Performancing Metrics

เว็บการตลาดยอดนิยม : WiseKnow.Com - จับตา 3 ยักษ์ อินเทล-IBM-เดลล์ ฝ่าวิกฤตรับมือกำลังซื้อทรุด
จับตา 3 ยักษ์ อินเทล-IBM-เดลล์ ฝ่าวิกฤตรับมือกำลังซื้อทรุด PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
จันทร์, 29 กันยายน 2008

จับตา 3 ยักษ์ อินเทล-IBM-เดลล์ ฝ่าวิกฤตรับมือกำลังซื้อทรุด
ท่ามกลางภาวะตลาดที่มีแต่ปัจจัยลบถาโถมเข้ามาตลอดทั้งปี ตั้งแต่ปัญหาค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน จนถึงปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง และปัญหาวิกฤตการเงินของสหรัฐที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก แม้ว่าวันนี้จะยังไม่มีอะไรที่กระทบกับประเทศไทยโดยตรง แต่ที่สุดคงหนีไม่พ้น

เป็นที่วิตกกันว่าปัจจัยต่างๆ จะกระทบกับภาคธุรกิจต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจไอที ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อในประเทศที่ลดลง

ขณะที่บริษัทวิจัยต่างๆ ก็ประเมินว่า ผลจากวิกฤตการเงินสหรัฐจะส่งผลให้การเติบโตของอุตสาหกรรมไอทีทั่วโลกลดลง เพราะกลุ่มธุรกิจสถาบันการเงินไม่ว่าจะเป็นธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ วาณิชธนกิจ และบริษัทประกัน ถือเป็นฐานลูกค้าสำคัญของยักษ์ไอทีทั้งหลาย

โอกาสนี้จึงได้นำเสนอมุมมองและแนวทางการรับมือปัญหาที่เกิดขึ้นของ 3 ผู้ยิ่งใหญ่อุตสาหกรรมไอที "อินเทล-ไอบีเอ็ม-เดลล์"

"เอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ" กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโคร อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า วันนี้ผลกระทบของไทยจากปัญหาวิกฤตการเงินในสหรัฐยังไม่ชัด แต่ปัจจัยการเมืองภายในมีผลกระทบต่อธุรกิจในไทยชัดเจนกว่า และถ้ารัฐบาลมีการยุบสภาใน 6 เดือน โปรเจ็กต์ภาครัฐต่างๆ ก็จะชะลอแน่นอน

คาดวˆาปัจจัยด้านการเมืองในประเทศจะส่งผลให้อัตราการเติบโตของตลาดไอที ลดลง 10-15% เพราะทุกอย่างมีผลกระทบเกี่ยวเนื่องกันเป็นลูกโซ่ตั้งแต่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ส่งออก อสังหาริมทรัพย์ ทำให้ตลาดคอร์ปอเรต เอสเอ็มอี อาจจะมีการชะลอการจับจ่าย เพราะผู้ประกอบการขาดความเชื่อมั่น

ทิศทางตลาดไอทีในไตรมาส 4 จะมีการแข่งขันรุนแรงมากขึ้น ทั้งการทำโปรโมชั่น ราคา บันเดิลสินค้า โดยเฉพาะในงาน คอมเวิรลด์ (16-19 ต.ค.) และคอมมาร์ต (13-16 พ.ย.) การแข่งขันดุแน่นอน และบางรายถึงขั้นยอมขาดทุนเพื่อช่วยสร้าง ยอดขายเฉลี่ยทั้งปีให้ดีขึ้น ทำให้ทุกคนต้องผลักดันยอดเต็มที่

อย่างไรก็ตาม กำลังซื้อของกลุ่มคอนซูเมอร์ยังไม่ถือว่าวิกฤต เพราะมีโหมดวูบวาบ เปลี่ยนเร็ว ซื้อเร็ว เป็นผลกระทบช่วงเวลาสั้นๆ แล้วกลับขึ้นมาใหม่ โดยสัดส่วนตลาดพีซีโน้ตบุ๊ก (จำนวนเครื่อง) มาจากภาครัฐและตลาดองค์กรใกล้เคียงกัน 15-20% ขณะที่ตลาดใหญ่อยู่ที่คอนซูเมอร์ถึง 50-60%



"แม้วันนี้ผลกระทบจากวิกฤตการเงินสหรัฐจะยังไม่เห็น เชื่อว่า 3-6 เดือนข้างหน้าจะเห็นผลกระทบชัดเจน เพราะผลประกอบการในเมืองนอกจะเริ่มออกมา อาจมีปัญหาเงินตึง ค่าประกอบการสูงขึ้น คนว่างงาน และจะกระทบถึงปัญหาการส่งออกสินค้าไปสหรัฐที่เป็นตลาดหลักของหลายประเทศ โดยเฉพาะจีนที่ต้องหันมา ระบายสินค้าในประเทศอื่นๆ เช่น ประเทศไทย ซึ่งก็จะส่งผลกระทบกับธุรกิจในไทย ต่อเนื่องเป็นลูกโซ่" นายเอกรัศมิ์กล่าวและว่า

ในส่วนของบริษัทแม่ที่สหรัฐวันนี้ยังไม่เห็นผลกระทบ เพราะรายได้ 75% มาจากนอกสหรัฐอเมริกา ส่วนใหญ่มาจากยุโรป ประเทศเกิดใหม่ เช่น

ละตินอเมริกา เอเชีย อินเดีย จีน ยุโรปตะวันออก บริษัทแม่จึงยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ต่อไปก็อาจเห็นการชะลอการลงทุนด้านไอทีขององค์กรต่างๆ ได้

กลุ่มสถาบันการเงินอาจลงทุนด้านไอทีน้อยลง หรือซื้อสเกลไม่ใหญ่ แต่คงไม่ถึงกับหยุดการลงทุนเพราะการแข่งขันของธุรกิจมีอยู่ตลอดเวลา การลงทุนไอทีก็อั้นไม่ได้

สำหรับแผนรับมือกับผลกระทบ นายเอกรัศมิ์กล่าวว่า ไตรมาส 4 ปีนี้คงต้องปล่อยไปก่อน เพราะเชื่อว่ากำลังซื้อกลุ่มคอนซูเมอร์ยังพอมี เพราะมีงานเทรดโชว์มาช่วย แต่ปีหน้าต้องคิดมากขึ้น อาจเน้นที่ทำโปรแกรมหรือโครงการที่ใหญ่ขึ้น แทนการทำหลายๆ โครงการ แต่ทำให้ใหญ่เพื่อให้มีอิมแพ็กต์กับตลาด

ขณะที่ "ธันวา เลาหศิริวงศ์" กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ให้ความเห็นว่า อุตสาหกรรมไอทีไทยปีนี้อาจมีอัตราการเติบโตลดลงตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ เพราะปัจจัยด้านเศรษฐกิจและการเมือง ส่งผลให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจ อย่างไรก็ตามไอทีเป็นเสมือนระบบหลังบ้านของหลายๆ หน่วยงาน และเป็นส่วนที่ช่วยในการตัดสินใจ การลงทุนไอทีจึงยังต้องมีอยู่ แม้จะมีการดีเลย์ไปบ้าง



"เท่าที่พบลูกค้าในไทยที่ชะลอการลงทุนยังมีไม่มาก ตอนนี้ธนาคารอยู่ในช่วงประเมินสถานะของตัวเอง เพราะยุคโกลบอไลเซชั่นหากเกิดวิกฤต ทุกรายโดนหมด จึงยังประเมินไม่ได้ แต่เชื่อว่าไตรมาส 4 ยังคงโอเค แต่ก็มีแค่ความกังวลและชะลอการตัดสินใจอยู่"

ส่วนปัญหาวิกฤตการเงินในสหรัฐยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ว่าจะเกิดผลกระทบต่อกลุ่มสถาบันการเงินในไทยถึงขั้นชะลอการลงทุนหรือไม่ แต่สำหรับไอบีเอ็มก็มองในแง่ดี เพราะท่ามกลางปัญหาบริษัทมองว่ายังเป็นโอกาส เพราะนั่นหมายความว่าสถาบันการเงินต้องการเครื่องมือหรือโซลูชั่นเพื่อรับมือกับปัญหาต่างๆ รวมถึงโซลูชั่น ที่จะเข้ามาช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจ ภาวะอย่างนี้ก็ต้องใกล้ชิดและเข้าไปหาลูกค้ามากขึ้น

นอกจากนี้ ไอบีเอ็มไม่ได้โฟกัสเฉพาะลูกค้ากลุ่มสถาบันการเงินอย่างเดียว ยังมีลูกค้ากลุ่มอื่นๆ ในทุกอุตสาหกรรมที่ทำตลาดอยู่แล้ว เช่น โทรคมนาคม ค้าปลีก อุตสาหกรรมการผลิต รวมถึงกลุ่มธุรกิจองค์กรขนาดเล็กถึงกลางที่เริ่มนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ จึงมีความหลากหลายของกลุ่มลูกค้า

ขณะที่กลุ่มโทรคมนาคมก็มีแผนการลงทุนโครงข่าย 3จี ที่ต้องเดินหน้าเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางการตลาด ขณะที่ ภาครัฐไม่แน่ใจว่าจะชะลอการลงทุนหรือไม่ เพราะช่วงนี้ถือเป็นช่วงปิดงบประมาณประจำปี ต้องรอดูสถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง แม้แต่ภาคการศึกษาที่มีแนวโน้มขยายตัวขึ้น เพราะหลายๆ มหาวิทยาลัยใช้ไอทีมากขึ้น ล่าสุดมหาวิทยาลัยศรีปทุมก็ได้เลือกใช้โซลูชั่นเอสโอเอของไอบีเอ็ม เป็นระยะเวลา 3 ปี

สำหรับบริษัทแม่ในสหรัฐหวังว่ายังไม่ได้รับผลกระทบ เพราะรายได้ส่วนใหญ่กว่า 63% มาจากนอกสหรัฐ

"อโณทัย เวทยากร" ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดคอนซูเมอร์ไทย มีความเซ็นซิทีฟจากปัจจัยแวดล้อมทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ อาจเกิดการหยุดซื้อ แต่เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ และช่วงนี้สถานการณ์ต่างๆ อยู่ในช่วงผ่อนคลายแล้ว เชื่อว่าดีมานด์จะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

และไตรมาส 4 เมื่อมีกิจกรรมทางการตลาด โปรโมชั่นมากระตุ้น ตลาดก็ยังไปได้ และช่วงปลายปีเป็นช่วงเทศกาลมีกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเข้ามาช่วยสร้างสีสัน อาจทำให้เห็นภาพของการแข่งขันพอสมควร อย่างไรก็ตามในส่วนของเดลล์จะเน้นเรื่องแบรนด์และบริการเสริมมากกว่าเรื่องราคา

นอกจากนี้ตลาดคอนซูเมอร์ยังมี ศักยภาพในการเติบโตสูง ประกอบกับนโยบายลงทุนโครงข่ายอินเทอร์เน็ตบรอด แบนด์ 3G ไวแมกซ์ ล้วนมีส่วนผลักดันให้ตลาดคอนซูเมอร์โตขึ้น และกระตุ้นให้เกิดการใช้งานโมบิลิตี้มากขึ้น แม้ว่าจะมีปัจจัยลบจากวิกฤตการเงินสหรัฐก็ไม่น่าส่งผลกระทบ

ขณะเดียวกันเดลล์ก็เพิ่งบุกตลาดคอนซูเมอร์ในไทยปีนี้ ดังนั้นจึงยังมีโอกาส การเติบโตอีกมาก จึงเป็นช่วงที่เดลล์บุกตลาด ซึ่งนอกจากการนำเสนอสินค้าให้ครอบคลุมกลุ่มคอนซูเมอร์มากขึ้น นโยบายขณะนี้ของเดลล์ ก็คือการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมและเข้าถึงลูกค้าในทุกเซ็กเมนต์ ทั้งการขยายดิสทริบิวเตอร์และเดลล์ คอนเซ็ปต์สโตร์

นายอโณทัยกล่าวว่า ในกลุ่มลูกค้า องค์กรของเดลล์ยังไม่เห็นสัญญาณชะลอการลงทุน โดยกลุ่มลูกค้าหลักๆ ของเดลล์ คือ กลุ่มธนาคาร เฮลท์แคร์ โทรคมนาคม และอุตสาหกรรมการผลิต อย่างไรก็ตามปกติไตรมาส 3 จะเป็นช่วงปิดงบฯของภาครัฐ และเป็นช่วงที่มีการใช้จ่ายสูงสุด แต่ปีนี้คงใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

"แม้ว่าเดลล์ในต่างประเทศจะออกมาพูดว่า ตลาดองค์กรอาจชะลอการลงทุนลงจากวิกฤตการเงินสหรัฐ แต่ขณะเดียวกันเดลล์ก็มีโซลูชั่นที่เหมาะสมสำหรับองค์กรเพื่อช่วยลูกค้าลดค่าใช้จ่าย และเพิ่ม return on investment ได้ ซึ่งจะเป็นโอกาสที่เดลล์ได้ประโยชน์มากกว่า" นายอโณทัยกล่าวและว่า

เมื่อต้นเดือนกันยายน บริษัทแม่ได้แถลงผลประกอบการ พบว่ารายได้รวมในตลาดโลกมีอัตราการเติบโต 11% และตลาด คอนซูเมอร์เติบโต 28% จึงคาดว่าบริษัทจะไมˆได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกในครั้งนี้
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

ค้นหาทุกข่าวใน WiseKnow

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

 Donate

Login

Workflows

เลือกฟีดข่าวที่ต้องการ

เมนูหลัก

Home
News
Section
Blog
Gallery
Links
News Feeds
Contact Us