|
3 จี (คลื่นเดิม) มาแล้ว... เกมใหม่ยักษ์มือถือบนถนนไฮสปีดเน็ต |
|
|
|
|
พฤหัสบดี, 04 กันยายน 2008 |
แม้สารพัดปัจจัยลบที่พัดกระหน่ำเข้าใส่ภาคธุรกิจในขณะนี้จะไม่ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนใหม่สักเท่าไร แต่กับธุรกิจโทรศัพท์มือถืออาจแตกต่างออกไป
บรรดายักษ์มือถือทุกรายยังมีแผนสำหรับการลงทุนบริการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนอัพเกรดโครงข่ายเดิมเทคโนโลยี HSPA (high speed pakage access) บนคลื่นความถี่เดิม (900 และ 850 MHz) ท่ามกลางความ อึมครึมของสถานการณ์บ้านเมือง ความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่างชาติ และอารมณ์จับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคที่ไม่สู้ดีนัก
ยักษ์มือถือ "เอไอเอส" ปักธงชิงความเป็นผู้นำในการเปิดบริการก่อนใคร ด้วย "3 GSM ADVANCE" เมื่อเดือน เม.ย.2551 ที่ผ่านมา ที่เชียงใหม่
โดยติดตั้งสถานีฐานเพื่อให้บริการในพื้นที่จำกัดมาก (30 สถานีฐาน) และมีลูกค้าไม่กี่ร้อยรายเท่านั้น
นั่นเป็นแค่ (ครึ่ง) ก้าวแรก
ว่ากันว่า จากนี้ไปต่างหากเป็นของจริง (?)
หลังค่ายมือถือได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ให้นำเข้าอุปกรณ์มาปรับปรุงโครงข่ายเดิมได้แล้วเรียบร้อยตั้งแต่กลางเดือน ส.ค.2551 ที่ผ่านมา
"กทช." ระบุว่า ได้อนุญาตให้ทั้ง บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม ปรับปรุงโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยเทคโนโลยี HSPA
แบ่งเป็นของ "ดีแทค" ในย่านความถี่ 800 MHz ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต 59 สถานี ชลบุรี 156 สถานี กรุงเทพมหานครและ ปริมณฑล 1,005 สถานี รวมทั้งสิ้น 1,220 สถานี โดยใช้ความถี่วิทยุ 839.0 ถึง 849.0 MHz คู่กับ 884.0 ถึง 894.0 MHz ความกว้างแถบความถี่ 5 MHz
"ทรูมูฟ" ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 543 สถานี จังหวัดเชียงใหม่ 22 สถานี จังหวัดชลบุรี 42 สถานี ภูเก็ต 35 สถานี และมหาสารคาม 14 สถานี รวมทั้งหมด 656 สถานี ใช้ความถี่วิทยุ 834.2 ถึง 839.0 MHz คู่กับ 879.2 ถึง 884.0 MHz ความกว้างแถวความถี่ 4.8 MHz
กับ "เอไอเอส" เป็นระบบจีเอสเอ็ม 900 MHz เพิ่มเติมในเขตพื้นที่ 9 จังหวัด (ติดตั้งในเชียงใหม่ไปก่อนแล้ว 30 แห่ง) จำนวน 400 สถานีฐาน ได้แก่ กรุงเทพฯ 98 แห่ง เชียงราย 47 แห่ง ขอนแก่น 25 แห่ง ประจวบคีรีขันธ์ 7 แห่ง สงขลา 10 แห่ง นครราชสีมา 30 แห่ง ชลบุรี 29 แห่ง ภูเก็ต 36 แห่ง เชียงใหม่ 118 แห่ง ใช้ความถี่วิทยุ 897.5-915.0 MHz และ 942.5-960.0 MHz ความกว้างแถบความถี่ 5 MHz
มองกันแค่ชอตสั้นๆ "เอไอเอส" มีความพร้อมมากที่สุด เพราะเริ่มไปก่อนแล้ว ถ้าไม่คิดถึงแถบความถี่ที่มีจำกัดจำเขี่ยกว่า คู่แข่งบางราย
ถัดมาเป็น "ดีแทค"
"ต้องถือว่าเสียเปรียบ เพราะตามหลังคู่แข่งถึง 6 เดือน เราเพิ่งได้รับอนุญาตให้นำเข้าอุปกรณ์มาติดตั้งได้ ขณะที่เอไอเอสเริ่มทำที่เชียงใหม่ไปแล้ว จากนี้ไปเราคงเร่งมือเต็มที่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังช้ากว่าอยู่ดี" อมฤต ศุขะวณิช ผู้อำนวยการกลุ่ม Next ดีแทค กล่าว และว่า
ไหนๆ ก็ช้ากว่า ถ้าจะเปิดทั้งทีต้องพร้อมจริงๆ
"ถ้าเราจะเปิดพื้นที่การใช้งานต้องครอบคลุม และมีความพร้อมเพียงพอ คงไม่มองแค่
พี.อาร์.เหมือนรายอื่น เพราะไม่อยากให้ลูกค้าเสียความรู้สึก" อมฤตย้ำ
บริการ 3 G บนคลื่นเดิมของ "ดีแทค" อย่างเร็วที่สุดคงได้เห็นต้นปีหน้า (2552) แต่ถ้าให้ดีจริงๆ น่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปี หลังได้รับอนุญาตจาก "กทช." แล้ว
กรณี "ทรูมูฟ" ยังไม่มีอะไรคืบหน้ามากไปกว่าข้อมูลที่แจ้งต่อ "กทช." ว่า ใช้เงินลงทุนในเบื้องต้นประมาณ 1,990 ล้านบาท แต่รูปแบบการดำเนินการจะแตกต่างจาก "เอไอเอส และดีแทค" ตรงเป็นการเช่าใช้โครงข่ายจาก บมจ.กสท โทรคมนาคม และทำตลาดในลักษณะโคแบรนดิ้ง
อีกไฮไลต์สำคัญในช่วงปลายปีในสมรภูมิธุรกิจโทรศัพท์มือถือ น่าจะมีบริการ 3 จี บนคลื่นเดิมรวมอยู่ด้วย
โดยมี "เอไอเอส" นำทีม
คุณสมบัติที่เห็นชัดที่สุดของเทคโนโลยี HSPA คือ ความเร็วในการรับส่งข้อมูล ในทางทฤษฎีสูงกว่าจีพีอาร์เอส และเอดจ์ในปัจจุบันกว่า 45 เท่า !!!
เรียกว่า ความเร็วแข่งกับอินเทอร์เน็ต บรอดแบนด์แบบมีสายได้สบายมาก
อย่างไรก็ตาม ขนาดตลาดอาจไม่ได้ใหญ่โตหวือหวามากนัก "สรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล" chief marketing officer ของ "เอไอเอส" มองว่า แม้จำนวนคนใช้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ในบ้านเราจะยังมีน้อยอยู่มาก แต่เชื่อว่าโดยรวมแล้วตลาดไม่น่าเกิน 5 ล้านราย
"3 จี-HSPA" มีความสำคัญอย่างไรต่อ "โอเปอเรเตอร์" เดิม
ในมุมของ "ดีแทค-อมฤต" บอกว่า ถือเป็นแหล่งรายใหม่ของโอเปอเรเตอร์ จากที่ผ่านมาแข่งกันที่บริการด้านเสียง (วอยซ์) มาตลอด ซึ่งช่วงปีสองปีมานี้ แม้ตลาดจะยังมีการเติบโต แต่ก็ไม่หวือหวาอีกแล้ว
"การเติบโตแบบก้าวกระโดดจะเกิดกับบรอดแบนด์ไร้สาย ผมเชื่อว่าโอกาสทางธุรกิจมี แต่จะมากขนาดไหนคงต้องดูชอตต่อไป คนใช้บรอดแบนด์ในบ้านเราวันนี้มีเพียง 2% เท่านั้น" อมฤตทิ้งท้าย
ถึงจะประกาศเดินหน้าเต็มตัวกับ "3 จี" บนโครงข่าย และความถี่เดิมๆ
ไม่ได้หมายความว่า ยักษ์มือถือทั้งหลายจะไม่สนอกสนใจความถี่ 2100 MHz ของ กทช. ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำหลักเกณฑ์การจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 G
โดยเฉพาะกับ "เอไอเอส และ ทรูมูฟ"
ด้วยว่า ทั้งคู่มีแถบความถี่น้อยกว่า "ดีแทค" มาก
กรณี "ทรูมูฟ" ก็อย่างที่เห็น ถ้าไม่ได้ "ดีแทค-กสทฯ" ขยับ และแบ่งคลื่นมาหาให้ก็ต้องร้องเพลงรอประมูลคลื่น "2.1 GHz" อย่างเดียว หากจะทำ 3 จี กับเขาบ้าง
ฟาก "เอไอเอส" ถึงจะนำร่องไปก่อนก็เป็นการดึงคลื่น 900 MHz ที่ใช้อยู่เดิมแบ่งมาใช้ใหม่ ในทางเทคนิคแม้จะทำได้ แต่ไม่ง่ายนัก
เหนือสิ่งอื่นใด ถ้ามัวรอ "2.1 GHz ของ "กทช." คงไม่ทันการ
มีช่องทางไหนทำไปก่อนได้ อย่าช้าดีกว่า
ถ้าวันข้างหน้า มองเห็นลู่ทางลงสนามชิงชัยคลื่นใหม่ได้ค่อยว่ากันใหม่... |