|
ซื้อความเชื่อมั่นผู้นำความคิด กลยุทธ์ "ปากต่อปาก" สไตล์อินเดีย |
|
|
|
|
อังคาร, 26 สิงหาคม 2008 |
กลยุทธ์ "ปากต่อปาก" ยังคงเป็นแผนการตลาดยอดฮิตสำหรับการเจาะตลาดใหม่ ทำให้ตอนนี้เหล่าผู้นำความคิดกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์การตลาดสำหรับการนำเสนอสินค้าใหม่ๆ ขณะที่ผู้ที่มีอิทธิพลต่อแบรนด์ที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นบาร์เทนเดอร์ ช่างยนต์ หมอ และครู ก็ยังเล่นบทบาทสำคัญของตนเองต่อไป
ดิ อีโคโนมิก ไทม์ส ถ่ายทอดความคิดเห็นของ เดบา โกชาล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ของอัลตรา มอเตอร์ส มองว่า สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า กลยุทธ์ปากต่อปากเชิงบวกเป็นสิ่งสำคัญมาก และบริษัทกำลังทำงานร่วมกับเทศบาลและ องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นเพื่อติดตั้งศูนย์ชาร์จไฟฟ้า และอาศัยสิ่งนี้เพื่อกระจายข้อดีของการใช้จักรยานยนต์แบบนี้ ทั้งนี้บริษัทมองว่าองค์กรระดับนี้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในเมืองขนาดเล็กๆ ดังนั้นจึงเป็นเวทีที่มี ประสิทธิภาพเพื่อใช้สรุปความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้า ส่วนในแง่ของการริเริ่มแบบ B2B นั้น อัลตรา มอเตอร์ส อาศัยเหล่าเด็กส่งของเป็นคนโฆษณาความคุ้มค่าของรถแบบนี้แก่เจ้าของแฟรนไชส์ต่างๆ
ในด้านของ "คาสตรอล" บริษัทน้ำมันหล่อลื่นชื่อดัง ก็กำลังแข็งขันทำงานร่วมกับเหล่าช่างยนต์ และจัดเวิร์กช็อปต่างๆ เพื่อป่าวประกาศข้อดี ซึ่งคาสตรอลเห็นว่าในวงการนี้ การดำเนินโครงการร่วมกับบรรดาช่างยนต์เป็นการเปิดโอกาสให้ช่างยนต์ ์ท้องถิ่นได้แลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เชี่ยวชาญ
ส่วนในวงการอื่นอย่าง ดิเอจิโอ พร้อมแบรนด์ สเมอร์นอฟฟ์ และ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ก็ตั้งสโมสรชาวบาร์ ด้วยแนวคิดที่ว่าต้องการสร้างชุมชนและช่วยเหลือพัฒนาความรู้และทักษะของคนกลุ่มนี้
เอเอส รามจันเดอร์ จากคาสตรอล อินเดีย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเดินเกมแบบนี้ของบริษัทต่างๆ ว่า บริษัทตระหนักถึงความไว้วางใจที่มีต่อผู้นำความคิด และได้ริเริ่มโครงการเฉพาะต่างๆ เพื่อสร้างอิทธิพลต่อพวกเขา โดยทั่วไปแล้ว งานช่างและเวิร์กช็อปมักมีฐานลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์ และคนกลุ่มนี้ก็เป็นทูตที่ดีของสินค้า และผู้นำความคิดเหล่านี้พยายามสร้างชื่อเสียงของตนผ่านสิทธิพิเศษที่มีอยู่
ขณะที่ ซาเมียร์ สาทปาธี หัวหน้าฝ่ายการตลาดของมาริโก้ เจ้าของ "พาราชูท อัฟเตอร์ ชาวเวอร์ ครีม" เล่าว่า เหล่าช่างตัดผมเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของมาริโก้ และช่างตัดผมกลายเป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อผู้ชายที่ตัดผมและโกนหนวดบ่อย และร้านตัดผมเป็นสถานที่ซึ่งผู้ชายมาปรึกษากันเรื่องเกี่ยวกับผม ปัจจุบันบริษัทจัดโครงการช่างตัดผมใน 6 เมืองใหญ่ทั่วอินเดีย
ทั้งนี้นักการตลาดเห็นว่าผลดีของการใช้กลยุทธ์ปากต่อปากคือผู้บริโภคหันมาใช้ สินค้าแบรนด์ที่ได้รับคำแนะนำจากแหล่ง ข้อมูลที่เชื่อถือได้ โดยอัลตรา มอเตอร์ส ระบุว่า สำหรับในเดลี ความพยายามของบริษัททำให้ข้อความจากปากต่อปากส่งไปถึงผู้บริหารรัฐ ซึ่งที่สุดแล้วได้ประกาศ อุดหนุนจักรยานยนต์ไฟฟ้าถึง 15% พร้อมยกเลิกภาษีมูลค่าเพิ่ม 12.5% สำหรับสินค้าประเภทนี้ ทำให้ท้ายสุดแล้วผู้บริโภคสามารถประหยัดเงินได้เกือบ 28%
ขณะเดียวกันกลยุทธ์ปากต่อปากยังช่วยเพิ่มอัตราการใช้สินค้าซ้ำของลูกค้าอีกมหาศาล อย่างเช่น การผลิตน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์เฉพาะของคาสตรอล ช่วยสร้างชื่อเสียงให้บริษัท อีกทั้งบริษัทยังสามารถขายสินค้าได้เพิ่ม ดูได้จาก 15% ของยอดขายน้ำมันหล่อลื่นรถมอเตอร์ไซค์ ที่มาจากช่างยนต์และงานเวิร์กช็อป
ท้ายสุดนักการตลาดเห็นพ้องกันว่า การจัดโครงการฝึกอบรม พัฒนาทักษะ และเพิ่มความรู้ เป็นสิ่งสำคัญที่จะสามารถพิชิตความมั่นใจจากผู้นำความคิด ผู้เป็นกระบอกเสียงของกลยุทธ์ "ปากต่อปาก" |