|
"HP Experience Store" เกม "รุกฆาต" ของ เอชพี |
|
|
|
|
จันทร์, 22 กันยายน 2008 |
การขยับตัวของยักษ์ไอทีระดับโลกอย่าง "เอชพี" เป็นสิ่งที่น่าจับตามองเสมอ โดยเมื่อ 16-17ก.ย.ที่ผ่านมาเอชพีได้จัดงาน "Engage, Excite, Experience" เปิดตัวผลิตภัณฑ์และทิศทางธุรกิจของเอชพีภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่ฮ่องกง
ซึ่งถือว่าเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตของยอดขายสูงกว่าทวีปอื่นๆ ในโลก ทำให้เอชพีต้องเปิดเกมรุกหนักอีกครั้งเพื่อขยายฐานลูกค้าในดินแดนซีกโลกตะวันออก
"ซี ชิน เต็ก" รองประธานกรรมการอาวุโส กลุ่มธุรกิจเพอร์ซันนอล ซิสเต็มส์ (พีเอสจี) เอชพี เอเชีย-แปซิฟิก และญี่ปุ่น ฉายภาพว่าจุดเด่นของเอเชีย คือ จำนวนประชากรที่มีอยู่เป็นจำนวนมากและสัดส่วนคอมพิวเตอร์ต่อประชากรยังอยู่ในอัตราที่ต่ำ ทำให้มองโอกาสการเติบโตของธุรกิจ
"เอชพีต้องการโตมากกว่าตลาด แม้ว่าไอดีซีจะปรับลดการคาดการณ์ลง เพราะปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่ภาคธุกิจยังคงดำเนินต่อ แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ยากและการแข่งขันในตลาดสูงก็ตาม เอชพีจึงเน้นการลงทุนเพื่อสร้างประสบการณ์แก่ลูกค้าเป็นหลักให้มีโอกาสสัมผัสเทคโนโลยีของเอชพีก่อนซื้อจริง"
คอนเซ็ปต์ "HP Experience Store" จึงเกิดขึ้น เป็นรูปแบบใหม่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายของเอชพี
ถือเป็นกลยุทธ์ใหม่ของเอชพีในการขยายร้านค้าปลีก และปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เข้าถึงผู้ใช้งานมากขึ้น โดยการนำเสนอสินค้าและบริการของเอชพี ทั้งคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และกลุ่มโซลูชั่น การพิมพ์เข้าไปอยู่ใน HP Experience Store โดยที่จะมีทีมขายคอยให้คำแนะนำแบบใกล้ชิด
โดยคู่ค้าที่สนใจจะเปิด HP Experience Store เอชพีจะให้ความช่วยเหลือด้านการตลาด การคัดเลือกสินค้า การจัดตกแต่งร้าน และการเทรนนิ่งพนักงาน
ทั้งนี้รีเทลช้อปรูปแบบใหม่ดังกล่าวนอกจากเป็นการตอบโจทย์กลุ่มคอนซูเมอร์แล้ว ยังครอบคลุมถึง "เอสเอ็มอี" ที่เป็นฐานลูกค้าสำคัญของเอชพีที่ต่างนิยมซื้อสินค้าตามร้านรีเทลด้วย เอชพีตั้งเป้าเปิดตัว Experience Store ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก 7,500 แห่ง ภายใน 2 ปีส่วนใหญ่อยู่ในประเทศที่มีการเติบโตสูง เช่น จีน อินเดีย และอาเซียน รวมทั้งไทยที่เป็นหนึ่งในประเทศนำร่องเพื่อสร้างเครือข่ายร้านค้าปลีกให้ถึง 25,000 แห่ง จากที่มีอยู่ประมาณ 17,000 แห่ง
พร้อมกันนี้เอชพียังมีแนวคิด "HP Alternate Experience Centers" เป?นการร่วมมือกับพาร์ตเนอรนอกวงการเพื่อสร้างประสบการณ์ใช้งานให้แก่ลูกค้าตามสถานที่ต่างๆ ที่ไม่ใช่ร้านค้าไอที เพื่อเสนอสินค้าที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ลูกค้าแต่ละเซ็กเมนต์
โดยเซ็กเมนต์หลักที่เอชพีต้องการเจาะคือกลุ่ม "วัยรุ่น" ซึ่งเป็นตลาดกลุ่มใหญ่ที่สุด และมีความไวต่อเทคโนโลยี เทรนด์ใหม่ๆ เช่นได้ร่วมมือกับค่ายเกมยักษ์ใหญ่อย่าง Electronic Arts เปิดร้าน EA Experience Store ในฮ่องกง เพื่อให้คอเกมได้ทดลองใช้สินค้าของเอชพีผ่านการเล่นเกมต่างๆ
"กลุ่มผู้หญิง" เพราะจากสถิติพบว่าผู้หญิงใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 66% และเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อสินค้า เน้นเรื่องแบรนด์ เช่นที่ไดจับมือกับดีไซเนอร์ "วิเวียน แทม" ผลิตโน้ตบุ๊กรุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น และอนาคตอาจเห็นโน้ตบุ๊กวางขายตามร้านสินค้าแฟชั่นต่างๆ ด้วย
สุดท้าย "กลุ่มครอบครัว" มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย มีความต้องการใช้งานหลายรูปแบบ และเทคโนโลยีถือเป็นศูนย์กลางของบ้านจึงต้องตอบสนองทุกคนในครอบครัว เชนการร่วมมือกับโรงภาพยนตร์ CGV ในเกาหลี หรือกลุ่มค้าปลีก Future Group อินเดีย เพื่อตั้งศูนย์ภาพให้ครอบครัวสามารถพิมพ์ภาพได้สะดวก
นอกจากนี้ ล่าสุดเอชพีเปิดตัวซับแบรนด์ใหม่ในกลุ่มคอนซูเมอร์ คือ "HDX" สำหรับสินค้าตระกูลพรีเมี่ยมเท่านั้น เจาะกลุ่มไฮเอนด์ กำลังซื้อสูง พร้อมฟังก์ชันการ ทำงานแบบซูเปอร์มัลติมีเดีย เช่น บลูเรย์ ไฮเดฟินิชั่น ที่มีราคาสูง โดยปัจจุบันมีสินค้าตระกูล HDX ออกมาแล้วเป็นเดสก์ท็อป 1 รุ่น และโน้ตบุ๊ก 2 รุ่น หน้าจอขนาด 16 นิ้ว และ 18.4 นิ้ว
"ชิน ฮอง เช็ง" รองประธานกรรมการกลุ่มผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊ก กล่าวว่า เพราะตลาดคอมพิวเตอร์มีขนาดใหญ่มากไม่สามารถใช้สินค้าตระกูลเดียวครอบคลุมการทำตลาดได้ทั้งหมด จึงต้องเจาะตลาดออกเป็นเซ็กเมนต์ต่างๆ และ HDX เป็นตลาดอีกกลุ่มใหม่ที่อยู่ระดับบนสุดในฝั่งคอนซูเมอร์ นอกเหนือจาก HP Pavillion และ compaq ที่มีอยู่ ขณะที่ฝั่งคอร์ปอเรตมีซีรีส์ "Elitebook" ที่เปิดตัวไปเมื่อกลางปี เพื่อที่จะแบ่งแยกเซ็กเมนต์ให้ชัดเจน
ขณะที่ในหมวดธุรกิจการพิมพ์ เอชพียังเดินหน้ารุกตลาดรีเทลครั้งใหญ่เช่นกัน โดยเสนอโมเดลธุรกิจ "Retail Photo Service" แก่ร้านค้าเพื่อให้บริการพิมพ์ถ่าย หรือการพิมพ์เอกสารที่ใช้โซลูชั่นของเอชพี
"คริสโตเฟอร์ มอร์แกน" รองประธานอาวุโส กลุ่มธุรกิจภาพและการพิมพ์ เอเชีย-แปซิฟิก และญี่ปุ่น กล่าวว่า สิ่งที่ต้องการโฟกัส คือ การขยายการบริการโซลูชั่นด้านการพิมพ์เข้าสู่ร้านถ่ายภาพ หรือธุรกิจการพิมพ์เพื่อให้บริการพิมพ์ภาพและเอกสารต่างๆ รวมถึงรูปแบบการสั่งพิมพ์ภาพทางออนไลน์มายังร้านรีเทลที่จะเริ่มขยายตลาดสู่ประเทศต่างๆ มากขึ้น หลังจากเปิดให้บริการแล้วที่จีน ญี่ปุ่น เป็นต้น เพราะตลาดเครื่องพิมพ์มีการแข่งขันที่สูงมาก เอชพีจึงต้องสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ
สำหรับในไทย "ปวิณ วรพฤกษ์" ผู้จัดการผลิตภัณฑ์และการตลาด กลุ่ม พีเอสจีของเอชพี กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นประเทศนำร่องร่วมกับสิงคโปร์ จีน อินเดีย ในการเปิดร้าน HP Experience Store โดยปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 6 แห่ง ขนาดตั้งแต่ 85-200 ตร.ม. เช่น บริเวณพันธุ์ทิพย์ พลาซา, ไอทีมอลล์, เซ็นทรัลพระราม 2 จากเดิมที่ร้านค้าที่วางโชว์สินค้าธรรมดา โดยมีแผนที่จะขยายเพิ่มมากขึ้นตามความต้องการของพาร์ตเนอร์ โดยปัจจุบันอยู่ในช่วงการอบรมให้พาร์ตเนอร์เข้าใจในคอนเซ็ปต์ HP Experience Store |