เอซี นีลเส็นฯ เผยอุตฯโฆษณา 7 เดือนไม่ขยับ ตัวเลขเดือนกรกฎาคมติดหล่ม เผยสื่อหลัก "ทีวี-หนังสือพิมพ์-นิตยสาร-โรงหนัง-เอาต์ดอร์" รูดยกแผง ด้าน "วิทวัส ชัยปาณี" นายก ส.โฆษณาฯ คาดทั้งปีน่าจะโตได้ 5% ชี้เทรนด์ธุรกิจรายใหญ่เริ่มปรับกระบวนยุทธ์การใช้สื่อ โยกงบฯจากสื่อหลักไปโปะสื่อทางใหม่แทน
รายงานข่าวจากนีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ซ (ประเทศไทย) เปิดเผยถึงการใช้จ่ายงบฯผ่านสื่อโฆษณาในช่วง 7 เดือนแรก (มกราคม-กรกฎาคม) ปีนี้ว่า มีมูลค่ารวม 51,437 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมามี 51,436 ล้านบาท หรือขยายตัวในอัตรา 0% โดยสื่อโทรทัศน์มีมูลค่า 29,576 ล้านบาท ลดลง 1.40% วิทยุ 3,889 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.51% หนังสือพิมพ์ 8,739 ล้านบาท ขยายตัว 0.78% นิตยสาร 3,239 ล้านบาท ลดลง 4.20% สื่อโรงภาพยนตร์ 2,365 ล้านบาท ลดลง 3.07% สื่อกลางแจ้งมูลค่า 2,493 ล้านบาท ติดลบ 4.67% สื่อเคลื่อนที่ (transit) 797 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.72% และสื่อในห้างสรรพสินค้า (in store) มูลค่า 340 ล้านบาท ขยายตัว 7.26%
ทั้งนี้ บริษัทที่ใช้งบฯโฆษณาสูงสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย ยูนิลีเวอร์ (ไทย) โฮลดิ้ง 2,751.50 ล้านบาท ลดลง 560 ล้านบาท ตามด้วยโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย 913.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110 ล้านบาท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (พีแอนด์จี) 861.21 ล้านบาท ลดลง 31 ล้านบาท โอสถสภา 758.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 165 ล้านบาท และไบรเออร์สดร็อป (ไทยแลนด์) 684.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากดูเฉพาะเดือนกรกฎาคมพบว่า สื่อหลักทั้งโทรทัศน์, หนังสือพิมพ์, นิตยสาร, โรงภาพยนตร์ และสื่อกลางแจ้ง (บิลบอร์ด) มีอัตราการขยายตัวติดลบยกทั้งแผง โดยในส่วนของสื่อโทรทัศน์มีมูลค่า 4,288 ล้านบาท ขยายตัวลดลง 5.49% หนังสือพิมพ์มูลค่า 1,238 ล้านบาท ขยายตัวลดลง 6.14% นิตยสารมูลค่า 414 ล้านบาท ขยายตัวลดลง 15.85% โรงภาพยนตร์มูลค่า 400 ล้านบาท ขยายตัวลดลง 20% และสื่อกลางแจ้งมูลค่า 344 ล้านบาท ขยายตัวลดลง 8.51%
รายงานยังระบุด้วยว่า แบรนด์ที่ใช้งบฯโฆษณาผ่านสื่อสูงสุดในช่วงเดือนกรกฎาคม คือ ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าพอนด์ส 70.45 ล้านบาท ลดลง 36 ล้านบาท ตามด้วยโทรศัพท์แบบเติมเงินแฮปปี้ 59.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14 ล้านบาท ตรีเพชร อีซูซุฯ 57.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.5 ล้านบาท เป๊ปซี่ 54.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18 ล้านบาท และเทสโก้ โลตัส 47.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18 ล้านบาท
ด้านนายวิทวัส ชัยปาณี นายกสมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทย กล่าวถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมโฆษณาว่า ตัวเลขรวมทั้งปีน่าจะยังสามารถขยายตัวได้ในอัตราเฉลี่ยประมาณ 5% แม้ว่านักการตลาดและเจ้าของสินค้าส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจในภาะรวมเศรษฐกิจ แต่ส่วนใหญ่ยังต้องการจะทำการตลาดเพื่อเพิ่มยอดขายในช่วงครึ่งปีหลังต่อไป และอัตราการขยายตัวดังกล่าวนี้ หากประเมินลึกลงไปจะพบว่าอุตสาหกรรมโฆษณาเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงขาลง หากเทียบกับการปรับขึ้นค่าโฆษณาของสื่อต่างๆ ที่มีอัตราเฉลี่ยประมาณ 10-15%
ทั้งนี้จะเห็นชัดเจนว่าธุรกิจขนาดใหญ่เริ่มปรับลดงบฯโฆษณาผ่านสื่อกันอย่างชัดเจน อาทิ ยูนิลีเวอร์ (ไทย) ที่หันมาโฟกัสสินค้าในกลุ่มความสวยความงามเป็นหลัก ส่วนกลุ่มซักล้างประเภทผงซักฟอก สบู่ ฯลฯ จะมีโฆษณาผ่านสื่อลดลง
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการใช้จ่ายงบฯผ่านสื่อโฆษณาที่ลดลงดังกล่าวนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่นักการตลาดและเจ้าของสินค้าปรับแผนการใช้สื่อใหม่ โดยปรับลดงบฯผ่านสื่อโฆษณาไปยังกิจกรรมที่ไม่ผ่านสื่อโฆษณา หรือบีโลว์เดอะไลน์ ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งยังวัดมูลค่าไม่ได้ รวมทั้งหันไปทดลองใช้กับสื่อใหม่ๆ เพิ่มขึ้น