|
แฟชั่น "สลิมฟิต" ถูกใจคุณผู้ชาย ดันยอดขายแซงหน้านักช็อปสาว |
|
|
|
|
อังคาร, 19 สิงหาคม 2008 |
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก ทำให้ชาวอเมริกันต้องรัดเข็มขัดกันถ้วนหน้า เพื่อรับมือกับรายจ่ายที่มีแต่จะเพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้ยังเท่าเดิม เผลอๆ ยังเสี่ยงที่จะตกงานจากภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อีกด้วย
แต่ท่ามกลางสถานการณ์ยากลำบากเช่นนี้ บรรดาคุณผู้ชายกลับยอมเสียเงินซื้อเสื้อผ้ามากขึ้น สวนทางกับคุณผู้หญิงที่ พากันเบรกการช็อปปิ้งเสื้อผ้าไว้ชั่วคราว
เอพีรายงานว่า สาเหตุที่คุณผู้ชายทั้งหลายยอมทุ่มเทเงินทองซื้อหาเสื้อผ้ามากขึ้นก็เพราะพวกเขาถูกอกถูกใจกับแฟชั่น "สลิมฟิต" (slim fit) หรือเสื้อผ้าที่ออกแบบมาให้พอดีตัว ซึ่งเป็นเทรนด์แฟชั่นใหม่ที่กำลังมาแทนที่เสื้อผ้าหลวมโพรกที่เคย ฮอตฮิตมานานหลายปี
"สตีฟ เฮล" เป็นหนุ่มอีกคนที่ยอม ควักเงินซื้อเสื้อผ้าใหม่หลายตัวมาประดับในตู้เสื้อผ้า เช่นเดียวกับหนุ่มๆ อีกหลายคนที่ ชื่นชอบแฟชั่นสลิมฟิตของแบรนด์ดัง "เบเนตอง" (Benetton) และเชิ้ตพอดีตัวของ "ดีเซล" (Diesel) ขณะที่ภรรยาของเขากลับลดรายจ่ายค่าเสื้อผ้าลง เพราะเธอเริ่มเบื่อกับแฟชั่นแนวเดิมๆ
"เฮล" บอกว่า ที่ผ่านมาเขาไม่ค่อย ได้ซื้อเสื้อผ้าบ่อยนัก เพราะไม่รู้สึกว่ามีอะไรใหม่ๆ ที่ทำให้อยากซื้อ แต่แฟชั่นสลิมฟิตก็เตะตาเขาอย่างจัง เพราะมันไม่ดูใหญ่เทอะทะ และไม่หลวมโพรก
"เดวิด โวล์ฟ" ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของบริษัทเดอะ โดเนเจอร์ กรุ๊ป กล่าวว่า ยอดขายเสื้อผ้าผู้ชายเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และเริ่มตีตื้นธุรกิจเสื้อผ้าผู้หญิงขึ้นมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยได้เห็นมากนักในธุรกิจเสื้อผ้า
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงแฟชั่นหลายรายต่างมองตรงกันว่า สิ่งที่ช่วยทำให้เสื้อผ้าชายกลับมาบูมอีกครั้งมาจากการเปิดตัวแฟชั่นพอดีตัวของดีไซเนอร์ "ทอม บราวน์" ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน จนกลายเป็นที่นิยมของคุณผู้ชายมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา มีเสื้อผ้าหลากหลายประเภทที่อิงกระแสนี้ ตั้งแต่สูทแบบพอดีตัว ไปจนถึงกางเกงสีกากีแบบเข้ารูป ซึ่งวางขายในห้างสรรพสินค้าอย่างเมซีส์ (Macy"s) และบลูมิงเดลส์ (Bloomingdale"s)
"มาร์แชล โคเฮน" หัวหน้านักวิเคราะห์อุตสาหกรรมแฟชั่นของ "เอ็นพีดี กรุ๊ป" ระบุว่า ผู้บริหารห้างสรรพสินค้าหลาย รายต่างยอมรับว่า ยอดขายเสื้อผ้าผู้ชาย เริ่มแซงหน้าแผนกเสื้อผ้าผู้หญิงมาตั้งแต่ ปีที่แล้ว แม้พวกเขาจะไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขที่แท้จริงได้เนื่องจากติดเรื่อง เหตุผลทางธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของเอ็นพีดี พบว่า ในปีที่แล้วยอดขายเสื้อผ้าผู้ชายโตขึ้น 0.8% ขณะที่ยอดขายเสื้อผ้าผู้หญิงลดลง 3.5% ขณะที่ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ นับถึงเดือนพฤษภาคม ยอดขายเสื้อผ้า ผู้หญิงลดลง 3% เทียบกับยอดขายเสื้อผ้าผู้ชายที่โตสวนทางที่ 2.3%
การเติบโตของธุรกิจเสื้อผ้าผู้ชายกำลังจะสร้างจุดเปลี่ยนในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า ซึ่งที่ผ่านมาเสื้อผ้าผู้หญิงมีสัดส่วนราว 65% ของตลาดแฟชั่นสำหรับผู้ใหญ่ที่มีมูลค่า ราว 155 พันล้านดอลลาร์
โดยยอดขายเสื้อผ้าชายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ อาจจะส่งผลให้สัดส่วนของเสื้อผ้าผู้หญิงลดลงมาเหลือคนละครึ่งกับเสื้อผ้าชาย แต่อย่างไรก็ตาม การเติบโตของเสื้อผ้าชายที่เกิดขึ้นนี้กลับไม่ได้ ช่วย ผลักดันธุรกิจเสื้อผ้าโดยรวมได้ มากนัก เพราะยอดขายรวมล่าสุดในธุรกิจเสื้อผ้าโตลดลง 2%
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายชื่อดังหลายรายหันมาคิดใหม่ทำใหม่กับเทรนด์สลิมฟิตที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ "นอติกา" (Nautica) ของบริษัทวีเอฟ คอร์ป รวมถึงแบรนด์ "ด็อกเกิร์ส" (Dockers) ของ ค่ายลีวาย สเตราส์
"โคเฮน" บอกว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่มีส่วนผลักดันเทรนด์สลิมฟิต เนื่องจากราคาน้ำมันและอาหารที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเงินทำให้ทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายต้องหันมาหั่นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับแฟชั่นที่ฮิตในช่วงสั้นๆ ไปเป็นอันดับแรกๆ ขณะเดียวกันพวกเขาก็เลือกที่จะใส่เสื้อผ้าที่ทำให้ดูดีและเป็นมืออาชีพ เพื่อจะรักษาตำแหน่งงานเอาไว้ ซึ่งสำหรับผู้หญิงก็มีแฟชั่นหลากหลายให้เลือก แต่สำหรับผู้ชาย เทรนด์สลิมฟิตจึงเป็นทางออกที่ตอบโจทย์ความต้องการได้พอดี
ความต้องการของหนุ่มๆ ที่เพิ่มขึ้น ทำให้บรรดาธุรกิจหันมามองโอกาสตรงนี้กันมากขึ้น เพราะหนุ่มๆ เหล่านี้เลือกที่จะไปช็อปปิ้งเสื้อผ้าด้วยตัวเองในห้างมากขึ้น แทนที่จะพึ่งพาแฟนหรือภรรยาให้เลือกซื้อให้เหมือนเมื่อก่อน
ห้างสรรพสินค้าก็หันมาปรับตัวเช่นกัน โดยบลูมิงเดลส์ไม่ลังเลที่จะแยกพื้นที่สินค้าสำหรับผู้ชายออกมาต่างหาก ทั้งเสื้อผ้า แอ็กเซสซอรี่ และอุปกรณ์อย่างระบบจีพีเอสและเครื่องโกนหนวด ขณะที่ห้างเมซีส์จัดพื้นที่สำหรับขายอันเดอร์แวร์แบบพอดีตัวของ "เอ็มโพริโอ อาร์มานี" |