เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา สตีฟ จ็อบส์ แห่งแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ ได้เปิดตัวไอพอดนาโนรุ่นใหม่ เป็นรุ่นที่บางเฉียบกว่ารุ่นก่อนๆ แต่การเปิดตัวสินค้าเก่าเล่าใหม่ในครั้งนี้ไม่สามารถสร้างความตื่นตะลึงให้แก่ตลาดได้ ทำให้หุ้นของแอปเปิ้ลร่วงลงมากกว่า 4% ทันทีหลังการแถลงข่าวจบ
ความผิดหวังของบรรดานักวิเคราะห์ สืบเนื่องมาจากการเปิดประเด็นฮือฮาของแอปเปิ้ลเมื่อสัปดาห์ก่อน เมื่อแอปเปิ้ลเทียบเชิญนักข่าวเข้าร่วมงานแถลงข่าวที่เกี่ยวกับดนตรีและเพลง ทำให้นักวิเคราะห์คาดหวังกันไปต่างๆนานา ว่าอาจมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ๆแกะกล่อง

รอยเตอร์รายงานว่า จ็อบส์ปรากฏตัวในยูนิฟอร์มประจำตำแหน่ง ซึ่งก็คือเสื้อยืดแขนยาวสีดำ สอดชายเสื้อเข้าในกางเกงยีนส์ รูปร่างผอมเพรียวแต่ก็ดูร่าเริง บนหน้าจอสกรีนที่อยู่เบื้องหลังปรากฏคำว่า “ข่าวเกี่ยวกับการตายของผมเป็นการพูดที่เกินจริง”
สตีฟ จ็อบส์ เปิดตัวไอพอดนาโนรูปร่างโค้งมนทำด้วยอะลูมิเนียมและแก้ว ด้วยราคา 149 เหรียญสหรัฐฯ สำหรับขนาดความจุ 8 กิกะไบต์ ราคาต่ำกว่ารุ่นก่อน 50 เหรียญสหรัฐฯ ส่วนขนาดความจุ 16 กิกะไบต์
เล่นเพลงได้ยาวต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ดูวีดิโอได้ ติดต่อกัน 4 เรื่อง ขายราคาเครื่องละ 199 เหรียญ สหรัฐฯ
นอกจากนั้นยังได้ เปิดตัวไอพอด ทัช ที่ มีความจุ 8 กิกะไบต์ และรุ่นไฮเอนด์ขนาดความจุ 32 กิกะไบต์ ที่ราคา 399 เหรียญสหรัฐฯ
รอยเตอร์รายงานว่า ไอพอด ของแอปเปิ้ลถือเป็นเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลที่ขายดิบขายดี ครองส่วนแบ่งตลาดเบอร์ 1 ในสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ไตรมาสติดต่อกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงใกล้เทศกาล
แต่ถึงกระนั้น แอปเปิ้ลก็อาจหนีไม่พ้นกระแสการใช้จ่ายของผู้บริโภค ที่ปรับตัวลดลงจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา ขณะที่จ็อบส์ยังมองโลกในแง่ดี “ผมไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ จึงไม่อาจรู้ได้ว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นหรือเลวลง แต่เชื่อว่าแอปเปิ้ลยังจะไปได้เรื่อยๆ”

สอดคล้องกับความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ ซึ่งระบุว่า สินค้าเก่าภายใต้ข้อเสนอใหม่ของแอปเปิ้ลที่เปิดตัวไป จะเป็นตัวเสริมให้ผลประกอบการในไตรมาส 4 แข็งแกร่งต่อเนื่องได้ เพราะนั่นทำให้แอปเปิ้ลมีสินค้าครอบคลุมทุก กลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
นักวิเคราะห์ยังให้น้ำหนักความเสี่ยงของบริษัทต่ออาการเจ็บป่วยของสตีฟ จ็อบส์ จากร่างกายที่ผ่ายผอมลง เนื่องจากหลายคนเห็นว่าความสำเร็จของบริษัทขึ้นอยู่กับตัวสตีฟ จ็อบส์ เป็นสำคัญ
ทั้งนี้ เมื่อปี 2004 จ็อบส์ ในวัย 53 ปี เอาชนะความเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งสำเร็จ หลังผ่านการผ่าตัดครั้งใหญ่มาแล้ว