|
เอเยนซี่...ปรับขบวน มุ่ง "ถ่ายเลือด-เพิ่มรายได้ " รับมือเทรนด์ตลาดเปลี่ยน |
|
|
|
|
อังคาร, 02 กันยายน 2008 |
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ส่งผลให้ธุรกิจ เอเยนซี่โฆษณาในฐานะที่ปรึกษาทางธุรกิจให้กับนักการตลาดและเจ้าของแบรนด์ ต้องเร่งปรับตัวครั้งใหญ่
"วิทวัส ชัยปาณี" ในฐานะนายกสมาคมโฆษณาฯ บอกว่า ธุรกิจโฆษณาทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง หลังจากที่ได้แยกส่วนงานด้านวางแผน และซื้อสื่อ เหลือเพียงหน่วยบริการลูกค้าและครีเอทีฟเท่านั้น
แถมระยะหลังบริษัทวางแผนและซื้อสื่อยังขยับตัวมาทำงานครีเอทีฟ รวมถึงงาน บีโลว์เดอะไลน์แข่งกับบริษัทโฆษณา
บวกกับภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ขณะนี้ยังเร่งให้การทำตลาดของนักการตลาดและเจ้าของแบรนด์ต่างๆ ต้องปรับทิศทางการทำการตลาดด้วยการปรับลดงบฯโฆษณาผ่านสื่อ ผลิตหนังโฆษณาลดลง หันไปพึ่งพากลยุทธ์การตลาดรูปแบบใหม่ๆ
สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้เอเยนซี่โฆษณา ที่ทำงานเป็นที่ปรึกษากลยุทธ์สื่อสารการตลาดต้องปรับตัวรับมือการสื่อสาร ยุคใหม่อย่างเร่งด่วน เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของ ผู้บริโภค
ขณะที่แหล่งข่าวในแวดวงโฆษณาอีกรายหนึ่งบอกว่า ในภาพความเป็นจริง ขณะนี้บริษัทโฆษณาทุกแห่งมีข้อจำกัดในเรื่องของการรับ "คน" เพิ่ม ปัญหาใหญ่ที่ตามมากับการปรับโครงสร้างองค์กรจึงเป็นเรื่องของการถ่ายเทคนเก่าออกและใส่ คนใหม่ที่มีมุมมองและแนวคิดใหม่ๆ รวมทั้งมีศักยภาพในการสร้างงาน สร้างรายได้เข้าไปแทนที่
โดยค่ายที่ถือว่าปรับตัวก่อนนั้นหนีไม่พ้นเอเยนซี่อินเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น Y&R, ครีเอทีฟ จูซจีวัน, ทีบีดับบลิวเอ, โลว์, โอกิลวี่ฯ, เจดับบลิวที ฯลฯ
"สรณ์ จงศรีจันทร์" ซีอีโอค่าย "Y&R" บอกว่า กลุ่มบริษัทได้ปรับแนวทางการทำงานมาเป็นระยะ ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาที่ได้เปิดเอเยนซี่ใหม่ "มันเดย์" พร้อมทั้งเปิดแผนกเอ็นเนอร์ยีรับปรึกษาด้านกลยุทธ์ การสร้างและสื่อสารแบรนด์
และทั้ง 2 ส่วนนี้ก็จะเป็นแรงสำคัญที่ให้กลุ่มบริษัทมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ในส่วนของ Y&R ก็ยังคงโฟกัสทำงานร่วมกับกลุ่มลูกค้าเดิมเป็นหลัก
ส่วน "ครีเอทีฟ จูซจีวัน" นั้น "วิทวัส" บอกว่า บริษัทได้ปรับทิศทางการดำเนินงานให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเปลี่ยนใน 3 ส่วนหลัก คือ เปลี่ยนแนวคิดและวิถีทางธุรกิจ เปลี่ยนโครงสร้างองค์กร พร้อมตั้งแผนก "มีเดียอาร์ต คอนซัลติ้ง" ขึ้นมาสำหรับเป็นหน่วยสร้างรายได้ใหม่ๆ และเปลี่ยนตัวผู้บริหารตามที่เป็นข่าวไปแล้ว
"ธรรมชาติของธุรกิจโฆษณานั้นต้องมีไดนามิกอยู่ตลอดเวลา และคนคือทรัพย์สินหลัก ดังนั้นเราต้องพัฒนาคนเพื่อตามทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปให้ได้ ที่สำคัญต้องพัฒนาให้แต่ละคนมีศักยภาพในการสร้างรายได้ได้มากกว่าเดิม คนที่ตามไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงก็ต้องไหลออกจากธุรกิจ"
ด้าน "ชัยประนิน วิสุทธิผล" ประธานบริหารค่าย "ทีบีดับบลิวเอ" บอกว่า บริษัทได้ปรับโครงสร้างการบริหารและคนไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพราะมองว่าหลายๆ ตัวแปรที่ถาโถมทำให้ เอเยนซี่โฆษณาจะอยู่อย่างเดิมๆ อีกต่อไปไม่ได้แล้ว
และยิ่งมีภาวะเศรษฐกิจเป็นตัวเร่ง ยิ่งทำให้บริษัทเอเยนซีต้องหันมาโฟกัสเรื่องคุณภาพของ "คน" อย่างเต็มที่
"ทุกบริษัทมีประสบการณ์เมื่อครั้งวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 ก็จะรู้ว่าภาวะแบบนี้จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้องค์กรอยู่รอดและสร้างอัตราการเติบโตได้"
สำหรับค่าย "เจดับบลิวที" นั้นก็ยังอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างองค์กรและแนวทางการดำเนินงานเช่นกัน โดยแหล่งข่าวระดับสูงรายหนึ่งบอกว่า ที่ผ่านมาองค์กรก็มีการปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาเช่นกัน และ เร็วๆ นี้ยังมีแผนปรับอีกระลอกใหญ่ใน ส่วนงานทางด้านบีโลว์เดอะไลน์ให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น เพราะมองว่างานในส่วนโฆษณานั้นแนวโน้มปรับตัวลดลง
นอกจากนี้ยังมีบริษัทโฆษณาอีกหลายแห่งที่อยู่ระหว่างการปรับตัวเพื่อสร้าง การเติบโตของบริษัท อาทิ ค่ายแมคแคน ที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูงานด้านที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ ค่ายโลว์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนางานทางด้านแอ็กทิเวชั่น
และค่าย "โอกิลวี่ฯ" ที่มีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารด้วยการแต่งตั้ง 2 ผู้บริหารใหม่ "ทิม ไอแซ็ค" และ "พอล ฮีธ" ขับเคลื่อนเอเยนซี่ทั่วภูมิภาค พร้มกับยุบแผนกรีเสิร์ซซึ่งคาดว่าองค์กรแห่งนี้จะปรับตัวครั้งใหญ่อีกระลอก
การปรับตัวของเอเยนซี่ยักษ์ใหญ่ในช่วงนี้ ล้วนพุ่งเป้าสู่ความเป็นที่ปรึกษากลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียงบฯ และทำให้ผู้บริโภคสามารถจดจำและจับต้อง แบรนด์นั้นๆ ได้มากยิ่งขึ้น
ที่สำคัญยังเป็นแนวทางหลักที่จะทำให้บริษัทเอเยนซี่โฆษณาชั้นนำยังมีศักยภาพ ในการสร้างรายได้และทำกำไรได้ แม้ว่าจะไม่รุ่งเรืองเหมือนแต่ก่อนก็ตาม... |