Performancing Metrics

เว็บการตลาดยอดนิยม : WiseKnow.Com - "อินเทล"เดินเกมรุกขยายฐานลูกค้า ผนึกกูเกิล-ททท.ปูพรมบุกโรงแรม-รีสอร์ตทั่วปท.
"อินเทล"เดินเกมรุกขยายฐานลูกค้า ผนึกกูเกิล-ททท.ปูพรมบุกโรงแรม-รีสอร์ตทั่วปท. PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 2
แย่มากดีมาก 
พฤหัสบดี, 11 กันยายน 2008
"อินเทล"เดินเกมรุกขยายฐานลูกค้า ผนึกกูเกิล-ททท.ปูพรมบุกโรงแรม-รีสอร์ตทั่วปท.

"อินเทล" ปรับกลยุทธ์เดินเกมรุก ทำโปรแกรมการตลาดหนุนผู้ประกอบการพีซีโลคอลแบรนด์แบบเต็มกำลัง ออกโรงเจรจาพันธมิตร "ททท.-กูเกิล" ขยายเซ็กเมนต์ใหม่เจาะธุรกิจท่องเที่ยว ประเดิมวางแผนนำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชั่น "อินเตอร์เน็ตคาเฟ่" บุกโรงแรม-รีสอร์ตกว่าหมื่นแห่งทั่วประเทศ ยอมรับปัจจัยการเมืองกระทบอุตสาหกรรมไอที จับตาไตรมาส 4 ตลาดเติบโตลดลง 10-15% เล็งทบทวนเป้าที่ตั้งไว้


นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทจะเน้นตลาด เอสเอ็มอีมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่ปัจจุบันมีการจดทะเบียนประมาณ 30,000 ร้าน แต่ถ้ารวมร้านที่ไม่จดทะเบียนก็ประมาณ 50,000 ร้าน โดยที่อินเทลจะมีการนำเสนอโซลูชั่นเทคโนโลยี และกิจการเพื่อสนับสนุนการทำตลาดของ ผู้ประกอบการพีซีโลคอลแบรนด์ ให้สามารถทำตลาดได้ง่ายขึ้น

โดยล่าสุด อินเทลได้จัดงาน iCafe Summit แนะนำไอแพท เวอร์ชั่น 4.0 ซอฟต์แวร์โซลูชั่นด้านบริหารจัดการการทำงานของฮาร์ดแวร์ การติดตั้งเครื่องและอัพเกรดเครื่อง สำหรับร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ซึ่งเทคโนโลยีใหม่นี้จะรองรับเฉพาะเมนบอร์ดของอินเทลเท่านั้น พร้อมกันนี้จะจัดโรดโชว์โซลูชั่นให้กับร้านอินเทอร์เน็ตตามจังหวัดหัวเมืองใหญ่ เพื่อเป็นการเสริมจุดขายให้กับผู้ประกอบการพีซีโลคอลแบรนด์ที่ใช้ชิปอินเทล

นายเอกรัศมิ์กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาการเมืองในประเทศไทย มีผลกระทบต่อธุรกิจโดยรวมแน่นอน คาดว่าจะส่งผลให้ภาพรวมของตลาดไอทีมีอัตราการเติบโตลดลง 10-15% ไตรมาส 4 จะเริ่มเห็นผลเช่นยอดขยายสินค้าไอทีจะลดลง โดยเฉพาะตลาดคอร์ปอเรตและเอสเอ็มอีจะเห็นชัด เพราะทุกอย่างมีผลกระทบเกี่ยวเนื่องกันเป็นลูกโซ่ตั้งแต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การส่งออก อสังหาริมทรัพย์ ทำให้ตลาดคอร์ปอเรต เอสเอ็มอี อาจมีการชะลอการจับจ่ายเพราะผู้ประกอบการขาดความ เชื่อมั่น

ขณะที่ตลาดคอนซูเมอร์ เชื่อว่าการเมืองจะทำให้คนหยุดซื้อของแต่จะได้รับผล กระทบเป็นช่วงเวลาสั้นๆ วูบวาบตามสถานการณ์ และจากสถานการณ์ดังกล่าว อาจทำให้อินเทลต้องมีการมาทบทวนเป้าหมายที่ตั้งไว้ อย่างไรก็ตามคงต้องรอดูงานคอมมาร์ตที่จะจัดในช่วงกลางเดือน พ.ย.นี้ เพราะจะเป็นงานที่สะท้อนภาพรวมของตลาดได้อย่างชัดเจน

ด้านนายสนธิญา หนูจีนเส้ง ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัทอินเทลฯกล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในการขยายฐาน ลูกค้าเอสเอ็มอีของอินเทล นอกจากการโฟกัสกลุ่มร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ซึ่งถือเป็น เซ็กเมนต์ที่มีสัดส่วนขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีของอินเทลแล้ว บริษัทมีแผนที่ขยายตลาดเอสเอ็มอีในเซ็กเมนต์อื่นๆ และที่ให้ความสนใจขณะนี้ก็คือธุรกิจท่องเที่ยว ในกลุ่มโรงแรมรีสอร์ตขนาดเล็กที่มีห้องต่ำกว่า 100 ห้อง ซึ่งมีกว่าหมื่นแห่งทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่มีบริการอินเทอร์เน็ตแก่ผู้มาพัก ทั้งรูปแบบเป็นคอร์เนอร์ในล็อบบี้ หรือในห้องพัก

"อินเทลมีแผนที่จะพัฒนาโปรแกรมบางอย่างเพื่อสนับสนุนให้มีการลงทุนอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ในโรงแรมมากขึ้น โดยจะร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ในจังหวัดต่างๆ เพื่อ เสนอโซลูชั่นอินเทอร์เน็ตที่เหมาะสม เช่นมีซอฟต์แวร์ที่ช่วยบริหารจัดการ ระบบบิลลิ่ง เพื่อช่วยให้สามารถวิเคราะห์การลงทุนติดตั้งอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ให้กับโรงแรมรีสอร์ตเหล่านี้ได้"

โดยในส่วนของฮาร์ดแวร์ก็จะเป็นการร่วมมือกับโลคอลแบรนด์ในท้องถิ่น เพราะสามารถช่วยดูแลเรื่องบริการหลังการขายได้ดีกว่า คาดว่าอีก 1-2 เดือนจากนี้จะสามารถเปิดตัวโปรแกรมดังกล่าวได้

นายสนธิญากล่าวว่า เบื้องต้นได้มีการหารือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อขอความร่วมมือด้านการบริหารจัดการ ประชาสัมพันธ์ และการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า เพราะ ททท.จะมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับโรงแรมต่างๆ รวมทั้งยังได้มีการพูดคุยกับ กูเกิล ที่ดูแลตลาดในอินโดจีน เพื่อสนับสนุนให้เว็บไซต์โรงแรมหรือรีสอร์ตที่เข้าร่วมโครงการกับอินเทลปรากฏอยู่บนเว็บเพจของกูเกิลได้เป็นลำดับต้นๆ เมื่อลูกค้าทำการค้นหาข้อมูล (เสิร์ช) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ กูเกิลด้วยว่าจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน

"เป้าหมายของอินเทล คือการช่วยหาธุรกิจใหม่ๆ ให้คู่ค้ากลุ่มพีซีโลคอลแบรนด์ เมื่อคู่ค้าขยายธุรกิจได้ อินเทลขายของได้ตามไปด้วยเพราะใช้ชิปเรา และสร้าง รายได้ให้กับชุมชนในท้องถิ่นมากขึ้นด้วย"

นายสนธิญาอธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า การที่อินเทลเข้ามาโฟกัสตลาดในแต่ละเซ็กเมนต์ เพราะที่ผ่านมาอินเทลมองตลาดกลุ่ม เอสเอ็มอีเป็นภาพใหญ่ ทำให้ไม่สามารถหาโซลูชั่น หรือพัฒนาสินค้าได้ตรงใจหรือตรงสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้ จึงไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ดังนั้นจึงเปลี่ยนวิธีหันมาโฟกัสตลาดในแต่ละเซ็กเมนต์แทน

ขณะที่ภาพรวมตลาดเครื่องประกอบ (ดีไอวาย) พบว่าที่ผ่านมาตลาดดีขึ้น เพราะการแข่งขันราคาในตลาดโน้ตบุ๊กสูงมาก ทำให้ผู้ค้าเหลือกำไร 200-300 บาทต่อเครื่อง บางส่วนจึงหันมาทำตลาดพีซีประกอบ คู่กับขายอินเตอร์แบรนด์ ซึ่งมีมาร์จิ้นมากกว่าโน้ตบุ๊กเฉลี่ยเครื่องละ 1,500 บาท โดยปัจจุบันตลาดพีซีอินเตอร์แบรนด์มีสัดส่วน 60% และเครื่องประกอบ 40%
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

ค้นหาทุกข่าวใน WiseKnow

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

 Donate

Login

Workflows

เลือกฟีดข่าวที่ต้องการ

เมนูหลัก

Home
News
Section
Blog
Gallery
Links
News Feeds
Contact Us