Performancing Metrics

เว็บการตลาดยอดนิยม : WiseKnow.Com - กทช.-ธปท.รับมือ"โมบายแบงกิ้ง" ออกเกณฑ์มาตรฐานคุมผู้ให้บริการสกัดความเสี่ยง
กทช.-ธปท.รับมือ"โมบายแบงกิ้ง" ออกเกณฑ์มาตรฐานคุมผู้ให้บริการสกัดความเสี่ยง PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
จันทร์, 25 สิงหาคม 2008
กทช.-ธปท.รับมือ"โมบายแบงกิ้ง" ออกเกณฑ์มาตรฐานคุมผู้ให้บริการสกัดความเสี่ยง

กทช.ประสานความร่วมมือแบงก์ชาติ ออกหลักเกณฑ์การให้บริการ "โมบาย แบงกิ้ง" ด้านมาตรฐานความปลอดภัยและป้องกันความเสี่ยงทางการเงินจากการทำธุรกรรมการเงินผ่านมือถือ พร้อมกันนี้แบงก์ชาติเตรียมประกาศพระราชกฤษฎีกา "E-payment" กำกับดูแลผู้ให้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์คุมทั้งแบงก์และน็อนแบงก์ "ทรู มันนี่" ขานรับเผยช่วยหนุนบริษัทสามารถขยายบริการกว้างมากขึ้น

 


จากที่ผู้ประกอบการทั้งหลายต่างเปิดให้บริการธุรกรรมการเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของการทำธุรกรรมการเงินผ่านมือถือ หรือโมบาย แบงกิ้ง ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงิน โอนเงิน รูปแบบใหม่ๆ ของผู้ให้บริการโทรคมนาคมและสถาบันการเงิน ทำให้ขณะนี้ในส่วนของหน่วยงานกำกับดูแลจึงต้องเร่งวางกฎเกณฑ์ต่างๆ ออกมาเพื่อป้องกันความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

ศ.ดร.ประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ กรรมการ กทช. กล่าวว่า ขณะนี้ กทช.ได้มีการหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการออกหลักเกณฑ์สำหรับบริการ mobile banking เพื่อเป็นมาตรฐานกำกับดูแล โดยเนื้อหาประมาณ 80% จะเกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์ทางการเงินซึ่ง ธปท.จะดูแล ขณะที่ กทช.จะดูแลเกี่ยวกับผู้ให้บริการโทรคมนาคม เช่น มาตรฐานการให้บริการโครงข่าย มาตรฐานความปลอดภัย quality of service การบังคับให้ผู้ให้บริการต้องเก็บบันทึกข้อมูลธุรกรรมเป็นหลักฐาน รวมทั้งกำหนดให้มีการเข้ารหัสข้อมูลการทำธุรกรรมเพื่อความปลอดภัย

"ต้องมีหลักเกณฑ์ที่สามารถปฏิบัติได้ทั้งธนาคารและผู้ให้บริการมือถือ รวมทั้งต้องมีข้อกำหนดที่เชื่อมโยงกับหลักเกณฑ์การคงสิทธิเลขหมาย (number portability) ด้วย เพราะในอนาคตเมื่อมีผู้เปิดใช้ mobile banking กับโอเปอเรเตอร์รายใดรายหนึ่งแล้ว มีการย้ายโครงข่ายก็จะต้องกำหนดมาตรการเพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้บริการต่อไปได้"

นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ด้วยวิวัฒนาการของเทคโนโลยี 3 จี ผลักดันให้แนวโน้มการใช้บริการโมบายแบงกิ้งได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ด้วยข้อกังวลในเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยทำให้ลูกค้าและผู้ใช้บริการไม่มั่นใจพอที่จะใช้บริการทางการเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ โดยเฉพาะการให้บริการต่อลูกค้ารายย่อย เช่น กรณีของอินเทอร์เน็ตแบงกิ้งที่ให้บริการมาตั้งแต่ปี 2000 แต่ก็ยังขยายตัวไม่เต็มที่ ในส่วนของโมบายแบงกิ้งก็เช่นกัน

การเสริมสร้างความปลอดภัยของโมบายแบงกิ้งเป็นเรื่องสำคัญ โดยต้องมีการกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานทั้งในส่วนของธนาคารพาณิชย์และผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพื่อให้กระบวนการทำธุรกรรมโมบายแบงกิ้งมีความปลอดภัยในทุกขั้นตอน จึงจำเป็นต้องมีการประสานงานระหว่าง ธปท.ที่กำกับดูแลสถาบันการเงิน และ กทช.ที่เป็น ผู้กำกับดูแลผู้ให้บริการโทรคมนาคม

ด้านนายธนะสิทธิ์ สรรพโชติวัฒน์ ผู้บริหารทีมตรวจสอบเทคโนโลยีสารสนเทศ ธปท. กล่าวว่า นอกจากนี้แบงก์ชาติเตรียมออกพระราชกฤษฎีกา E-payment เพื่อกำกับดูแลผู้ให้บริการการชำระเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในส่วนของธนาคารพาณิชย์ โดยมีหลักเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงสำหรับธนาคารอิเล็กทรอนิกส์และเงินอิเล็กทรอนิกส์ และส่วนของผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ซึ่งเป็นผู้ให้บริการธุรกรรมที่มีการหักบัญชี (clearing) มีการชำระดุล (settlement) มีการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านอุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่งหรือผ่านระบบเครือข่าย รวมทั้งผู้ให้บริการสวิตชิ่งในการชำระเงินหลายระบบ มีการรับชำระเงินแทน ผู้ให้บริการรายอื่น และ E-money ที่ไม่จำกัดสถานที่ ประเภทนี้จะต้องมีการขออนุญาตจาก ธปท.

"การให้บริการจะเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ตั้งแต่ผู้ให้บริการมือถือ, payment provider, transaction switching เช่น Visa หรือ ATM Pool ซึ่งแต่ละจุดก็มีความเสี่ยงเกิดขึ้น วันดีคืนดีเติมเงินเข้าบัญชีอิเล็กทรอนิกส์แล้วบริษัทล้ม ใครจะรับผิดชอบ เพราะแบงก์ชาติถึงแม้ดูแลความเสี่ยงเหล่านี้ แต่ก็จำกัดที่มีอำนาจดูแลเฉพาะสถาบันการเงินเท่านั้น"

นายปิยชาติ รัตน์ประสาทพร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู มันนี่ จำกัด ให้ความเห็นว่า หากมีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกา E-payment ก็จะเป็นผลดีต่อบริษัทมากขึ้น เนื่องจากจะมีคู่แข่งน้อยลง เช่น ผู้ที่ไม่ได้ใบอนุญาตให้บริการ E-money แต่มีการให้บริการที่ใกล้เคียงกันที่ทำขึ้นมาเอง เมื่อผู้ให้บริการเหล่านี้ต้องเจอกับกฎเกณฑ์ที่เข้มข้นของ ธปท. ก็อาจไม่สามารถให้บริการต่อ ไปได้

ขณะเดียวกันบริษัทก็สามารถที่จะเพิ่มระดับการให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้มากขึ้น เพราะพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้จะมีขอบเขตการอนุญาตไปถึงธุรกรรมที่มีการชำระเงินที่เคาน์เตอร์ได้ จากเดิมที่ครอบคลุมแค่การใช้ซื้อบริการทางอิเล็กทรอนิกส์
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

ค้นหาทุกข่าวใน WiseKnow

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

 Donate

Login

Workflows

เลือกฟีดข่าวที่ต้องการ

เมนูหลัก

Home
News
Section
Blog
Gallery
Links
News Feeds
Contact Us