|
ยูนิฟชู"น้ำผัก-ชานม"ลุยท้ายปี |
|
|
|
|
จันทร์, 29 กันยายน 2008 |
"ยูนิฟ" ปรับกลยุทธ์ใหม่หลังเงียบหายกว่า 2 ปี เผยปรับโครงสร้าง ทีมงานลงตัว ขอกลับสู่สังเวียนอีกครั้ง ประกาศโฟกัสสินค้าหลักเลิกเหวี่ยงแห ชู 2 กลุ่มหลัก "น้ำผักผลไม้-ชานม" บุกต่อเนื่อง ทุ่ม 35 ล้านจัดโรดโชว์แจกสินค้าแบบปูพรม แผนอนาคตเล็งกลุ่มนวัตกรรมชาชี้โอกาสโตสูง
นายสมชาญ ศุภปิติพร ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ยูนิ-เพรซิเดนท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หลังจากช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาบริษัทค่อนข้างเงียบในการทำตลาด เนื่องจากอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างองค์กร รวมถึงทีมงานผู้บริหาร และตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาถือว่ามีความลงตัวและพร้อมที่จะกลับมารุกตลาดอีกครั้ง โดยได้ปรับกลยุทธ์หันมาเน้นทำตลาดกับสินค้าที่มีศักยภาพในการเติบโตมากกว่าการทำตลาดแบบเหวี่ยงแหเหมือนที่ผ่านมาที่เน้นแตกไลน์สินค้าใหม่จำนวนมาก
นายสมชาญกล่าวว่า จากนี้ไปยูนิฟจะคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภค และเทรนด์ของตลาดมากขึ้น โดยมุ่งทำวิจัยอย่างเข้มข้นเพื่อให้การออกสินค้ามีความแม่นยำและมีโอกาสประสบความสำเร็จมากที่สุด สินค้าที่จะโฟกัส คือ น้ำผัก-ผลไม้ เป็นสินค้าหลักของยูนิฟมาโดยตลอด ส่วนอีกกลุ่มคือ มิลก์ที "ชานมผสมข้าวบาร์เลย์" หลังจากวางตลาดกว่า 1 ปี พบว่าได้รับผลตอบรับดีจากผู้บริโภค โดยช่วงไตรมาสสุดท้ายนี้ได้ทุ่มงบฯกับสินค้า 2 กลุ่มนี้อยู่ที่ 35 ล้านบาท
สำหรับน้ำผัก-ผลไม้ปัจจุบันยูนิฟยังคงเป็นผู้นำตลาด มีส่วนแบ่งตลาด 48% จากมูลค่าตลาดน้ำผัก 100% มูลค่า 600 ล้านบาท แต่ช่วงที่ผ่านมาตลาดหดตัวลงถึง 8% เนื่องจากทุกค่ายเน้นเรื่องราคา อาทิ ซื้อ 1 แถม 1 ขณะที่ยูนิฟไม่มีนโยบายในเรื่องนี้ ซึ่งก็ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของยูนิฟช่วงที่ผ่านมาตกลง 2%
จากนี้ไปบริษัทจะมุ่งเพิ่มการบริโภคจากลูกค้ายูนิฟ หรือผู้ที่นิยมดื่มน้ำผัก-ผลไม้อยู่แล้ว (increase demand) อย่างแคมเปญล่าสุดกับเทศกาลเจ ได้จัดโปรโมชั่น ณ จุดขาย ซื้อครบ 149 บาท แถมหมอนอิงฟรี เพื่อกระตุ้นการซื้อจากเดิม 1 กล่อง เพิ่มเป็น 2-3 กล่อง นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวโฆษณาตอกย้ำเมสเซจ "ยูนิฟ ยิ่งดื่มยิ่งดี กับตัวคุณ" โดยยังใช้ "วีเจจ๋า" เป็นพรีเซ็นเตอร์ พร้อมแจกสินค้าตัวอย่าง 9 หมื่นกล่องตามอาคารสำนักงานและชุมชนทั่วไป โดยเป้าหมายอีก 2 ปีจะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 60%
"เราแก้เกมโดยมุ่งสื่อสารกับลูกค้าที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของยูนิฟให้ซื้อสินค้ามากขึ้น ซึ่งน้ำผักก็สามารถลิงก์กับเทศกาลกินเจได้อย่างดี และเทศกาลนี้ทุกปีตลาดน้ำผัก-ผลไม้จะเติบโตประมาณ 15% ส่วนเราคาดว่าจะเติบโตได้ 10%"
นายสมชาญกล่าวว่า ส่วนชานมผสมข้าวบาร์เลย์ พบว่าได้รับการตอบรับดีมาก โดยเฉพาะการแจกสินค้าตัวใหม่ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ร่วมกับเซเว่นอีเลฟเว่น ส่งผลให้ยอดขายในเซเว่นฯเติบโตถึง 100% ล่าสุดจึงเปิดตัวขนาดใหม่ 180 มิลลิลิตร ราคา 10 บาท เพื่อขยายเข้าไปในเทรดิชันนอลเทรด และตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้จะมีการแจกสินค้าตัวอย่างตามอาคารสำนักงานและชุมชน 5 แสนกล่อง เพื่อให้เกิดการทดลองมากที่สุด
"หลังจากนี้เรายังมองถึงนวัตกรรมชาประเภทอื่นๆ ที่ยังมีอีกมากและมีโอกาสเติบโต ซึ่งจะดูผลจากการทำตลาดชานมครั้งนี้ด้วยว่าจะได้ผลตอบรับอย่างไร ซึ่งบริษัทแม่ที่ไต้หวันมีความเชี่ยวชาญและโนว์ฮาวเรื่องนี้มาก"
นายสมชาญกล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับสินค้าชาเขียว "ยูนิฟ กรีนที" ปัจจุบันยังมีสินค้าวางอยู่ในตลาดแต่ไม่ได้เน้นมากนัก เพราะตลาดหดตัวมากเหลือเพียง 3,900 ล้านบาท ที่ผ่านมาบริษัทแม่ที่ได้ตัดสินใจย้ายเครื่องจักร เทคโนโลยีการผลิตเครื่องดื่มแบบเย็น หรือ aseptic cold filling ที่ได้ลงทุนเมื่อเกือบ 3 ปีก่อนไปยังประเทศจีน เพราะมองว่าตลาดดังกล่าวอยู่ในช่วงเติบโตตรงกันข้ามกับสภาพตลาดชาเขียวในไทยปัจจุบัน |