เจาะแนวคิด "แพนด้า เอ็กซ์เพรส" ฟาสต์ฟู้ดอาหารจีน ขวัญใจชาวมะกัน PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
เสาร์, 23 สิงหาคม 2008

เจาะแนวคิด "แพนด้า เอ็กซ์เพรส" ฟาสต์ฟู้ดอาหารจีน ขวัญใจชาวมะกัน
เชื่อว่าหากคุณเคยชมภาพยนตร์จากอเมริกา คงมีมากกว่าหนึ่งครั้งที่เห็นตัวละครสั่งอาหารจีนมากิน ซึ่งคงสะท้อนภาพความนิยมอาหารจานตะวันออกในแดนลุงแซมได้บางส่วน

วันนี้เราลองมาทำความรู้จักกับแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดจีนชื่อดังอย่าง "แพนด้า เอ็กซ์เพรส" ที่กลายเป็นหนึ่งในร้านอาหารตะวันออกในดวงใจชาวมะกัน ในปัจจุบัน

ลอสแองเจลิส ไทม์ส เป็นตัวกลางถ่ายทอดความคิดเห็นของ แอนดรู เฉิง เจ้าของฟาสต์ฟู้ดเจ้าดังที่ยังจำความรู้สึกช่วงตั้งไข่ของร้านได้เป็นอย่างดี เมื่อเปิดร้านอาหารจีนในเขตพาซาเดนา พร้อมกังวลว่าจะสามารถดึงคนเข้าร้านได้สำเร็จหรือไม่ในช่วงนั้น ซึ่งถือเป็นช่วงยากลำบากของแพนด้าฯ เพราะเขาต้องอาศัยเงินที่หยิบยืมมาจากครอบครัวและคณะกรรมการธุรกิจขนาดเล็ก ทำให้มีหนี้ก้อนหนึ่งที่ต้องชำระ

ทว่าหลายทศวรรษต่อมา เฉิง วัย 61 พร้อมเป็กกี้ ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก กลายมาเป็นผู้บริหารอาณาจักรฟาสต์ฟู้ดครอบครัวที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกา ด้วยจำนวนสาขาแพนด้า เอ็กซ์เพรส 1,100 แห่ง ซึ่งกระจายอยู่ทั่วฟู้ดคอร์ตของศูนย์การค้าต่างๆ ท่าอากาศยาน และสนามกีฬาทั่วสหรัฐ

นอกจากนี้ บริษัทแพนด้า เรสเตอรองต์ กรุ๊ป ของเฉิงยังเป็นเจ้าของกิจการ "แพนด้า อินน์" ร้านอาหารแบบนั่งกินในร้าน และ "ฮิบาชิ-ซาน" เชนอาหารปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น และคาดว่าจะทำรายได้ปีนี้ สูงถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์



ซึ่งเฉิงเล่าว่า บริษัททำกำไรและมี ยอดขายโตต่อเนื่องในระดับเดียวกันตลอดเป็นปีที่ 12 ซึ่งถือเป็นมาตรวัดความแกร่งของบริษัทได้เป็นอย่างดี และในโอกาสฉลองครบรอบ 25 ปีในปีนี้ แพนด้า เอ็กซ์เพรสได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นคู่แข่งทรงพลานุภาพสำหรับเชนฟาสต์ฟู้ดดังอย่างแมคโดนัลด์, เคเอฟซี, ทาโค เบลล์ และ คู่แข่งอิสระรายอื่นๆ ร่วมวงการ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีการ แข่งขันกันสูง

ทั้งนี้ หากมองกันลึกๆ แล้วจะเห็นว่าอาณาจักรฟาสต์ฟู้ดฉบับครอบครัวรายนี้สร้างตัวมาจากเนื้อสะโพกและน่องของไก่ ต่างจากเชนฟาสต์ฟู้ดเจ้าอื่นที่เริ่มธุรกิจด้วยการนำเสนอนักเก็ตไก่และแซนด์วิชที่ทำจากเนื้ออกไก่มากกว่า ตั้งแต่ช่วงยุคปลายปี 1980 ซึ่งเป็นช่วงที่แพนด้า เอ็กซ์เพรส สรรหาวิธีใช้ประโยชน์จากเนื้อส่วนอื่น และสุดท้ายก็ได้ผล !

เมื่อแพนด้าฯใช้เนื้อแดงไร้กระดูกและหนังปรุงพร้อมแป้งบางๆ เพื่ออุ้มความชื้นก่อนราดซอสส้มที่มีรสชาติหวานนิด เปรี้ยวหน่อย ผสมรสเผ็ดเล็กน้อย และตั้งแต่ปี 1991 กลายเป็นสุดยอดเมนูฮิตของร้าน จนในปัจจุบันลูกค้า 4 จาก 10 คนมักจะสั่ง ออเร้นจ์ชิกเก้นมาลิ้มลองเสมอ และว่ากันว่าแพนด้า เอ็กซ์เพรสขายเมนูไก่พิเศษนี้ น้ำหนักรวมกันมากถึง 45 ล้านปอนด์ต่อปี

ดาร์เรน ทริสทาโน่ นักวิเคราะห์ธุรกิจร้านอาหารของเทคโนมิกมองว่า การใช้เนื้อช่วงขาราคาถูกกว่ากลายเป็นข้อได้เปรียบมหาศาลสำหรับแพนด้าฯในยุคที่เชนฟาสต์ฟู้ดอื่นๆ พยายามนำเสนอเนื้อหน้าอกที่มีราคาแพงกว่า

นอกจากฉลาดเลือกวัตถุดิบมาปรุงอาหารแล้ว การนับถือลูกค้าเป็นพระราชา ยังเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับในการทำธุรกิจนี้ เพราะทุกวันนี้เฉิงยังคงเดินทางไปร้านสาขาต่างๆ เพื่อสอนผู้จัดการร้านเกี่ยวกับหลักการบริการลูกค้า 3 ประการ คือ กระตือรืนร้น เคารพลูกค้า และทำงานอย่างดี

ความมุ่งมั่นหลายอย่างของเฉิงสะท้อนผลที่ดีกลับมาเมื่อแพนด้า เอ็กซ์เพรสทำคะแนนได้ดีในการสำรวจเรื่องแบรนด์จัดทำโดยบริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจร้านอาหาร โดยลูกค้ากว่า 90% ในลอสแองเจลิสรับรู้ถึงแบรนด์แพนด้าฯ และ 70% เคยลิ้มลองอาหารของแบรนด์นี้ ซึ่งแพนด้า เอ็กซ์เพรสมีอาหารเอเชียให้เลือกหลากหลายในราคาเหมาะสม อีกทั้งผู้บริโภคยังมองว่าเป็นเชนที่ขายอาหารมีประโยชน์ สดใหม่ ทั้งนี้เมื่อพิจารณาจากยอดขายทั้งหมดทั่วประเทศ พบว่ารายได้ 70% มาจากลูกค้าในแคลิฟอร์เนีย, เนวาดา และแอริโซนา ขณะที่ฮาวายมีจำนวนสาขามากที่สุด

เมื่อมองในมุมของผู้บริโภค คริสตี้ แมร์โรว พนักงานขายของบริษัทแห่งหนึ่งที่ใช้บริการแพนด้าฯ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง บอกว่า อาหารร้านนี้สดใหม่เสมอ และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพราะมีผักเยอะ ขณะที่อีกรายเล่าว่า ชอบเครื่องเทศและเครื่องปรุง อาหารก็มีรสชาติแท้ๆ ทำให้เขาชื่นชอบแพนด้าฯมากกว่าร้านอาหารจีนอื่นๆ

และแม้ว่าเชนฟาสต์ฟู้ดบริหารงานโดยครอบครัวรายนี้จะขยายงานและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แต่เจ้าของอย่างเฉิงยังคงยืนยันไม่ยอมขายความสำเร็จชิ้นนี้ในรูปแบบของการขายหุ้นในตลาดค้าหุ้นหรือขายแฟรนไชส์ เพราะแม้ว่าการจดทะเบียนในตลาดอาจผันเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์แก่เขา แต่เฉิงก็ไม่แน่ใจว่าเป้าหมายที่แท้จริงของการดำเนินการแบบนั้นคืออะไรกันแน่

โดยเขาแสดงความคิดเห็นว่า "ผมจะเอาเงินมาทำอะไร ผมจะเปิดสาขาอีกเหรอ ผมไม่มีปัญหาเรื่องเงิน แล้วทำไมผมต้องทำแบบนั้น?" และที่สำคัญ ก็คือ เขาไม่อยากมานั่งปวดหัวกับ การรับมือกับเหล่าผู้ถือหุ้นนั่นเอง

เช่นเดียวกันก็ไม่เห็นข้อดีของการเร่งการเติบโตด้วยการขายสิทธิแฟรนไชส์เหมือนกับเชนฟาสต์ฟู้ดรายอื่นๆ เพราะเขามั่นใจว่าจะสามารถบริหารงานสาขาได้ดีกว่าคนอื่นๆ อย่างแน่นอน

นี่คือแนวคิดที่สร้างความสำเร็จให้ธุรกิจครอบครัวรายหนึ่ง สามารถผงาดขึ้นมาแข่งกับเชนดังๆ ได้สำเร็จ
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

WiseKnow Search Engine

Login

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

Advanced Syndicate

Workflows