"เว็บบราวซิ่ง" หรือประตูสู่อินเทอร์เน็ตเริ่มร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อยักษ์ใหญ่แห่งวงการเสิร์ชอย่างกูเกิล เปิดตัว "Google Chrome" บราวเซอร์แบบโอเพ่นซอร์สใหม่ล่าสุดเขย่าโลกอินเทอร์เน็ต เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา
ส่งผลให้สื่อทุกสำนักต่างจับตาการลงสนามบราวเซอร์ของกูเกิลครั้งนี้ว่า เป็นการท้าชน "Internet Explorer"(IE) ของค่ายไมโครซอฟท์เข้าอย่างจัง ผู้ครองตำแหน่งเจ้าตลาดบราวเซอร์มาเกือบทศวรรษ ด้วยส่วนแบ่งตลาดกว่า 73% ของผู้ใข้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลก
กูเกิลใช้เวลาพัฒนา "Google Chrome" กว่า 2 ปี และเปิดตัวพร้อมกันถึง 43 ภาษารวมทั้งภาษาไทย สามารถใช้ได้บนระบบปฏิบัติการของ Windows, Mac และ Linux โดยพัฒนาบนพื้นฐานระบบโอเพ่นซอร์ซ จึงทำให้นักพัฒนาคนอื่นๆ สามารถเข้ามาพัฒนา Google Chrome ต่อยอดได้ด้วย
จุดเด่นของ Google Chrome ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายทั้งในด้านการค้นหา และท่องไปยังหน้าเว็บต่างๆ เพื่อค้นหาข้อมูลตามที่ผู้ใช้ต้องการ รวมทั้งความเสถียรและความปลอดภัย ฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือการรวมช่องสำหรับการค้นหาและพิมพ์ที่อยู่หน้าเว็บไว้ในช่องเดียวกัน ผู้ใช้งานจะสามารถเลือกได้ว่าจะเข้าสู่หน้าเว็บเพจนั้น หรือจะใช้บริการเสิร์ชของกูเกิล
และเมื่อผู้ใช้เปิดแท็บ (Tab) ของหน้าเว็บใหม่ใน Google Chrome จะเห็นหน้าแสดงภาพขนาดย่อของเว็บไซต์ที่เยี่ยมชมบ่อยๆ รายการค้นหาข้อมูลล่าสุดพร้อมด้วยบุ๊กมาร์คของเว็บไซต์ที่โปรดปราน (bookmark) ทำให้สามารถท่องเว็บได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้แต่ละแท็บเว็บบนบราวเซอร์จะแยกกันทำงานโดยอิสระ ซึ่งหากแท็บหนึ่งเกิดปัญหาก็จะไม่กระทบต่อการทำงานของแท็บอื่น ผู้ใช้สามารถทำงานต่อได้โดยไม่จำเป็นต้องปิดและเปิด Google Chrome ใหม่
"แลร์ลี่ เพจ" หนึ่งในผู้ก่อตั้งกูเกิล กล่าวในวันเปิดตัว Google Chrome ว่า " พวกเราต้องการให้มีผู้ใช้งานเสิร์ชของกูเกิลมากขึ้น ซึ่งหากบราวเซอร์สามารถทำงานได้ดี ผู้ใช้เหล่านั้นจะหันมาใช้เสิร์ชมากขึ้นตามไปด้วย"
ขณะที่มีบทวิเคราะห์ถึงความเคลื่อนไหวในตลาดบราวเซอร์ครั้งนี้ เช่น สำนักข่าวเอพีอ้างถึง"เบรนท์ วิลเลี่ยมส์" นักวิเคราะห์จากบริษัทเบรนช์มาร์ค อธิบายว่าการส่ง Google Chrome ลงตลาดนับเป็นความท้าทายใหม่ของไมโครซอฟท์อย่างมากทั้งในเรื่องของกลยุทธ์จนไปถึงสินค้าหลักๆ และโมเดลทางธุรกิจด้วย
แม้ว่าปัจจุบัน IE ยังมีความได้เปรียบกว่า Chrome และเว็บบราวเซอร์ตัวอื่นๆ เพราะจะถูกติดตั้งมาพร้อมกับฮาร์ดไดรฟ์บนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์ วินโดวส์อยู่แล้ว ส่วนการใช้งานของ Chrome จะต้องดาวโหลดผ่านอินเทอร์เน็ต
อย่างไรก็ตาม กูเกิลมีแผนที่จะเดินหน้าดีลกับผู้ผลิตพีซียักษ์ใหญ่ค่ายต่างๆ เพื่อบรรจุ Chrome ไว้บนคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆ แม้ว่าการกระทำดังกล่าวอาจทำให้ค่าใช้จ่ายของกูเกิลเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลก็ตาม แต่ทางกูเกิลมองว่า คุ้มค่าในการลงทุนหาก Chrome ทำให้คนเข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้น
ด้านรอยเตอร์อ้างถึงนักวิเคราะห์หลายฝ่ายที่มองว่า Chrome เป็นเสมือนเกราะป้องกันตัวของกูเกิล หลังจากไมโครซอฟท์ส่ง IE8 ลงสู่ตลาดเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะหัวใจหลักของธุรกิจกูเกิล คือ ระบบเสิร์ชและโฆษณาออนไลน์ ซึ่งล้วนแต่ต้องอาศัยบราวเซอร์เป็นหลัก
"เกรก สเตอริ่ง" นักวิเคราะห์ด้านเว็บจาก จาก Sterling Market Intelligence กล่าวว่า เหยื่อจากสงครามครั้งนี้อาจจะเป็น Firefox จากค่าย Mozilla ซึ่งครองส่วนแบ่งในตลาดเกือบ 20% เพราะผู้ใช้งาน Firefox ส่วนใหญ่ คือ กลุ่มผู้ชื่อชอบของใหม่ และมีแนวโน้มเปลี่ยนใจง่าย หรือชอบลองอะไรใหม่ๆ ทำให้สาวก Firefox อาจเปลี่ยนใจมาลองใช้ Chrome
อย่างไรก็ตาม "เซอร์จีย บริน" ผู้ก่อตั้งกูเกิลกล่าวว่า กูเกิลมีแผนที่จะทำงานใกล้ชิดกับ Mozilla อย่างต่อเนื่อง เพราะกูเกิลมีความสัมพันธ์ที่ดีและเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนทางการเงินรายใหญ่ให้แก่ Mozilla ดังนั้น เวอร์ชั่นใหม่ของ Chrome และ Firefox ในอนาคตอาจจะรวมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น
ขณะที่เอเอฟพีกล่าวถึงนาย "เฮนรี่ลัดเจ็ด" นักวิเคราะห์จากซิลิกอน วัลเลย์ อินไซเดอร์ ซึ่งประเมินว่า กูเกิลกำลังพยายามที่จะดึงคนให้มาใช้เสิร์ชและแอปพลิเคชั่นอื่นๆ ของกูเกิลมากขึ้น เพื่อทิ้งห่างจากไมโครซอฟท์
"ถ้าหากคุณคิดว่า Chrome เป็นเป็นเพียงเว็บบราวเซอร์อีกอันหนึ่ง ถือว่าคุณกำลังมองผิดทีเดียว เพราะในอีก 2-3 ปีต่อจากนี้ คุณอาจไม่จำเป็นต้องโหลดบราวเซอร์กูเกิลจากอินเทอร์เน็ต แต่จะต้องโหลดซอฟต์แวร์กูเกิลแทน หรืออาจสามารถคลิกที่ไอคอนของกูเกิลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ตั้งแต่ตอนซื้อมา หรืออาจจะมีระบบกูเกิลที่เหมือนวินโดวส์ในปัจจุบันก็ได้" เฮนรี่กล่าว
ขณะที่เว็บ CNNmoney รายงานถึงคำพูดของนาย "จอร์จ เอ็คคิว" นักวิเคราะห์จากบริษัท Stifel Nicolaus ว่า ขณะนี้ไมโครซอฟท์กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาเว็บบราวเซอร์รุ่นใหม่ที่จะรวบรวมหน้าที่การทำงานอื่นๆ เช่น จาก LiveSearch เข้าไว้ด้วยกัน และอาจมีการบล็อกโปรแกรมการลงโฆษณาตามคีย์เวิร์ดของกูเกิล ทำให้กูเกิลต้องหากลวิธีป้องกันล่วงหน้าโดยปล่อย Chrome ลงตลาด
นอกจากนี้ นัยของการส่ง Chrome ลงตลาดครั้งนี้คือการเข้าสู่ตลาดมือถือของกูเกิลที่กำลังพัฒนาระบบปฏิบัติการ "แอนดรอย์" ซึ่งกูเกิลต้องการจับตลาดโมบายอินเทอร์เน็ตที่กำลังร้อนแรงในปัจจุบันผ่านการใช้เว็บบราวเซอร์ของตน เพื่อเข้ามาขยายฐานการใช้เสิร์ชเอ็นจิ้นและโฆษณาออนไลน์ของกูเกิลในอนาคต
แต่ทั้งนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า บราวเซอร์บนมือถือจะใช่ Chrome หรือไม่