|
สหพัฒน์ชู"โอซีซี"บุกตลาดขายตรง ส่งสินค้าครบเครื่องจับกลุ่ม"เอบี"-ลั่น3ปีโกย2พันล. |
|
|
|
|
เสาร์, 23 สิงหาคม 2008 |
"โอซีซี" เปิดเกมรุก ชู "ขายตรง" นำร่องช่วยเพิ่มรายได้ ดีเดย์กันยายนนี้ ขนทัพเครื่องสำอาง อาหารเสริม สินค้าสุขภาพ ประเคนกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน เผย "บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา" ประธานเครือ สหกรุ๊ป มอบนโยบายดันยอดขายทะลุ 2 พัน ล.ใน 3 ปี พร้อมจัดโครงสร้างการบริหารงานภายในใหม่
ถึงเวลานี้ดูเหมือนว่าการนำระบบขายตรงเข้ามาช่วยเพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายและเพิ่มยอดขายจะได้รับการยอมรับในวงกว้างมากขึ้น และมีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่เริ่มกระโดดเข้ามาในธุรกิจนี้เป็นระยะๆ โดยล่าสุดบริษัทในเครือสหพัฒน์ก็ได้เตรียมพร้อมที่จะกระโดดลงสู่ธุรกิจขายตรงอีกรายหนึ่ง
ดีเดย์ลุย "ขายตรง" กันยายน
นางศิริพร ตั้งธนศฤงคาร กรรมการบริหารฝ่ายการตลาดเครื่องสำอาง บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและนำเข้าเครื่องสำอาง ในเครือสหพัฒน์ อาทิ คัฟเวอร์มาร์ค, โอเลียรี, เคเอ็มเอ, แอคซีน, ซันเกรส ฯลฯ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากนี้ไปบริษัทจะเน้นการทำตลาด เชิงรุกมากขึ้น ซึ่งแนวทางที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ การเพิ่มช่องทางจำหน่ายใหม่ด้วยการ นำระบบไดเร็กต์เซลหรือการขายตรงหลายชั้น (เอ็มแอลเอ็ม) เข้ามาใช้ควบคู่กับการ ขยายจุดขายแบรนด์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
สำหรับสินค้าที่จะนำมาจำหน่ายผ่านระบบขายตรง ช่วงแรกจะมีสินค้า 4 กลุ่มคือ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ และสินค้าใน ครัวเรือน
"การเพิ่มช่องทางใหม่ดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหกรุ๊ป ที่ต้องการเพิ่มรายได้ของโอซีซี โดยตั้งเป้าภายใน 3 ปี จะมี รายได้รวม 2,000 ล้านบาท"
นางศิริพรกล่าวต่อไปว่า ตามแผนโอซีซีจะเริ่มทดลองทำตลาดในระบบขายตรงในช่วงตั้งแต่เดือนกันยายนที่จะถึงนี้ และ จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการต้นปี 2552 นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อนำเข้าเครื่องสำอางอินเตอร์แบรนด์จากยุโรปและญี่ปุ่นเข้ามาทำตลาดเพิ่มด้วย และมีแผนเปิดตัวเครื่องสำอางโลคอลแบรนด์ใหม่อีก 4-5 แบรนด์ ซึ่งสินค้าใหม่นี้คาดว่าจะเริ่มนำเข้ามาทำตลาดได้ในช่วงปีหน้า
เจาะกลุ่มเป้าหมาย "กลาง-บน"
ขณะที่แหล่งข่าวจากบริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้เตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดหน่วยธุรกิจใหม่นี้มาระยะหนึ่งแล้ว โดยได้มีการดึงบุคลากรที่มีประสบการณ์ทางด้านธุรกิจขายตรงให้เข้ามาช่วงวางระบบ รวมทั้งได้ยื่นขอขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และเบื้องต้นนี้คาดว่าจะใช้ชื่อว่า "โอซีซี ไดเร็กต์"
สำหรับสินค้าที่จะนำเข้ามาจำหน่ายในระบบขายตรงนี้ จะมีเครื่องสำอางทั้งที่เป็นโลคอลแบรนด์และอินเตอร์แบรนด์ที่ นำเข้ามาจากต่างประเทศซึ่งจะแยกต่างหากจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัททำตลาดอยู่
"สินค้าที่นำมาจำหน่ายผ่านช่องทาง ขายตรงนี้ เราจะเน้นจับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายตั้งแต่ระดับกลาง-บน นอกจากนี้อยู่ระหว่างการรีโนเวตพื้นที่ ด้านล่างของบริษัทเพื่อใช้เป็นโชว์รูมสินค้าด้วย"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาสหพัฒน์เป็นค่ายที่สนใจและให้ความสำคัญกับการนำระบบการขายตรงมาใช้เป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้าอย่างต่อเนื่อง เช่นการถือหุ้นในบริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ "ขายตรงมิสทิน" ทั้งในนามส่วนบุคคล และบริษัทในเครือ (สหพัฒนาอินเตอร์ โฮลดิ้ง, ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล)
และเมื่อช่วงปี 2543 หลังจากที่เกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจเมื่อกลางปี 2540 สหพัฒน์ได้รุกเข้ามาในธุรกิจขายตรงอย่างเต็มตัว ด้วยการเปิดบริษัท สหไดเร็กชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือเอสดีไอ และได้พัฒนาระบบขึ้นมา เรียกว่าการขายตรงแบบเอ็มซีดี (multi channel distribution) แต่หลังจากที่เปิดมาระยะหนึ่ง บริษัทก็ไม่ประสบความสำเร็จนักและหยุดการทำธุรกิจขายตรงไป
รายงานข่าวจากสมาคมการขายตรงไทยระบุว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมขายตรงโดยรวมมีมูลค่าตลาดประมาณ 45,000 ล้านบาท และปีนี้คาดว่าจะโต 6-7%
ปรับโครงสร้างดึงคนรุ่นใหม่เสริม
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ในเร็วๆ นี้บริษัทโอซีซีมีแผนจะปรับโครงสร้างการบริหารงานใหม่ ซึ่งจากการเปิดเผยของ นางกาญจนา สายสิริพร กรรมการผู้จัดการ ระบุว่าในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ นางธีรดา อำพันวงษ์ (ลูกสาวนายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา) ผู้บริหารแบรนด์บีเอสซี จากบริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จะเข้ามานั่งเป็นกรรมการรองผู้จัดการ และสำหรับตนเองก็จะลดบทบาทการบริหารงานภายในลงและจะดูแลเฉพาะงานด้านการวางแผนนโยบาย ส่วนการบริหารงานก็จะเป็นหน้าที่ของคนรุ่นใหม่
ขณะที่รายงานข่าวจาก บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ขณะนี้ นางธีรดา อำพันวงษ์ ก็ได้เริ่มเข้าไปศึกษางานที่โอซีซีบ้างแล้ว เพื่อเป็นการ เตรียมความพร้อมก่อนที่จะเข้าไปดูแลงานจริง
นางศิริพรยังกล่าวด้วยว่า สำหรับแนว ทางการทำตลาดของบริษัทกับแบรนด์อื่นๆ โดยรวมนั้น บริษัทจะให้ความสำคัญกับเคเอ็มเอ โลคอลแบรนด์ และจะมีการทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น เพื่อทำให้แบรนด์แข็งแกร่ง โดยล่าสุดได้ทุ่มงบฯทำตลาด 20 ล้านบาท สำหรับการออนแอร์หนังโฆษณา พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ แพท-นปภา ตันตระกูล นักแสดงวัยรุ่นชื่อดัง และจะมีการจัดอีเวนต์และเวิร์กช็อปควบคู่กันไป
ส่วนแบรนด์คัฟเวอร์มาร์คที่เป็นสินค้าหลักนั้นมีแผนขยายฐานลูกค้าวัยเริ่มทำงานมากขึ้น จากเดิมลูกค้าหลักเป็นวัยทำงาน
"ปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายโดยรวมไว้ประมาณ 15% จากปีที่ ผ่านมาที่โอซีซีมีรายได้ประมาณ 1,200 ล้านบาท โดยรายได้หลักกว่า 65% มาจากแบรนด์คัฟเวอร์มาร์ค และส่วนที่เหลือจะเป็นแบรนด์อื่นๆ เคเอ็มเอ แอคซีน ฯลฯ" นางศิริพรกล่าว
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ของบริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) ที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่ามีกำไร 14.43 ล้านบาท เพื่อจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาที่มีกำไร 8.65 ล้านบาท และสำหรับงวด 6 เดือน มีกำไร 35.23 ล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันปีที่แล้วที่มีกำไร 22.65 ล้านบาท |