|
เปิดใจ "ประจวบ ตันตินนท์" กู๊ดบาย ทีทีแอนด์ที... |
|
|
|
|
พฤหัสบดี, 28 สิงหาคม 2008 |
สัมภาษณ์
ไม่มีปี่มีขลุ่ย แถมยังเปิดหมวกอำลาข้ามห้วยไปไกลจนนึกไม่ถึง สำหรับ "ประจวบ ตันตินนท์" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีทีแอนด์ที ที่จะสละเก้าอี้แม่ทัพบริษัทเอกชนในธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไทย ไปนั่งทำงานในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ในตำแหน่ง "ผู้อำนวยการ" โรงงานยาสูบ มีผล 1 ก.ย.2551 เป็นต้นไป
จังหวะเวลาเดียวกันเปี๊ยบกับ "ซีอีโอ" ดีแทค-ซิคเว่ เบรคเก้
พลันที่มีชื่อปรากฏเต็งจ๋ากับตำแหน่งใหม่
เสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าเป็นเด็กในคาถาของ "รมว.คลัง" หมอเลี้ยบ-สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ก็ดังกระหึ่มขึ้น ในเวลา ไล่เลี่ยกับที่ "ซีอีโอใหม่-พิชญ์ โพธารามิก" จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ถือหุ้นใหญ่ "ทีทีแอนด์ที" บอกว่า กำลังจะปรับโครงสร้างการบริหารงานภายในเร็วๆ นี้
"ประชาชาติธุรกิจ" ฉบับนี้มีโอกาส พูดคุยกับ "ประจวบ ตันตินนท์" มีรายละเอียดดังนี้
- ทำไมตัดสินใจสมัคร ผอ.โรงงานยาสูบ
ภรรยาเห็นประกาศรับสมัครใน น.ส.พ.นานแล้ว ก็ชี้ให้ดู เลยส่งใบสมัครไปกับเพื่อนหลายคน ก็คิดกันเล่นๆ ว่า ส่งไป 3-4 คนคงได้สักคน ส่งไปตั้งแต่ มี.ค.ก็เงียบหายไป 3 เดือนได้ คิดว่าไม่ผ่านแล้ว จู่ๆ ต้นเดือน มิ.ย.มีโทรศัพท์มาเรียกให้ไปแสดงวิสัยทัศน์
พอถามว่า มีคนผ่านกี่คน เขาบอกว่า ไปดูในเว็บไซต์ได้เลย ปรากฏว่ามีเกือบ 20 คน ผมเลยถามว่า ถ้าถอนตัวตอนนี้จะลบชื่อผมออกไหม เขาบอกเสียใจ ชื่อประกาศไปหมดแล้ว ถึงถอนตัวชื่อก็ไม่ลบออก เลยไม่มีทางเลือก
วันสัมภาษณ์ก็มีม็อบปิดโรงงาน เลยต้องเลื่อนไปอีก พอได้สัมภาษณ์จริง กรรมการถามว่า มีความรู้เรื่องยาสูบอะไรบ้าง ผมตอบไปตรงๆ เลยว่า ไม่รู้ครับ
วิสัยทัศน์ ก็ให้ลูกน้องเปิดเว็บไซต์ดูแล้วเขียนตามคอนเซ็ปต์ที่ผมบอก คนทำคือลูกน้องผม ก็บอกเขาไปตรงๆ
กรรมการบอกว่า รู้ไหมว่า คุณเป็น ผู้สมัครคนเดียวที่เป็นเบอร์ 1 จากที่อื่น นอกนั้นเป็นเบอร์ 2 มาสมัคร คุณสมบัติก็เป็นที่ต้องการมาก เพราะทำก่อสร้างมาเป็น 10 ปี เคยอยู่สยามวินเทค เจาะเสาเข็ม ทำเทคนิคระบบ รวมถึงระบบบ่อบำบัดน้ำเสียของ กทม.
กรรมการบอกว่า ต้องการย้ายโรงงาน ทำไม่สำเร็จสักที พยายามมา 5 ปีแล้ว และต้องการเปลี่ยนองค์กรให้สู้ต่างชาติได้ ทำธุรกิจใหม่ๆ คุณอยู่ในอุตสาหกรรมไอทีที่มีอินโนเวชั่นสูงมาก สนใจไหม ผมก็บอกว่า สนใจครับ แต่มีกรรมการบางคนดักคอว่า ที่นี่ไม่มีอะไรให้ทำนะ ไม่มีอะไรให้กินนะ ผมก็บอกว่า ผมมาทำงานปกติไม่ได้มากิน
- ไม่ได้สนใจเรื่องเงินเดือน
เขาก็ถาม ผมก็บอกเงินเดือนที่เคยได้ไป กรรมการเงียบไปเลย เขาบอกว่า ที่นี่จ่ายได้จริงๆ 2-4 แสนบาท จะมาไหม ผมก็บอกว่า ไม่มาครับ เพราะตอบคนอื่นไม่ได้ว่า ทิ้งเงินเดือนเท่าหนึ่งมาทำไม ถ้าไม่หากิน กรรมการก็อึ้ง แล้วบอกว่า โอเค กรรมการชุดนี้มีหน้าที่เลือกคนอย่างเดียว เรื่องเงินเดี๋ยวว่ากัน แล้วเงียบไปอีกเป็นเดือน
ได้ยินว่ามีคนวิ่งเยอะมาก เพื่อนเล่าให้มีว่าเป็น 10 ล้าน ยังบอกกับเพื่อนเลยว่า ถ้ามีคนมาวิ่งจะขอ 2 ล้าน รับรองรีบถอนตัวให้เลย (หัวเราะ)
อีกเดือน โทร.มาบอกว่า เหลือ 4 คน ให้มาแสดงวิสัยทัศน์อีกรอบ ผมถามว่า ใครคะแนนสูงสุด ก็บอก คุณไง
ช่วงนั้นมีคนติดต่อมาเยอะมาก ทั้งถามข่าวว่าจริงไหม มาบอกว่าจะวิ่งให้เอาไหม ผมก็ไม่อยากเป็นบุญคุณใคร เดี๋ยวมาทวงบุญคุณแล้วปฏิเสธไม่ได้ ทำใจยาก
- แล้วเรื่องค่าตอบแทน
ตอนไปสัมภาษณ์ กรรมการหลายคนถามว่า เอาจริงหรือเปล่า ผมก็บอกไปว่า ถ้าตั้งเรตเท่านี้ผมคงไม่ทำ กรรมการรีบเบรกว่า ถ้าปฏิเสธก็เลือกคนถัดไปเลยนะ ผมก็บอกไม่เป็นไร พูดกันตรงๆ
ตอนนั้นไปสัมภาษณ์ที่ โรงแรมแลนด์มาร์ค ผมงงว่า ทำไมไม่สัมภาษณ์ที่โรงงาน กรรมการบอกว่า มันอาถรรพ์ สัมภาษณ์ทีไรไม่ได้สักที ผอ.คนเก่าเกษียณไปตั้งแต่ปี 2549 พอประชุมบอร์ดเสร็จ มีการต่อรอง เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งนั้น ท่านบอกว่า สวัสดิการที่จะได้ก็มีบุหรี่รับรอง มีรถประจำ ตำแหน่ง แค่ 2 ล้าน แต่คุณรวยอยู่แล้วเอารถตัวเองมาใช้ได้ ที่นี่ไม่มีอะไรมาก บอร์ดใจดีทุกคน ประเมินผลงานทุก 6-7 เดือน
ถึงตอนนั้น ถ้าผมยังยืนยันว่า ต้องได้เท่าที่เคยได้ก็เหมือนกับทระนงตัว ถือดีเกินไป ผมเลยบอกตัวเลขไปจำนวนหนึ่ง บอกว่า คุยกับภรรยาได้แค่นี้
บอร์ดกลับไปประชุมอีกที แป๊บเดียวออกมาบอกว่า โอเค
- ตกลงได้ไปวิ่งกับ รมว.คลังหรือเปล่า
ไม่เคยรู้จักกันเลย แต่พอสัญญาจ้างเรียบร้อย ผู้ช่วยรัฐมนตรีก็โทร.มา บอกว่า หน่วยงานนี้ขอฝากให้ดูแล ขอให้ทำให้เจริญก้าวหน้า อะไรที่ผิด ไม่ถูก ไม่ต้องทำ อยากให้เดินหน้า เรื่องต่างๆ ยืดเยื้อมานาน รมว.คลังมีคำสั่งอนุมัติให้ว่าจ้างตั้งแต่ 25 ก.ค. ผมก็ชั่งใจอยู่ว่า จะเอาอย่างไร เพราะยังมีสิทธิไม่ไปก็ได้ จน 31 ก.ค.เป็นวันสุดท้ายที่จะเปลี่ยนใจได้ ก็ตกลงแจ้งประธานบอร์ดทีทีแอนด์ที และกรรมการทุกคน แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ลาออก
- กับการทำงานที่ทีทีแอนด์ทีเป็นอย่างไร
วันที่มารับตำแหน่งในทีทีแอนด์ที มีหนี้อยู่ 28,800 ล้านบาท ปี 2546 ตอนนี้เหลือ 18,800 ล้านบาท จ่ายเป็นเงินบ้าง หุ้นบ้าง
ตอนแรกมีแค่สัมปทานจาก ทศท.อย่างเดียว ทำมาหากินได้แค่นี้ ตอนนี้มีใบอนุญาตจาก กทช. 8 ใบ ทำธุรกิจได้หลากหลาย ข้อจำกัดหายไป ทำ VOIP ก็ได้
ปี 2546 รายได้จากธุรกิจดั้งเดิม 6 พันกว่าล้านบาท ปัจจุบันรายได้จากธุรกิจเดิมมีแค่ 4 พันล้าน จากธุรกิจใหม่ๆ 2 พันกว่าล้านบาท ฉะนั้นวันนี้ทีทีแอนด์ทียังไปได้
คดีที่มีกับทีโอทีก็ยังต้องสู้กันต่อไป ที่เราชนะ 2.3 หมื่นล้านบาท ยังไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไร คดีอื่นๆ จะฟ้องอาญาก็ว่ากันไป ฟ้องมาเราก็ฟ้องกลับ เป็นหน้าที่ของบอร์ดกับ ซีอีโอใหม่
ถ้าเราไม่มีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการลงทุนบรอดแบนด์ ไม่ขอไลเซนส์ กทช. ป่านนี้ ทีทีแอนด์ทีตายไปแล้ว ส่วนสถานะทางการเงินที่ขาดทุน ตอนนั้นเราลงทุนไป 6 หมื่นล้านบาท ตัดค่าเสื่อมอย่างไรก็แย่ แต่กระแสเงินสดไปได้
ปัญหาหนักๆ มีอันเดียว คือ เจ้าหนี้อยากให้คืนหนี้ทันทีในเดือนเดียว พอบอกทำไม่ได้ก็บังคับให้หาเงินมา เราไม่มีทางเลือกจึงต้องขอศาลคุ้มครองยื่นเรื่องขอฟื้นฟูกิจการ
- เจ้าหนี้บีบหนักมาก
สมัยก่อนที่คุยกับเจ้าหนี้ ปี 2541-42 กระแสเงินสดจ่ายได้ แต่พอมาปี 2550 เราบอกเจ้าหนี้ตั้งแต่ปี 2549 ว่า น่าจะมีปัญหา เพราะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากพันเป็น 2 พันล้านบาท เลยบอกว่า ขอหยุด อยากได้เงินส่วนนั้นมาลงทุนทำบรอดแบนด์แทน ขอขยับจ่ายหนี้อีก 3 ปี เราจะไปได้ดี
แต่เจ้าหนี้ตอนนี้ไม่ใช่เจ้าหนี้รายเก่า เป็นพวกกองทุนที่มาซื้อหนี้ ก็อยากได้เงินกลับเร็วๆ เพื่อทำกำไร พวกนี้เข้าเร็วออกเร็ว เป็นปัญหาที่เจรจาแล้วแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรเลยต้องขอศาลคุ้มครอง
เจ้าหนี้สถาบันการเงินไทยเข้าใจ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะสัดส่วนหนี้มีน้อย มี 30-40% เท่านั้น นี่เป็นปัญหาเดียวที่ต้องหาทางแก้ต่อไป
ส่วนตัวธุรกิจคิดว่าไปได้ดี มีบรอดแบนด์ แมกซ์เน็ตมีลูกค้ากว่า 3 แสนราย เดือนหนึ่งได้ 200 กว่าล้านบาท แต่ก่อนเกตเวย์ที่เป็นต้นทุนมหาศาลเราก็ลงทุนเอง ต้นทุนเหลือแค่ 1 ใน 3 ก็คืนกำไรให้ลูกค้า เรียกลูกค้าให้เข้ามามากๆ ก่อน
- ต่อไปโรงงานยาสูบจะทำธุรกิจโทรคมฯ ?
วิสัยทัศน์ต้องมีธุรกิจที่เกี่ยวกับไอทีแน่นอน แต่รูปแบบยังไม่แน่ใจว่าจะออกมาแบบไหน อาจนำโครงข่ายที่มีมาใช้
หลักๆ คือต้องแยกภาพลักษณ์ขององค์กรออกจากบุหรี่ให้ได้ ให้เป็นบริษัทที่ผลิตบุหรี่ที่มีคุณภาพสูง แต่พร้อมจะก้าวไปสู่ธุรกิจอื่นๆ ด้วย
วิสัยทัศน์เรื่องบุหรี่ของไทย คือต้องไม่ ส่งเสริมให้คนบริโภค ต้องพยายามลดให้เหลือศูนย์ แต่สุดท้ายยังมีคนสูบบุหรี่อยู่ ถ้าไปสูบบุหรี่นอก เราก็ขาดดุล นี่คือพันธกิจที่ได้รับมอบหมายมา ฉะนั้นต้องรักษาตลาดไทยไว้ไม่ให้คนอื่นเข้ามาขาย 15 ปีที่แล้ว บุหรี่ไทย 99% ตอนนี้ 70% บุหรี่นอก 30% เหมือนรายได้จากโทร.พื้นฐานกับมือถือ
ฉะนั้นต้องสร้างแบรนด์ให้ดี แยกแบรนด์ผลิตภัณฑ์ออกจากองค์กร ต่อไปผลิตสินค้าอื่นๆ นอกจากบุหรี่ก็ใช้แบรนด์องค์กรแทน แต่คนยังรู้ว่าสายฝนหรืออะไรก็ตาม thaitobacco คือผู้ขาย เหมือนเหล้าที่ห้ามโฆษณาแบรนด์เหล้า แต่โฆษณาแบรนด์องค์กรได้
ยังไงก็คงต้องมีธุรกิจเกี่ยวกับไอทีโทรคมนาคม เพราะยังพิศวาสอยู่ ยังมีความทรงจำที่ดี (หัวเราะ)
- แผนฟื้นฟูกิจการ การปรับโครงสร้างหนี้ของทีทีแอนด์ที
มอบนโยบายให้ซีเอฟโอไปดูแลแล้ว ตอนนี้เขาทำเต็มที่ ยังไม่ทราบรายละเอียด
- สัญญาจ้างในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงงานยาสูบจะมีผล ?
1 ก.ย.นี้ ทำงานวันแรก สัญญา 5 ปี |