|
แคนนอนผนึกยูก็อปปี้บุกมหา"ลัย ปั้นโมเดลธุรกิจใหม่ให้นักศึกษา"ถ่ายเอกสารฟรี" |
|
|
|
|
จันทร์, 28 กรกฎาคม 2008 |
|

"ยูก็อปปี้" จับมือแคนนอนเปิดโมเดลธุรกิจใหม่ สื่อโฆษณาบนกระดาษถ่ายเอกสาร ทำโปรเจ็กต์ "ฟรีก็อปปี้ ยูก็อปปี้" เปิดให้บริการนักศึกษาถ่ายเอกสารฟรี ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ
นายวินัย กระเป๋าทอง กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ยูก็อปปี้ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อต้นปี 2551 และเริ่มเปิดตัวเมื่อเดือนที่ผ่านมา เป็นการลงทุนระหว่างนักธุรกิจชาวไทย ญี่ปุ่น และเยอรมนี มีเป้าหมายเป็นผู้นำสื่อที่เข้าถึงนักศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยบริษัทได้ร่วมมือกับแคนนอนจัดโครงการ "ยูก็อปปี้ ฟรีก็อปปี้" เพื่อสร้างสื่อรูปแบบใหม่ที่เข้าถึงกลุ่มนักศึกษาโดยตรง
รูปแบบโครงการจะเป็นการให้บริการถ่ายเอกสารฟรีแก่นักศึกษาและอาจารย์ โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ ที่ต้องการสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์แคมเปญขององค์กรไปยังนักศึกษาเป็นหลัก โดยโฆษณาจะถูกพิมพ์ไว้ด้านหลังของกระดาษถ่ายเอกสาร
3 เดือนแรกเป็นโครงการนำร่อง จะวางตามมหาวิทยาลัยละ 2 แห่ง จุดละ 1 หมื่นแผ่นต่อเดือน โดยปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมแล้ว 6 แห่ง คือ ม.ธรรมศาสตร์, มศว., รามคำแหง, หอการค้าไทย, เทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ และเกษมบัณฑิต และตั้งเป้าว่าสิ้นปี 2552 จะมีจุดบริการเพิ่มเป็น 48 จุด ใน 24 มหาวิทยาลัยทั่วเขต กทม. คาดว่าจะมีการใช้กระดาษมากกว่า 8 ล้านแผ่น คิดเป็นรายได้ประมาณ 40 ล้านบาท และปี 2553 มีแผนที่จะขยายเข้าสู่มหาวิทยาลัยตามภูมิภาคอีก 12 แห่ง
ส่วนองค์กรที่สนับสนุน ขณะนี้มีองค์กรธุรกิจและภาครัฐที่เข้าร่วม 5 ราย คือ บริษัท เอสซีจี เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัทบางกอกกล๊าส กระทรวงพลังงาน กระทรวงแรงงาน และคาดว่าถึงสิ้นปีจะมีบริษัทเข้าร่วม 15-20 ราย โดยค่าบริการคิดเป็นแพ็กเกจ 3 เดือน เริ่มต้นที่ 3 หมื่นบาท เฉลี่ยค่าใช้จ่าย 3.7 บาทต่อแผ่น
"คาดว่าภายในครึ่งปียูก็อปปี้จะคุ้มทุน ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นเรื่องการทำการตลาด ประชาสัมพันธ์ และการมีรายได้จากการโฆษณาอย่างเดียว โมเดลความร่วมมือกับแคนนอน ปีแรกจะเป็นรูปแบบการเช่าเครื่อง ส่วนปีต่อไปจะแบ่งสัดส่วนรายได้กัน และเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อร้านถ่ายเอกสารในมหาวิทยาลัย เพราะพฤติกรรมการถ่ายของลูกค้าต่างกัน และคนที่มาใช้บริการจะถ่ายเอกสารที่ไม่นำไปใช้เป็นทางการ จำนวนไม่เกิน 10 แผ่น"
นายวินัยกล่าวอีกว่า โครงการยูก็อปปี้ฯ ถือเป็นโครงการนำร่องของบริษัท หาก อนาคตการทำตลาดครอบคลุมแล้ว จะเริ่มมีบริการที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนอื่นๆ สำหรับประโยชน์ที่สปอนเซอร์ได้ คือ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน คือ นักศึกษาอายุ 18-26 ปี ทำให้ทำกิจกรรมที่ตรงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ และการเห็นโฆษณายาวนานเพราะเอกสารที่ใช้จะอยู่กับนักศึกษานาน และอาจมีการส่งข้ามปีให้รุ่นน้อง และสื่อโฆษณาดังกล่าวก็เปรียบเสมือนสื่อเคลื่อนที่ให้กับแบรนด์นั้นด้วย
นายสเตฟาน ชไนเดอร์ ประธาน บริษัท ยูก็อปปี้(เยอรมนี) จำกัด กล่าวว่า ยูก็อปปี้เลือกประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่เปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการ เพราะตลาดไทยเป็นตลาดที่แข็งแกร่งในเอเชียจึงมีโอกาสในการเติบโต หลังจากนี้บริษัทมีแผนที่จะ ขยายทำตลาดในต่างประเทศด้วย คือ ลาว เวียดนาม กัมพูชา สิงคโปร์ อินโดนีเซีย รวมถึงประเทศฝั่งยุโรป โปแลนด์ เยอรมนี ออสเตรีย สโลวะเกีย เช็ก เป็นต้น
ด้านร้อยเอกสุนทร ปัณฑรมงคล ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ส่วนบิสซิเนส อิมเมจจิ้ง บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า การร่วมมือกันครั้งนี้ถือเป็นการดีลระหว่างบริษัทแคนนอนสำนักงานใหญ่ในญี่ปุ่นกับยูก็อปปี้ ซึ่งจะทำตลาดร่วมกันทั่วโลก โดยจะให้บริษัทแคนนอนในแต่ละประเทศเป็นผู้ดำเนินการ ในการสนับสนุนเครื่องถ่ายเอกสาร บริการซ่อมดูแล หมึก อะไหล่ เป็นต้น โดยประโยชน์ที่แคนนอนได้รับคือ การสร้าง แบรนด์แคนนอนในกลุ่มนักศึกษาโดยตรงให้มีมากขึ้น นอกเหนือจากเครื่องพิมพ์และกล้องถ่ายรูป และการโปรโมตเทคโนโลยีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย
หลังจากหมดระยะ 3 เดือนซึ่งเป็นโครงการนำร่องแล้ว จะมีการพูดคุยกับ ยูก็อปปี้อีกครั้งหนึ่งว่า จะมีการเปลี่ยนเป็นเครื่องพิมพ์สี หรือมีพรินเตอร์เพิ่มเติมหรือไม่ |