Performancing Metrics

เว็บการตลาดยอดนิยม : WiseKnow.Com - เร่งแก้เกณฑ์"โอนใบอนุญาตใช้คลื่น" ที่ปรึกษากฎหมายชี้กทช.ออกประกาศเกินอำนาจ
เร่งแก้เกณฑ์"โอนใบอนุญาตใช้คลื่น" ที่ปรึกษากฎหมายชี้กทช.ออกประกาศเกินอำนาจ PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 2
แย่มากดีมาก 
จันทร์, 15 กันยายน 2008
เร่งแก้เกณฑ์"โอนใบอนุญาตใช้คลื่น" ที่ปรึกษากฎหมายชี้กทช.ออกประกาศเกินอำนาจ

ตั้งธงก่อนถึงคิวหมดวาระอรหันต์ "กทช." ลุยปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์และประกาศต่างๆ หลังพบปัญหายุ่บยั่บ ประเดิมแก้ประกาศว่าด้วยการ "โอนใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่" เป็นคิวแรก เหตุที่ปรึกษากฎหมายระบุกทช. ออกประกาศเกินอำนาจที่มี แนะเร่งแก้ไข ชี้คู่กรณีอาจสบช่องฟ้องศาลปกครอง เสี่ยงทั้งทางแพ่งและอาญา


พล.อ.ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า กทช.มีนโยบายที่จะปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่ได้ประกาศใช้ไปแล้วให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการได้จริงในทางปฏิบัติ โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่คณะกรรมการ กทช.จะหมดวาระในเร็ววันนี้ด้วย

"เราคาดว่าทั้งคนที่จับสลากออก และคนที่ยังอยู่ในตำแหน่ง (กทช.) ก็คงต้องไปทั้งหมดเมื่อกฎหมาย กสช.ออกมา ถ้าออกมาเร็วก็ไปเร็ว ดังนั้นจึงควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ทั้งหลายให้ดีขึ้นก่อนหมดวาระเพื่อให้หลักเกณฑ์ต่างๆ ใช้งานได้จริง"

โดย กทช.จะนำประกาศว่าด้วยการโอนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และการให้ ผู้อื่นร่วมใช้คลื่นในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2550 มาพิจารณาเป็นอันดับแรกว่าสมควรแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนใดหรือไม่ ซึ่งจะไม่ได้แก้ไขในประเด็นที่เป็นสาระสำคัญแต่อย่างใด

ด้านแหล่งข่าวจากคณะกรรมการ กทช. เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สาเหตุที่ กทช.เตรียมหยิบยกหลักเกณฑ์การโอนคลื่นมาพิจารณา เนื่องจากนายเศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ หนึ่งในคณะกรรมการ กทช.มีข้อสงสัยว่า การที่หลักเกณฑ์ฉบับดังกล่าวมีบทบัญญัติเกี่ยวกับ "การเข้าใช้ความถี่แทนที่" นั้นสอดคล้องหรือขัดแย้งต่อ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับวิทยุกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2543

โดยได้หารือกับ พล.อ.ชูชาติ สุขสงวน และ รศ.กมลชัย รัตนสกาววงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายประจำ กทช.ใน 4 ประเด็น คือ 1.ประกาศฉบับดังกล่าวขัดต่อกฎหมายหรือไม่ 2.หากเห็นว่าขัดต่อกฎหมายจำเป็นต้องพิจารณาแก้ไขโดยทันทีหรือไม่ 3.การแก้ไขหลักเกณฑ์ต้องรับฟังความคิดเห็นสาธารณะหรือไม่ และ 4.หากไม่แก้ไขและดำเนินการตามกระบวนการต่อไป จะทำให้เกิดผลเสียหายอย่างไร

รศ.กมลชัย รัตนสกาววงศ์ ให้ความเห็นว่า พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯกำหนดให้คลื่นความถี่เป็นสิทธิของ ผู้ประกอบการ โดยถือเอาคุณสมบัติเฉพาะตัวเป็นสำคัญ โดยหลักการแล้วจึงมิให้โอนแก่คนอื่น ยกเว้นกรณีที่ กทช.พิจารณาเฉพาะราย ผู้ประกอบการจึงต้องดำเนินการใช้ความถี่ด้วยตนเองจะให้ผู้อื่นร่วมใช้ความถี่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กทช.กำหนด ดังนั้นการที่ กทช. ออกประกาศที่มีเนื้อหากว้างไปถึงการอนุญาตให้ผู้อื่นเข้าใช้ความถี่แทนที่ด้วย ถือเป็นการออกประกาศ กทช.ที่เกินอำนาจตาม พ.ร.บ.แม่บทให้อำนาจไว้

และเพื่อให้ประกาศ กทช.ชอบด้วยกฎหมาย กทช.มีอำนาจที่จะพิจารณาแก้ไขประกาศดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มี ผู้ประกอบการรายใดได้รับสิทธิการใช้ความถี่แทนที่ก็ควรแก้ไขทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ แต่หากต้องการได้รับการสนับสนุนทางกฎหมายก็ควรหารือคณะกรรมการกฤษฎีกา เพราะหากไม่แก้ไขผู้ประกอบการที่ไม่เห็นด้วยกับประกาศนี้อาจฟ้องศาลปกครองให้ตรวจสอบและยกเลิกประกาศฉบับนี้ได้

ส่วน พล.อ.ชูชาติ สุขสงวน ให้ความเห็นว่า การพิจารณาว่าประกาศดังกล่าวขัดต่อกฎหมายหรือไม่ ต้องพิจารณาถึงที่มาของอำนาจในการออกหลักเกณฑ์ดังกล่าว ซึ่งม.53 มีการกำหนดเรื่อง "การโอนคลื่น" และ "การร่วมใช้ความถี่" ชัดเจน แต่ไม่มีคำว่า "การใช้ความถี่แทนที่" จึงต้องพิจารณาว่าความหมายของ "การใช้คลื่นความถี่แทนที่" ครอบคลุมอยู่ในเรื่องของการโอนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่หรือการร่วมใช้ความถี่หรือไม่ หากไม่ครอบคลุมก็ไม่อยู่ในนัยของ ม.53

ส่วนจะอาศัยอำนาจตาม ม.54 กรณีที่ผู้รับอนุญาตไม่ได้ใช้คลื่นความถี่ประกอบกิจการในเวลาที่กำหนด หรือใช้ความถี่ผิดวัตถุประสงค์ กทช.มีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องหรือมีคำสั่งให้คืนคลื่นความถี่ได้ โดย ม.54 การ "ใช้คลื่นความถี่แทนที่" โดย กทช. เพื่อการแก้ไขให้ถูกต้อง หรือเป็นการถอนคืนคลื่นความถี่ ต้องพิจารณาว่าเป็นไปตามนัยข้างต้นหรือไม่

และหากการกำหนดเรื่องใช้คลื่นความถี่แทนที่ไม่เป็นไปตามเหตุผลข้างต้น ประกาศ กทช.ว่าด้วยการโอนคลื่นความถี่ย่อมขัดต่อกฎหมาย และกทช.เสี่ยงต่อการเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตาม ม.157 ของประมวลกฎหมายอาญา

ดังนั้น หากพบว่าประกาศฉบับนี้ขัดต่อกฎหมายแต่ไม่แก้ไขให้ถูกต้อง และมีผู้นำหลักเกณฑ์ฉบับนี้ไปปฏิบัติ เมื่อมีประเด็นโต้แย้งจากคู่กรณีในอนาคตอาจนำไปสู่การพิจารณาของศาลปกครอง ความรับผิดชอบในความบกพร่องหรือค่าเสียหายอันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาดย่อมตกเป็นของ กทช.ทั้งทางแพ่งและอาญา ซึ่งการแก้ไขหลักเกณฑ์ดังกล่าวต้องดำเนินการโดยเร็ว และควรรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเพราะเป็นการแก้ไขในสาระสำคัญของประกาศ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะนี้มีผู้ให้บริการมือถือ 3 ราย ได้แก่ ทรูมูฟ เอไอเอส และดีแทคแจ้งความประสงค์ขอเข้าใช้คลื่นความที่แทนที่ในกิจการเพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์แทนที่ บมจ.กสท โทรคมนาคม และผู้ได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่รายอื่นในกิจการประจำที่ และกิจการเคลื่อนที่

แตˆ บมจ.กสท โทรคมนาคมได้ทำหนังสือคัดค้านคำร้องขอเข้าใช้คลื่นแทนที่ผู้รับใบอนุญาตและขออนุญาตขยายระยะเวลาจัดทำคำโต้แย้งหรือคำคัดค้านข้อเท็จจริง พร้อมจัดทำรายงานประเมินสถานะการใช้คลื่นเพิ่มเติม กรณีเอไอเอสขอใช้คลื่นความถี่แทน กสทฯระบุว่า เอไอเอสไม่มีสิทธิขอใช้คลื่นแทนเพราะเป็นผู้ประกอบการซึ่งได้สัมปทาน มิใช่ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม อีกทั้งการอนุญาตให้ใช้คลื่นแทนยังมีผลกระทบต่อสัญญาสัมปทานที่ทำไว้กับดีแทค เนื่องจากในสัญญาได้กำหนดย่านความถี่ไว้เป็นสาระสำคัญของสัญญา

อีกทั้งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้กำหนดขั้นตอนการดำเนินการ เพื่อให้มีองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่เพียงองค์กรเดียว หาก กทช.ดำเนินการตามประกาศว่าด้วยการโอนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ อาจมีผลเป็นการ "จัดสรรคลื่นความถี่" ตามกฎหมายซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ขององค์กรเดียวที่รวม กทช. และ กสช.เข้าด้วยกัน จึงควรชะลอการดำเนินการดังกล่าวไว้ก่อน เพื่อให้เป็น ไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

ค้นหาทุกข่าวใน WiseKnow

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

 Donate

Login

Workflows

เลือกฟีดข่าวที่ต้องการ

เมนูหลัก

Home
News
Section
Blog
Gallery
Links
News Feeds
Contact Us