่อสาร บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าบริษัทได้ทำการทดสอบให้บริการ Wi-Max ที่คลื่นความถี่ย่าน 2.5 GHz แล้วและมีความพร้อมในการเปิดให้บริการภายใน 1 เดือนนับจากวันได้รับใบอนุญาต ทั้งนี้ตนเห็นว่า กทช.น่าจะกำหนดให้ความถี่ย่าน 2.3GHz หรือ ย่าน 2.5GHz เป็นย่านความถี่สำหรับให้บริการ Wi-Max เพราะความเร็วในการให้บริการไม่ต่างกัน ขณะที่ย่าน 3.5 GHz นั้นเป็นย่านที่มีการใช้งานสำหรับดาวเทียมด้วย แม้จะยังไม่มีรายงานว่าจะทำให้เกิดการรบกวนคลื่นกับ Wi-Max ก็ตาม ขณะที่ย่าน 5 GHz เป็นย่านที่ทหารใช้งานเป็นส่วนใหญ่
|