Performancing Metrics

เว็บการตลาดยอดนิยม : WiseKnow.Com - "เมาส์" จะสูญพันธุ์ ? เมื่อ "ทัช สกรีน" เข้ามาแย่งงาน
"เมาส์" จะสูญพันธุ์ ? เมื่อ "ทัช สกรีน" เข้ามาแย่งงาน PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
พฤหัสบดี, 24 กรกฎาคม 2008

"เมาส์" จะสูญพันธุ์ ?
เป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเมื่อ สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า "เมาส์" สิ่งของที่อยู่คู่คอมพิวเตอร์มากว่า 40 ปีนั้น กำลังจะถึงจุดสิ้นสุดภายในอีก 3-5 ปีข้างหน้า เพราะกำลังถูกแทนที่ด้วยระบบสัมผัส การใช้ท่าทางผ่านทางคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่สามารถจดจำใบหน้าได้กำลังจะเข้ามาแย่งตำแหน่งแทน

"สตีฟ เพรนทิส" นักวิเคราะห์จากบริษัทการ์ดเนอร์ กล่าวว่า เมาส์จะทำงานเข้ากันได้ดีกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ แต่สำหรับพีซีที่เป็นโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ หรือโน้ตบุ๊กนั้น ถือว่าหมดยุคแล้ว เพราะปัจจัยสำคัญ คือ บริษัทผู้คิดค้นสินค้าและอุปกรณ์คอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ ต่างผลิตสินค้าที่เป็นอินเตอร์เฟสลักษณะเป็นอินเตอร์ แอ็กทีฟมากขึ้นทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้เมาส์ อาทิ ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อย่าง พานาโซนิค โซนี่ และแคนนอน ผู้ผลิตอุปกรณ์กล้อง วิดีโอรายต่างๆ เริ่มประดิษฐ์สิ่งของที่สามารถจดจำใบหน้าของผู้ใช้ได้ จากการใช้รีโมตคอนโทรล

รวมถึงแนวโน้มของเทคโนโลยียุคปัจจุบันที่หน้าจอระบบสัมผัส หรือ "ทัชสกรีน" กำลังมาแรงอย่างเหลือเชื่อ และเข้าไปแทรกซึมอยู่ในสินค้าไอทีเกือบทุกประเภท ทำให้หลายบริษัทต่างเร่งเครื่องผลิตสินค้าที่ใช้ระบบทัชสกรีนเพื่อนำมาใช้แทนที่ "เมาส์" มากขึ้น

แม้ว่าเทคโนโลยีระบบสัมผัสจะเกิดขึ้นมานานกว่าทศวรรษแต่กลับมีบทบาทเฉพาะในบางอาชีพเท่านั้น และแทบจะไม่ปรากฏตามเก็ตเจ็ตหรือสินค้าที่เป็นคอนซูเมอร์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ระบบสัมผัสเริ่มแพร่หลายลงสู่อุปกรณ์ต่างๆ ที่ใกล้ชิดผู้บริโภคมากขึ้น พร้อมกับได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว อาทิ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะจากไมโครซอฟท์ เกม Wii ของค่ายนินเทนโด้ หรือไอโฟน จากแอปเปิล

แต่ที่เริ่มคึกคักและเห็นเป็นจริงเป็นจัง คือ เมื่อต้นปีที่ไมโครซอฟท์จับมือกับเอชพี ผู้ผลิตพีซีเบอร์ 1 ของโลก ผลิตพีซีที่มี ความไวต่อการสัมผัส หรือรู้จักกันในชื่อ "TouchSmart" ออกสู่ตลาด ทำให้ภาพของทัชสกรีนของผู้ใช้งานทั่วโลกเริ่มชัดเจนขึ้น

"ร็อป แครมตัน" จากเอชพี กล่าวว่า เนื่องจากประชาชนนิยมใช้พีซีเพื่อจัดเก็บเพลง ภาพยนตร์ และรูปภาพ ดังนั้นคีย์บอร์ดและเมาส์จึงมีความหมายในทางความรู้สึกน้อยลง

"เราคิดว่าเทคโนโลยีแบบสัมผัสจะเข้ามาครองตลาดผู้ใช้งานตามบ้านภายใน 3-5 ปีนี้ เพราะถ้าคอมพิวเตอร์ถูกใช้เพื่อความบันเทิงจริงในบ้าน ดังนั้นอุปกรณ์ที่มารองรับจำเป็นจะต้องมีความชัดเจนมากขึ้น พวกเราไม่ใช่คนที่ต้องการจะจำกัดคีย์บอร์ด แต่คนส่วนใหญ่อาจไม่ต้องการใช้คีย์บอร์ดอยู่แล้ว เพราะใช้คอมพิวเตอร์เพียงเพื่อ ส่งอีเมล์ จัดการรูปภาพ เล่นดนตรี หรือฟังเพลงเป็นต้น"

ขัดแย้งกับ "บิล บุซตัน" นักวิจัยจากไมโครซอฟท์ ผู้ศึกษาเทคโนโลยีแบบสัมผัสมาตั้งแต่ปี 1980 กล่าวว่า ความคิดว่าเทคโนโลยีแบบสัมผัสจะทำให้เมาส์ตาย ไปนั้น เป็นเรื่องที่ไม่น่าสนใจ

"สิ่งเหล่านั้นพยายามที่จะแทนที่เมาส์ ทั้งๆ ที่เมาส์นั้นเป็นสิ่งที่ดีเยี่ยมสำหรับหลายๆ สิ่ง แม้ว่าเมาส์จะไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ความท้าทาย คือ การหาอุปกรณ์ที่ทำงานเข้ากันได้ดีกับเมาส์มากกว่า"

ขณะที่ตลาดมือถือเริ่มตื่นตัวใช้ระบบสัมผัสเช่นกัน โดยเฉพาะตั้งแต่ "ไอโฟน" เปิดตัวส่งผลให้ลูกค้ามือถือทั่วโลกรู้จักระบบสัมผัสมากขึ้น รวมถึง "เอชทีซี" ผู้ผลิตโทรศัพท์พีดีเอจากไต้หวัน เริ่มพัฒนาสินค้าที่ใช้ระบบสัมผัส "TouchFLO" เข้ามาเขย่าตลาดสัมผัสด้วย

"เบนจามิน เรติซ" นักวิเคราะห์จาก ยูเอสบี เขียนในงานวิจัยว่า ตลาดเกมซึ่งคาดการณ์กันว่าจะเป็นตลาดกลุ่มแรกที่ต้องเตรียมโบกมือลาเมาส์ในเร็วๆ นี้ เพราะนอกเหนือจาก Wii จะผลิตสินค้าที่ใช้รีโมต หรือการเคลื่อนไหวของร่ายกายเพื่อควบคุมการเล่นเกมต่างๆ แล้ว ล่าสุดบริษัทอีโมทีฟ ผู้ผลิตสินค้าที่ควบคุมการทำงานด้วยสมองจะวางขายแฮนด์เซตที่ใช้สวมบนศีรษะเพื่อเล่นเกม หรือเข้าสู่โลกเสมือนจริงใน เดือน ก.ย.นี้ เพื่อให้ผู้เล่นสามารถสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ผ่านการใช้ความคิดและอารมณ์ของผู้เล่นได้โดยตรง

"อุปกรณ์นี้จะอาศัยกิจกรรมของเส้นประสาทซึ่งก่อให้เกิดกระแสไฟฟ้าภายในสมอง จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นสัญญาณไร้สายส่งมายังคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมเกมได้อย่างเป็นธรรมชาติและตามความรู้สึกที่แท้จริงได้" นายแทน ลี ประธาน บริษัทอีโมทีฟ อเมริกาและออสเตรเลียกล่าว

ขณะที่ความคิดเห็นของผู้ผลิตเมาส์อย่าง "โรลี่ ดูเลย์" ผู้ช่วยประธานอาวุโสและ ผู้จัดการทั่วไป จากแผนกอุปกรณ์ควบคุม จากบริษัทโลจิเทค ผู้ผลิตเมาส์และคีย์บอร์ดรายใหญ่ที่สุดของโลก กล่าวว่า 20 ปี ที่ผ่านมา เมาส์ถูกขายแล้วกว่า 500 ล้านชิ้นทั่วโลกซึ่งเป็นบทพิสูจน์แสดงให้เห็นแล้วว่าเมาส์นั้นเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญ

"อุปกรณ์ที่เราใช้กำลังถูกเปลี่ยนแปลง เพราะไลฟ์สไตล์เราเปลี่ยนไป แต่ทั้งนี้มันไม่มีผลต่อคุณค่าของเมาส์เลย การมาของเทคโนโลยี การศึกษา และข้อมูลข่าวสาร จะสามารถเข้าถึงด้วยการใช้งานผ่านเว็บ บราวซิ่ง และการทำอย่างนั้นได้ คือ หนทางที่พวกเราคุ้นเคยกันในวันนี้ นั่นคือ การใช้เมาส์"

แต่ทั้งนี้ เขาเห็นด้วยกับวิธีใหม่ๆของผู้บริโภคที่ใช้สื่อสารกับคอมพิวเตอร์ว่าปัจจุบันมีวิธีใหม่ๆ เพิ่มสูงขึ้น และกำลังทยอยออกสู่ตลาด แต่จากการคาดการณ์ของการ์ดเนอร์ที่มีต่อเมาส์นั้น ถือเป็นสิ่งที่เลวร้ายเกินไป

ส่วนอนาคตคีย์บอร์ดจะหายไปพร้อมกับเมาส์หรือไม่นั้น ดูเลย์กล่าวว่า "คีย์บอร์ดยังคงอยู่คู่คอมพิวเตอร์ไปอีกนาน และคีย์บอร์ดยังเป็นอุปกรณ์สำหรับใส่ข้อความ ลำดับแรกๆ ที่ยังคงอยู่ และไม่มีอะไรที่จะเข้ามาแทนที่ได้ง่ายๆ"



คอลัมน์ click world
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

ค้นหาทุกข่าวใน WiseKnow

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

 Donate

Login

Workflows

เลือกฟีดข่าวที่ต้องการ

เมนูหลัก

Home
News
Section
Blog
Gallery
Links
News Feeds
Contact Us