|
เรียลิตี้ทีวี ศิลปะแห่งความบันเทิงที่มีมานมนานแล้ว |
|
|
|
|
อังคาร, 19 สิงหาคม 2008 |
ชั่วโมงนี้กระแสของรายการแบบเรียลิตี้โชว์ (หรือรายการโทรทัศน์ที่เอาคนเดินดินธรรมดามาออกทีวีให้เราชมแบบไม่มีบท ไร้สคริปต์ และการเตรียมตัว) กำลังเป็นที่นิยม น่าติดตามชมชนิดใจจดใจจ่อ เนื่องจากทั้งคนดูและคนเล่นไม่มีใครทราบว่า มันจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างในวินาทีข้างหน้า แม้แต่ตอนจบก็ไม่ทราบว่าจะลงเอยอย่างไร คนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่านี่คือของใหม่ของวงการบันเทิง แต่แท้ที่จริงแล้วรายการแบบนี้มีมาเนิ่นนานกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว เพียงแค่เราไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง
ปฐมบทแห่งเรียลิตี้ทีวีเริ่มขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1948 ในรายการ Candid Camera รายการทีวีชื่อดังที่เอากล้องไปซ่อนแอบถ่ายคนเดินถนนตาดำๆ ที่ถูกทีมงานแกล้งในรูปแบบต่างๆ ความสนุกอยู่ที่ว่าคนดูไม่อาจจะรู้ได้ว่า คนที่โดนอำจะมีการตอบสนองอีท่าไหน อีกรายการหนึ่งชื่อ Arthur Godfrey"s Talent Scouts ที่ออกอากาศครั้งแรกในปีเดียวกัน ก็เป็นผู้ให้กำเนิดรายการประเภทที่ให้คนทั่วไปมาโชว์ความสามารถในรายการ แล้วให้ผู้ชมทางบ้านโหวตว่าใครคือคนที่เจ๋งที่สุด
ต่อมาในยุค 70"s มีรายการทีวีในประเทศอังกฤษชื่อ Seven Up ! มาทำให้เรียลิตี้ทีวีเข้มข้นขึ้นไปอีกขั้น รายการนี้เลือกที่จะติดตามชีวิตประจำวันและสัมภาษณ์ความคิดเห็นต่างๆ ของเด็กอายุ 7 ขวบหลายคนจากหลายสถานะที่มีความเป็นอยู่แตกต่างกันหมด แบบไม่มีการ
เตรียมคำถาม หรือสคริปต์ใดๆ และทุกๆ เจ็ดปีจะมีการติดตามไปถ่ายทำชีวิตของเด็กเหล่านั้นไปเรื่อยๆ ว่าพวกเขาโตขึ้นแล้วเป็นอย่างไร เป็นรายการ 7 Plus Seven และ 21 Up ! ไปเรื่อยๆ รายการนี้ทำให้เด็กธรรมดาๆ เหล่านั้นกลายเป็นคนดังไป โดยไม่ต้องเป็นดารา
ในยุค 80"s ก้าวต่อไปของเรียลิตี้ทีวีเกิดขึ้น เมื่อบรรดานักเขียนบทอเมริกันพากันนัดหยุดงานกันหมด ในปี 1988 รายการ COPS จึงถือกำเนิดขึ้น โดยมีตำรวจจริงๆ เป็นตัวเอกของเรื่อง แล้วให้ตากล้องติดสอยห้อยตามไปด้วย มีทั้งการไล่ล่า จับโจร ดวลปืน และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ ร้อยพันชนิด ให้ผู้ชมได้ตื่นเต้นไปกับเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาตอนจบได้ (เพราะเรื่องจริงไม่เหมือนนิยาย)
เมื่อถึงยุค 90"s ในปี 1991 รายการทีวีฮอลแลนด์พาเรียลิตี้ทีวีเดินไปอีกก้าว กับรายการ Nummer 28 ที่เอาคนแปลกหน้ามาอยู่ร่วมกันในบ้านเดียวกัน เป็นระยะเวลานานๆ แล้วประมวลภาพตอนเด็ดๆ ในนั้นมาให้ผู้ชมทางบ้านดูคนแปลกหน้าทำกิจกรรมร่วมกัน ทะเลาะกัน รักกัน สนุกกัน และอะไรต่อมิอะไรกัน ทุกการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันของพวกเขา ส่วนทางฝั่งอเมริกาก็มีรายการคล้ายๆ กันชื่อ Real World เกิดขึ้นใน MTV แต่นั่นยังสะใจไม่พอ ในปี 1997 รายการทีวีสวีเดนชื่อ Expedition Robinson ถือกำเนิดขึ้น คราวนี้นอกจากเอาคนมาอยู่รวมกันแล้ว ยังต้องแข่งขันกันเองด้วย ใครแพ้โดนคัดออก จนกว่าจะเหลือคนสุดท้ายซึ่งก็คือผู้ชนะ
พอเข้ายุค 2000 รายการเรียลิตี้ก็บูมสุดขีด เป็นที่นิยมไปทั่วโลก นำโดย Survivor ที่พาคนไปอยู่ร่วมกันตามป่าเขาลำเนาไพร มีการแข่งขัน มีการโหวตกันเอง และรางวัลก้อนโต อีกรายการที่มาแรงคือ American Idol รายการที่ให้คนรุ่นใหม่เสียงดีมาโชว์ความสามารถกันบนจอทีวี โชว์เสร็จมีนักวิจารณ์ออกมาวิจารณ์แบบถึงพริกถึงขิง และยังมีรายการแปลกๆ ออกมาให้ผู้ชมระทึกอีกเพียบ เช่น Fear Factor (ให้คนมาทำเรื่องสะอิดสะเอียนหรือเสียวแข่งกัน) The Apprentice (ใครอยากเข้าทำงานกับ Donald Trump ต้องเอาชนะเกมทางธุรกิจนี้) The Amazing Race (แข่งกันเดินทางรอบโลก) American"s Next Top Model (ผู้ชนะได้เป็นยอดนางแบบ) The Simple Life (จับไฮโซฯไปอยู่แบบโลโซฯ) Wife Swap (เปลี่ยนภรรยากันชั่วคราว) และอีกหลากหลายรูปแบบ
จะเห็นว่ารายการเรียลิตี้ของบ้านเรายังเติบโตได้อีกเยอะ เพราะที่มีให้ชมตอนนี้ยังมีแต่แบบร้องเพลงแข่งกัน แล้วให้ทางบ้านโหวตให้คะแนน ผมอยากเห็นแบบอื่นๆ บ้าง จะมีใครทำให้ชมไหม หรือคนชอบความหลากหลายต้องไปหาดูของฝรั่งอยู่ร่ำไป :D
คอลัมน์ Delicious GROOVE โดย อัษฎา อาทรไผท |