Performancing Metrics

เว็บการตลาดยอดนิยม : WiseKnow.Com - ภารกิจ (โค้ช) ซิคเว่ เบรคเก้ การเดินทางของ "Impossible Race"
ภารกิจ (โค้ช) ซิคเว่ เบรคเก้ การเดินทางของ "Impossible Race" PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
จันทร์, 25 สิงหาคม 2008

สัมภาษณ์

ภารกิจ (โค้ช) ซิคเว่ เบรคเก้ การเดินทางของ "Impossible Race"
แม้จะไม่ได้นั่งเป็น "ซีอีโอดีแทค" อีกแล้ว แต่ "ซิคเว่ เบรคเก้" ก็คงไม่ไปไหนไกล ยังเวียนวนอยู่ในแวดวงสื่อสารเมืองไทย ด้วยว่า ความรับผิดชอบใหม่ ในตำแหน่งซีอีโอ "เทเลนอร์เอเชีย" มีสำนักงานตั้งอยู่ในเมืองไทย ทั้งขอบเขตความรับผิดชอบในการดูแลการลงทุนของเทเลนอร์ 1 ใน 4 ประเทศที่ต้องดูมีไทยรวมอยู่ด้วย

ว่ากันว่า นอกจาก "ซีอีโอใหม่-ทอเร่ จอนห์สัน" แล้ว ตั้งแต่ 1 กันยายน 2551 นี้ "ดีแทค" จะมี "ซูเปอร์ซีอีโอ" เพิ่มขึ้นอีกตำแหน่ง
"ซิคเว่" เคยบอกว่า เป้าหมายของเขา คือ การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้องค์กร จาก good to great

แม้ภารกิจ "good to great" จะยัง ไม่สำเร็จ

ต้องยอมรับว่า ในฐานะ "ซีอีโอ" (ซึ่งกำลังจะกลายเป็นอดีตหลังสิ้นเดือน ส.ค.) "ซิคเว่" ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้ "ดีแทค" มากมาย

แม้การเปลี่ยนแปลงจะเป็นเรื่องปกติธรรมดา หรืออาจเรียกว่าเป็นวัฒนธรรมองค์กรสำหรับ "ดีแทค" แต่การเปลี่ยนไม้ผลัดมือจากซิคเว่ไปยังซีอีโอใหม่ ถ้าจะบอกไม่มีผลอะไรคงเป็นไปไม่ได้

"ประชาชาติธุรกิจ" มีโอกาสพูดคุยกับ "ซิคเว่ เบรคเก้" ส่งท้ายก่อนอำลาตำแหน่ง มีรายละเอียดดังนี้

- สิ่งภาคภูมิใจในระหว่างทำงานกับดีแทค

มี 2 อย่าง อย่างแรก คือได้เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร เห็นได้ตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่ที่ดีแทคจนถึงวันนี้เปลี่ยนไปเยอะมาก ทุกคนมุ่งไปในทางเดียวกัน ซึ่งจะเป็นจุดแข็งของดีแทคต่อไป

อย่างที่ 2 คือ การได้เป็นโค้ช เทรนทุกคน ทั้งผู้บริหาร พนักงาน ให้ก้าวขึ้นมาอีกระดับ วันนี้พูดได้ว่า

ผู้บริหารดีแทคมีประสบการณ์มากขึ้น มีความรู้มากขึ้น เป็นกลุ่มคนที่มีความสามารถในระดับแถวหน้า นี่คือสิ่งที่ภาคภูมิใจมาก

- มีอะไรที่ทำให้ผิดหวัง หรือยังไม่ได้ทำ

ไม่มีสิ่งที่ผิดหวังในดีแทค สิ่งที่ผิดหวังมากน่าจะเป็นเรื่องกฎระเบียบต่างๆ การเคลื่อนไหวของภาครัฐที่ค่อนข้างช้าเกินไปในการผลักดันกระบวนการตามกฎระเบียบที่จะเอื้อต่อการพัฒนาโทรคมนาคม

- ตั้งแต่วันแรกถึงวันนี้อุตสาหกรรมสื่อสารไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง

ตั้งแต่ปี 2545 ที่มารับตำแหน่งในดีแทค ความเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นคือ สภาพการแข่งขันที่รุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เห็นอัตราการเติบโตของการใช้งานโทรศัพท์มือถือเพิ่มอย่างรวดเร็ว ซึ่งแสดงถึงศักยภาพ และความพร้อมของผู้ให้บริการ ในการทำให้บริการของตนเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

มีบริการใหม่ๆ ที่ดึงดูดใจ และสร้างรายได้ให้มากขึ้น

ตอนนี้ถือว่าเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง คือการเข้ามาของเทคโนโลยี 3 G บรอดแบนด์บนมือถือ ขณะที่ราคาค่าบริการต้องลดลง เพื่อกระตุ้นการใช้งานในภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา

- แผนการลงทุน 3 G ของดีแทค

หลังได้ใบอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) แล้ว ขั้นต่อไป คือ คัดเลือกเวนเดอร์ ระหว่าง โนเกีย-ซีเมนส์ อีริคสัน หรือหัวเว่ย คาดว่าจะใช้เวลา 4-5 สัปดาห์จึงจะได้ข้อสรุป ก่อนที่จะยื่นเรื่องไปยัง กทช.ในการขอนำเข้าอุปกรณ์อีกครั้ง เพื่อนำมาติดตั้ง โครงข่ายเฟสแรกในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ชลบุรี และภูเก็ต ให้พร้อมเปิดบริการได้ภายในต‰นปีหน้า

ใน กทม.จะมีสถานีฐาน 700-800 แห่ง คาดว่าจะใช้งบประมาณ 5 พันล้านบาทใน ปีหน้า โดยในช่วงแรกของการเปิดให้บริการจะรุกในตลาดโมบาย บรอดแบนด์ เจาะกลุ่มผู้ใช้คอมพิวเตอร์ และโน้ตบุ๊ก เป็นหลัก เพราะยังมีช่องว่างในตลาดอีกมาก จากจำนวนประชาชนที่ยังไม่สามารถเข้าถึง อินเทอร์เน็ต ADSL ได้อย่างทั่วถึง

- เจาะตลาดไฮสปีดเน็ต

ช่วงแรกจะเน้นการให้บริการบรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ตที่เร็วกว่า เคลื่อนที่ได้ และราคาถูกกว่า หรืออย่างน้อยๆ ต้องใกล้เคียงกับ ADSL ก่อนที่จะทำตลาดอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนมือถือในกลางปีหน้า เนื่องจากต้องรอให้มีมือถือที่รองรับบริการ HSPA บนคลื่น 850 MHz ได้ก่อน รวมถึงการสร้างคอนเทนต์บนมือถือ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ดีแทคซื้อ 3 บริษัทเมื่อเร็วๆ นี้

บริษัทแรก เพย์สบาย เป็นผู้ให้บริการออนไลน์เปย์เมนต์ (การชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์) โดยดีแทคเข้าไปถือหุ้น 98% ถัดมาเป็นบริษัทครีเอเทค (ถือหุ้น 51%) เป็นผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นบนมือถือ และ บริษัท แฟต ดีกรี เจ้าของรายการวิทยุแฟตเรดิโอ (หุ้น 51%)

นอกจากนี้ ยังเพิ่มหน่วยธุรกิจใหม่ให้ "แอนดรูว์ แม็คบีน" (อดีตเอ็มดีไมโครซอฟท์) เข้ามาลุยเรื่องอุปกรณ์ปลายทาง ที่จะมารองรับ 3 G โดยเฉพาะ

แต่เมื่อซีอีโอใหม่เข้ามาก็คงมีการปรับเปลี่ยนภายในองค์กรอีกที

ปีแรกคงยังไม่เน้นเรื่องรายได้ แต่จะสร้างแบรนด์ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี รวมถึงวางตำแหน่งทางการตลาดเป็นหลัก

ในปี 2553 จึงจะเริ่มมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ

- เอไอเอสชิงความเป็นผู้นำ เปิด 3 จีแล้ว

สำหรับผมมองว่า การเปิด 3 จี ที่เชียงใหม่ ของเอไอเอส เป็นแค่ พี.อาร์. ไม่ใช่บริการจริงๆ

- มี 850 แล้วจะลงทุนใน 2100 MHz อีกไหม

3 G บน 2100 MHz ไม่รู้ว่าสิ้นปีหน้าจะได้เห็นหรือเปล่า ต้องรอ กทช.จัดทำร่างแผนต่างๆ อีกหลายขั้นตอน

ถ้าเอไอเอสจะทำ 3 G บนคลื่น 1900 MHz ไปก่อนก็ขอให้โชคดี การแข่งขันเป็นเรื่องดี แต่กระบวนการคงอีกยาว อย่างน้อยน่าจะประมาณ 1 ปี เท่ากับว่าดีแทคจะอยู่ในตลาด 3 G คนเดียวไปถึง 1 ปี

- มองภาวะเศรษฐกิจขณะนี้อย่างไร

สถานการณ์ขณะนี้เริ่มดีขึ้น หลังจากราคาข้าวและน้ำมันลดลง จากเดิมในช่วงเดือน พ.ค.ถึง ก.ค.ได้รับผลกระทบมาก เป็นช่วงที่ปริมาณทราฟฟิกในระบบลดลงเยอะมาก ดีแทคจึงต้องปรับเป้าการเพิ่มขึ้นของรายได้จากเดิม 10% เป็น 5%

เวลานี้แม้หลายๆ อย่างจะดีขึ้น แต่คงไม่ปรับเป้ารายได้ขึ้น ในครึ่งปีแรกดีแทคมีลูกค้าใหม่ 1.8 ล้านราย คาดว่าในครึ่งปีหลังจะมีจำนวนใกล้เคียงกัน เท่ากับสิ้นปีนี้จะมีลูกค้าใหม่ประมาณ 3.6 ล้านราย

สิ่งที่ต้องทำจากนี้ไปคือ หากลยุทธ์กระตุ้นยอดการใช้งานให้มากขึ้น
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

ค้นหาทุกข่าวใน WiseKnow

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

 Donate

Login

Workflows

เลือกฟีดข่าวที่ต้องการ

เมนูหลัก

Home
News
Section
Blog
Gallery
Links
News Feeds
Contact Us