นวัตกรรมรับยุคน้ำมันแพงบริษัทแห่ผลิตพลังงานจาก "ขยะ" PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 2
แย่มากดีมาก 
อังคาร, 29 กรกฎาคม 2008


ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาครัฐและเอกชนพยายามคิดค้น "นวัตกรรม" ที่จะลดการพึ่งพาน้ำมันลง เพื่อเป็นทางออกในยามน้ำมันแพงเช่นนี้ และเป็นทางเลือกในยามที่บ่อน้ำมันอาจแห้งเหือด ไปในวันหนึ่งข้างหน้า

พลังงานจาก "ขยะ" เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่มีคนพูดถึงมาตลอด แต่เพิ่งจะได้รับการผลักดันอย่างจริงจังเพื่อผลิตขาย ในเชิงพาณิชย์

"อินเตอร์เนชั่นแนล เฮรัลด์ ทริบูน" รายงานว่า มีบริษัทหลายแห่งในสหรัฐที่ประกาศแผนจะสร้างโรงงานผลิตพลังงานจากขยะหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นเศษไม้ ขยะเปียก หรือพืชผลทางการเกษตรที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ เพื่อจะนำไปผลิตเป็นพลังงานสำหรับรถยนต์ โดยนับถึงปัจจุบัน มีโรงงานขนาดเล็ก 28 แห่งที่กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้าง ขณะที่บางแห่งก็อยู่ในระหว่างขั้นทดลอง

ที่จริงแล้วนักวิทยาศาสตร์ต่างก็ทราบถึงความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยน "ขยะ" ให้เป็น "พลังงาน" มานานนับทศวรรษแล้ว แต่เนื่องจากยังอยู่ในยุคที่น้ำมันมีราคาถูก แรงผลักดันในการพัฒนาพลังงานทางเลือกใหม่นี้จึงยังมีไม่มาก

ผิดกับปัจจุบันที่ราคาน้ำมันทะยานขึ้นไปอยู่เหนือระดับ 125 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังพุ่งทำสถิติสูงสุดเหนือระดับ 140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลมาแล้ว ทำให้ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจในการผลิตพลังงานจากขยะมีมากขึ้น

นอกจากนี้ มาตรการจูงใจในการผลิตพลังงานจากสิ่งอื่นๆ ที่นอกเหนือจากน้ำมันและอาหารก็มากกว่าเมื่อก่อน โดยทางการสหรัฐให้เงินช่วยเหลือในการผลิตพลังงานประเภทนี้ถึง 1.01 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งมากกว่าเงินชดเชยที่ให้กับเอทานอลที่ผลิตจากข้าวโพดถึง 2 เท่า ประกอบกับข้อดีในการช่วยลดโลกร้อน ทำให้พลังงานจากเศษขยะกลายมาเป็นที่สนใจในวงกว้าง

บริษัทชั้นนำระดับโลกหลายแห่งสนใจร่วมวงไพบูลย์ในอุตสาหกรรมพลังงาน จากขยะที่ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ ไม่ว่าจะเป็นยักษ์ใหญ่อย่าง ฮันนีเวลล์ ดูปองต์ เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) เชลล์ และบีพี

ทั้งที่ความฝันที่จะผลิตพลังงานจากพืชเกิดขึ้นมายาวนานเท่าๆ กับการคิดค้นเครื่องยนต์สันดาปภายใน (internal combustion engine) หรือเครื่องยนต์ที่ผลิตพลังงานความร้อนจากการเผาไหม้ภายในกระบอกสูบของเครื่องยนต์เอง แต่สิ่งที่ทำให้การผลิตพลังงานจากพืชผลสามารถเป็นจริงได้ในปัจจุบัน เกิดจากเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยมากขึ้นนั่นเอง

วัตถุที่มีส่วนประกอบของไฮโดรเจน คาร์บอน และออกซิเจน ล้วนมีศักยภาพที่จะนำไปผลิตเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ได้ทั้งสิ้น ซึ่งรวมถึงพลาสติก ซากสิ่งก่อสร้าง ต้นไม้ หญ้าที่ถูกตัดเล็มจาก สนาม เศษไม้ ฟางข้าวสาลี และขยะจากการเกษตร

ตัวอย่างที่สะท้อนแนวคิดดังกล่าว คือ เอทานอล ที่เกิดจากการหมักพืชผลทางการเกษตร และนำมาผสมในน้ำมันเบนซินนั่นเอง เพียงแต่กระบวนการ ปลูกพืชผลเพื่อนำมาผลิตเอทานอลต้องใช้ที่ดิน น้ำ และปุ๋ย ทำให้มีการ์วิจารณ์ว่า เป็นตัวการทำให้ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้น และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มากกว่าที่คาดกันไว้

น่าสนใจว่าทางการสหรัฐผลักดันแนวทางนี้อย่างเป็นรูปธรรม โดยในปีที่แล้วได้มีการผ่านร่างกฎหมายที่กำหนดให้ใช้พลังงานชีวภาพ (biofuel) 36 พันล้านแกลลอนภายในปี 2565 โดยน้อยกว่าครึ่งจะเป็นเอทานอลจากข้าวโพด ส่วนที่เหลือจะเป็นพลังงานที่ไม่ได้มาจากพืชอาหาร ซึ่งเท่ากับเป็นการเปิดทางให้อุตสาหกรรมผลิตพลังงานจากขยะด้วยในตัว

บริษัท Solazyme ในเซาท์ ซานฟรานซิสโก ก็คาดหวังที่จะผลิตพลังงานจากสาหร่ายเพื่อขายในเชิงพาณิชย์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทร่วมทุน (venture capital) 2 แห่งที่มองเห็นศักยภาพในการผลิตพลังงานชีวภาพรูปแบบใหม่

ทั้งนี้ บริษัทร่วมทุนเริ่มหันมาลงทุนในธุรกิจนี้มากขึ้นอย่างชัดเจน โดยข้อมูลจาก "ทอมสัน รอยเตอร์ส" ระบุว่า ในครึ่งแรกของปีนี้บริษัทร่วมทุนลงทุนด้านพลังงานรวมประมาณ 612 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก 375 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวเลขลงทุน รวมทั้งปีในปีที่แล้ว

แม้ตัวเลขดังกล่าวจะยังดูเล็กน้อยเมื่อเทียบกับความต้องการใช้พลังงานในสหรัฐ แต่นี่ก็นับเป็นก้าวย่างที่สำคัญหากโครงการผลิตพลังงานจากขยะสามารถพิสูจน์ความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจได้

สำหรับบริษัทอื่นๆ ที่เริ่มเอาจริงเอาจังกับธุรกิจพลังงานจากขยะ อาทิ "แคแอล โพรเซส ดีไซน์ กรุ๊ป" ในไวโอมิงที่มี ประสบการณผลิตเอทานอลจากข้าวโพด ก็เริ่มหันมาสร้างโรงงานผลิตพลังงานจากใบสนที่อยู่ใกล้กับป่าสงวนแห่งชาติ โดยขณะนี้อยู่ในขั้นทดลองสายการผลิต แต่น่าจะเริ่มผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ในปลายปีนี้

เช่นเดียวกับ "เรนจ์ ฟูเอลส์" ในเดนเวอร์ที่สร้างโรงงานผลิตเอทานอลจากเศษไม้สน โดยจะเริ่มผลิตเพื่อจำหน่ายได้ในปลายปี 2552 หรือ 2553

ส่วน "ฟูลครัม ไบโอเอเนอร์ยี" เตรียมก่อสร้างโรงงานในเนวาดาเพื่อผลิตเอทานอลให้ได้ราว 10.5 ล้านแกลลอน จากเศษขยะราว 90,000 ตัน โดยน่าจะ เริ่มผลิตได้ในต้นปี 2553

ขณะที่ "เอเนอร์เคม" (Enerkem) มีแผนจะใช้ซากแบตเตอรี่มาผลิตพลังงาน และบริษัทรายเล็กรายน้อย ที่ใช้เศษขยะหลากหลาย ตั้งแต่น้ำมันใช้แล้วไปจนถึงเครื่องในไก่งวงเลยทีเดียว

แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง "เจนเนอรัล มอเตอร์ส" ก็ลงทุนตั้งบริษัท 2 แห่ง ชื่อ Coskata และ Macoma เพื่อนำขยะจากพืชผลการเกษตรมาผลิตเป็น เอทานอล เช่นเดียวกับ "ดูปองต์" ที่จับมือกับ "จีเนนคอร์" ในการผลิตเอทานอลจากชิ้นส่วนจากข้าวโพดและอ้อยที่กินไม่ได้
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

WiseKnow Search Engine

Login

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

Advanced Syndicate

Workflows