|
ศิลปะสงคราม สามก๊ก กับหนัง 8 เรื่อง |
|
|
|
|
อังคาร, 29 กรกฎาคม 2008 |
สถานการณ์และความน่าสนใจของสิ่งที่อยู่ในบ้านเมืองเรา มีปรากฏการณ์ที่ดึงดูดใจมากมายหลายเรื่องในรอบสัปดาห์
ที่โดดเด่นและถูกวิพากษ์วิจารณ์กันมากที่สุด ต้องยกให้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ "6 มาตรการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤตเพื่อไทยทุกคน" และงานตลาดนัดในห้องแอร์ "มหกรรมมั่นใจไทยแลนด์ ดีแน่ ถูกแน่ เพื่อคนไทย" ที่รัฐบาลสมัคร 1 ประกาศเอาใจชั้นผู้น้อยตามแนวถนัด
ผลจะเป็นอย่างไรต้อง wait and see เท่านั้น
สำหรับในหมู่คนวัยทำงานรู้มาว่า ตอนนี้พวกเขาไม่ตื่นเต้นอะไรไปมากกว่าการได้ดูหนังฟอร์มยักษ์เรื่อง "สามก๊ก" หรือชื่อฝรั่งว่า Red Cliff ที่เข้าฉายในไทยมาพักหนึ่งแล้ว
ถามว่าทำไมตอนนี้หนังเรื่อง "สามก๊ก" กลับมาดัง
ผู้สันทัดตอบว่า "สามก๊ก" รอบนี้มาได้จังหวะ เพราะความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศไทยก็มาจากผู้ทรงอิทธิพล 3 ก๊กนั่นเอง ประกอบด้วย ก๊กรัฐบาล ก๊กกลุ่มพันธมิตรฯ และก๊กมือที่มองไม่เห็น ที่ขับเคี่ยว เข่นฆ่า หักล้างด้วยศิลปะสงครามชั้นสูง แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ซึ่งเราต้องเสียค่าตั๋วดูด้วยใจรำคาญและเดิมพันสูงยิ่ง อันนี้คอการเมืองเขาบอกเล่ามา
ส่วนคอหนังขนานแท้ตอบด้วยเสียงอึกทึกว่า จะพลาดได้อย่างไรในเมื่อ Red Cliff : สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ ตอนนี้เป็นตอนที่สนุกที่สุด เป็นหนังฟอร์มใหญ่ที่ใช้ทุนสร้างสูงที่สุดในเอเชียถึง 2,800 ล้านบาท แล้วยังเป็นหนังที่ประเทศจีนยอมให้ปิดเมืองถ่ายทำเป็นเวลายาวนานถึง 2 ปี นัยว่าเพื่อต้อนรับเทรนด์กีฬาโอลิมปิกที่กำลังจะมาถึง
ผู้กำกับฯก็ไม่ใช่กระจอก แต่เป็น "จอห์น วู" ผู้กำกับฯเลือดมังกร ผู้ให้กำเนิดตำนานโหด เลว ดี เป็นหนึ่งยอดฝีมือที่วงการฮอลลีวูดยอมรับ เพราะเขากำกับฯมาแล้ว ทั้งเรื่อง Mission Impossible 2 และ Face Off ที่สำคัญมากๆ เขาเลือกตัวละครได้หล่อถูกใจคนรุ่นใหม่นั่นคือพระเอกดูโอ "ทาเคชิ คาเนชิโร่" ที่รับบทเป็น "ขงเบ้ง" กับ "เหลียง เฉา เหว่ย" ที่รับบท "จิวยี่"
แล้วที่มองข้ามไม่ได้ หนังเรื่องสามก๊กรู้จักหยิบเอากิมมิกด้านการตลาดมาใช้ ทำให้หนังที่ดูหนัก รู้สึกเบาลงทันที เป็นการทำตลาดควบคู่ไปกับการสร้างนวัตกรรมทางความคิด ปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่ลึกซึ้งกับประวัติศาสตร์และปรัชญาคำสอนผ่านตัวละครที่คนยุคสมัยใหม่ชื่นชอบ
สงครามศึกผาแดง เปรียบเสมือนสงครามตัวแทนของกลุ่มผู้ทะเยอทะยานกับกลุ่มหวงอำนาจที่อยากรั้งบัลลังก์ ซึ่งเป็นสงครามที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์จีนที่เรือสองพันลำถูกเผาวอดวาย เป็นเหตุให้ประวัติศาสตร์จีนเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล ภายใต้การต่อสู้ทั้งเชิงบู๊และเชิงบุ๋น
เพราะสงครามคือกิจกรรมหนึ่งของมนุษย์ มนุษย์ผู้ไม่เคยยึดหลักการของความยืดหยุ่น
จบเรื่องสามก๊กแล้ว อย่าลืมหนังอีก 8 เรื่องที่คุณๆ บอกมาว่า "เก๋ชะมัด" เป็นไอเดียใหม่ที่กระฉูดมาจากสมองซีอีโอหนุ่ม แบงก์กสิกรไทย คุณบัณฑูร ล่ำซำ
แม้เป็นแคมเปญหนังตัวอย่างสั้นๆ แต่แนวคิดที่มาที่ไปค่อนข้างลึกซึ้ง และมองต่าง เป็นอารมณ์ละเมียดที่ไม่คิดว่า "คนแบงก์ก็คิดอย่างนี้เป็น"
หลังจากกสิกรไทยประสบความสำเร็จจากหนังโฆษณาชุด K Heroes ซึ่งสร้างความจดจำให้กับผู้ชมในฐานะ "ไอ้ตัวเขียว" สัญลักษณ์คุณภาพของพนักงานในเครือธนาคารทั้ง 8 บริษัทไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน
มาปีนี้เคแบงก์ฉีกตัวเองด้วยการจุดประกายสร้างแนวคิดใหม่ของภาพยนตร์โฆษณา หวังเจาะกลุ่มเป้าหมายทั้ง 7 กลุ่มของธนาคาร และ K Now อย่างตรงจุด หนังโฆษณาชุดใหม่ได้นำเอา "เอ็นเตอร์เทนเมนต์" มาเป็นตัวสร้างความแตกต่างในการสื่อสารการตลาดด้วยวิธีการทำหนังโฆษณาในรูปแบบ "หนังตัวอย่าง" หรือ trailer
เคแบงก์คาดหวังจะสะกดใจผู้ชมให้ติดตาม เพื่อสร้างพลังในการจดจำโดยผ่านเรื่องราว
หนังโฆษณาทั้ง 8 เรื่อง ที่ผนวกบริการอื่นนอกเหนือไปจากบริการทางการเงิน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าส่วนบุคคล ตามสโลแกน "ชีวิตเอกเขนก" และสโลแกน "ธุรกิจไร้ขีดจำกัด" สำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ
ทั้ง 8 เรื่องมีความยาวเรื่องละ 1 นาที ออกอากาศในโรงหนังทั่วประเทศกว่า 240 โรง และในจอโฆษณาบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส อันเป็นสื่อเฉพาะเจาะจง ยิงตรงสู่คนรุ่นใหม่
หนังมีหลากหลายแนว ทั้งแนวหนังไทยและแนวต่างประเทศ มีทั้งแบบแอ็กชั่น หนังผี แนวการ์ตูนแอนิเมชั่น มหากาพย์ ดราม่า และแฟนตาซี ที่พยายามสื่อถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยระดมพลังจาก 8 ผู้กำกับฯในวงการโฆษณาและภาพยนตร์ของเมืองไทย พร้อม 5 โปรดักชั่นเฮาส์ชั้นนำที่ร่วมสร้างสรรค์กับทีมงานครีเอทีฟแห่งโอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์
"จะสำเร็จหรือล้มเหลว ผมไม่ว่า ขอแค่ให้เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ ผมก็พอใจแล้ว" คุณปั้นเอ่ยก่อนลาในวันนั้น
นี่คือบทสรุปของศิลปะสงครามการตลาดอีกด้านหนึ่ง :D
คอลัมน์ WEEKLY TALK |