เอเซอร์ตั้งการ์ดรับยอดขายโน้ตบุ๊กร่วง ทุบราคาต่ำ2หมื่น-ส่งเน็ตบุ๊กยึดตลาด PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
จันทร์, 11 สิงหาคม 2008

เอเซอร์ตั้งการ์ดรับยอดขายโน้ตบุ๊กร่วง ทุบราคาต่ำ2หมื่น-ส่งเน็ตบุ๊กยึดตลาด

 

ยักษ์โน้ตบุ๊ก "เอเซอร์" เผยสัญญาณตลาดคอมพิวเตอร์ครึ่งปีหลังชะลอตัว เตรียมแผนรับมือขนโน้ตบุ๊ก ราคาต่ำกว่า 2 หมื่นบาทปูพรม พร้อมชู "เน็ตบุ๊ก"พระเอกตัวใหม่

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงค์วุฒิ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดคอมพิวเตอร์ตอนนี้พบสัญญาณว่ามีอัตราการเติบโตลดน้อยลง โดยจากการมอนิเตอร์ข้อมูลหลายๆ ส่วน ทั้งพนักงานขายเอเซอร์และดีลเลอร์หลักๆ เริ่มเห็นว่าเดือน ก.ค.ที่ผ่านมามีแนวโน้มของการชะลอตัวของยอดขาย คาดว่าปัจจัยหลักมาจากเศรษฐกิจ การเมือง เป็นรื่องของจิตวิทยาที่ทำให้คนชะลอการใช้จ่าย เพราะในแง่ของสินค้าไอทีนั้นมีความหลากหลายและราคาลดลงอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว

 

ปกติอัตราการเติบโตไตรมาสที่ 3-4 จะต้องพุ่งขึ้น แต่ตอนนี้มัน flat โดยมีการชะลอตัวทั้งในกลุ่มลูกค้าคอนซูเมอร์และคอร์ปอเรต ทั้งๆ ที่บริษัทมีความพร้อมทั้งสินค้า ช่องทางจัดจำหน่าย รวมทั้งบริษัทมีการจัดกิจกรรมการตลาดต่อเนื่องทุกเดือนแต่กำลังซื้อก็ชะลอตัว จึงประเมินว่าสถานการณ์ดังกล่าวเป็นผลกระทบจากภาพรวมของเศรษฐกิจซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง

 

นายนิธิพัทธ์กล่าวว่า เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ที่ผู้บริโภคมีการใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง บริษัทจึงเตรียมนำเข้าโน้ตบุ๊กระดับราคาต่ำกว่า 2 หมื่นบาท เข้ามาทำตลาดมากขึ้น ทั้งรุ่น 12 นิ้ว 14 นิ้ว และ 15 นิ้ว เพื่อเข้ามาเติมเต็มในเซ็กเมนต์นี้มากขึ้น โดยจะอยู่ในช่วงราคา 17,000-20,000 บาท ต้องยอมรับว่าตลาดขยับเข้ามาในเซ็กเมนต์ราคาตรงนี้ ดังนั้นถ้าเอเซอร์ต้องการที่จะคงความเป็นผู้นำก็ต้องเล่นในเซ็กเมนต์นี้ โดยการที่จะต้องมีวาไรตี้ของสินค้าทั้งเรื่องสเป็กและแพลตฟอร์ม มีให้เลือกหลากหลาย

 

นอกจากนี้เอเซอร์ก็เตรียมพร้อมในแง่ของการนำเสนอสินค้าในเซ็กเมนต์ใหม่ราคาถูกอย่าง "เน็ตบุ๊ก" โน้ตบุ๊กขนาด 8.9 นิ้ว น้ำหนักเบา 1 กิโลกรัม ราคาประหยัด อย่างแอสไปร์วันเข้ามาบุกตลาด ซึ่งมีระดับราคาตั้งแต่ 1.49 หมื่นบาท-19,900 บาท จะเป็นตลาดใหม่ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญ ซึ่งเอเซอร์จะมีโมเดลสินค้าและสีสันให้เลือกมากขึ้น

 

โดยจากที่มีกลุ่มสินค้าเน็ตบุ๊กเข้ามา คาดว่าจะช่วยให้ตลาดรวมโน้ตบุ๊กปีนี้อยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านเครื่อง โดยจะเป็นส่วนของกลุ่มเน็ตบุ๊กประมาณ 3 แสนเครื่อง ทั้งนี้ในแง่ของยูนิตจะเห็นว่ามีการเติบโตค่อนข้างมากแต่ในแง่ของมูลค่าเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่ลดลง เพราะสินค้ากลุ่มโลว์เอนด์ราคาต่ำกว่า 2 หมื่นบาทมีสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันราคาเฉลี่ยโน้ตบุ๊กในตลาดปัจจุบันลดลงอยู่ที่ 2.2 หมื่นบาท จากเดิมราคา 2.5 หมื่นบาท ทำให้ผู้ขายต้องหันไปขายเชิงปริมาณมากขึ้น  


อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดของเอเซอร์กล่าวว่า 7 เดือนที่ผ่านมาเอเซอร์มีอัตราการเติบโต 40% ขณะที่อุตสาหกรรมโตประมาณ 15-20% คาดว่าสิ้นปีเอเซอร์จะมีการเติบโต 35% ได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ เพียงแต่อาจจะไม่เกินเป้าหวือหวาเหมือนทุกปีที่ผ่านมาที่โตถึง 60-70% 

 

"แม้ว่าตอนนี้จะมีข่าวดีหลายๆ เรื่อง ทั้งการปรับรัฐบาลใหม่ แต่ส่วนใหญ่คนยังรอดูสิ่งที่เป็นรูปธรรมมากกว่า ซึ่งภาพรวมน่าจะมีปัจจัยบวกที่ดีกว่านี้เพิ่มขึ้นเพื่อจะช่วยปลุกตลาดให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง ตอนนี้ยังไม่พอ มาตรการต่างๆ ที่ออกมาเป็นมาตรการระยะสั้น"


สำหรับแผนด้านการตลาด บริษัทจะเน้นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ก็จะเน้นไปที่การนำเสนอตัวสินค้าเป็นหลัก แทนการสร้างแบรนด์ซึ่งผู้บริโภคส่วนใหญ่รู้จักอยู่แล้ว รวมถึงการทำกิจกรรมเจาะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเซ็กเมนต์ต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน ม.ปลาย และนักศึกษา 

 

นายนิธิพัทธ์กล่าวว่า จากตลาดโน้ตบุ๊กรวมประมาณ 1.5 ล้านเครื่อง จะอยู่ในตลาดการศึกษา 2.37 แสนเครื่อง หรือประมาณ 6 พันล้านบาท และมีแนวโน้มจะโตมากขึ้นซึ่งตลาดการศึกษาจะมี 2 ส่วน คือ การซื้อเป็นโปรเจ็กต์ของสถาบันการศึกษาต่างๆ ประมาณ 15% และกลุ่มนักศึกษา อาจารย์ที่ซื้อใช้เอง 85% โดยเอเซอร์มีส่วนแบ่งการตลาดในภาคการศึกษาทั้งหมด 44% คิดเป็นมูลค่า 2.6 พันล้านบาท  

 

โดยเอเซอร์จะมีแคมเปญและสินค้าที่ตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ เช่น โน้ตบุ๊กที่เน้นด้านกราฟิก เป็นต้น โดยมีสินค้าครอบคลุมตั้งแต่รุ่นเอนทรีถึงไฮเอนด์ และล่าสุดเอเซอร์เปิดแคมเปญ "unwire 2008 campus tour" พร้อมจัดกิจกรรมโรดโชว์สินค้าไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆ 11 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาดโดยจะเข้าไปเสนอเทคโนโลยีให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น 


นอกจากนี้ ในไตรมาสสุดท้ายของปีบริษัทก็มีแผนจัดกิจกรรมเพื่อเข้าถึงตลาดระดับโรงเรียน ในการจัดโรดโชว์ลงไปตามโรงเรียนต่างๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งกำลังศึกษาหาแนวทาง


ทั้งนี้ข้อมูลบริษัทวิจัยไอดีซี ในไตรมาสแรก/2551 เอเซอร์มีส่วนแบ่งตลาดโน้ตบุ๊ก 40% ตามมาด้วยเอชพี 26% อัสซุส 8% โตชิบา 6% และอันดับ 5 เลอโนโว 5%

 

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

WiseKnow Search Engine

Login

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

Advanced Syndicate

Workflows