|
สหพัฒน์รวมพลังทุกขุมข่าย ลั่นผลักเป้าโตต่อเนื่องปีที่ 5 |
|
|
|
|
จันทร์, 06 ตุลาคม 2008 |
สัมภาษณ์
เป็นเรื่องปกติที่การดำเนินธุรกิจ ของทุกบริษัทจำเป็นต้องเติบโต ต่อขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนปีนี้โจทย์ดังกล่าวดูจะไม่ง่ายนัก จากปัจจัยลบที่รุมเร้ามากมาย อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ถือเป็นภารกิจและความท้าทายของผู้บริหารที่จะต้องพาองค์กรฝ่าฟันวิกฤตต่างๆ ไปให้ได้
"บุญชัย โชควัฒนา" ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปีนี้แม้จะมีสถานการณ์และปัจจัยลบต่างๆ มากมาย แต่ยังมั่นใจว่าบริษัทจะสามารถเติบโตติดต่อกันเป็นปีที่ 5 อยู่ที่ 10% ด้วยยอดขาย 18,500 ล้านบาท
โดยช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาสามารถทำได้ใกล้เคียงเป้าจริงอยู่ที่ 8-9% ขณะที่เดือนกันยายนสามารถถึง เป้าหมายที่วางไว้
"เรามีกระบวนการ และมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จ โดยนำบุคลากรทั้งหมดเข้ามามีส่วนร่วมในการคิด
การทำเพื่อผลักดันให้บริษัทถึงเป้าหมาย ผมมั่นใจว่าสิ้นปีนี้เราจะถึงเป้าอย่างแน่นอน"
เขาชี้ว่า แม้ที่ผ่านมาตลาดในประเทศจะค่อนข้างซบเซา โดยเฉพาะปัญหาด้านวัตถุดิบจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น อาทิ ผงซักฟอก จากวัตถุดิบพุ่งขึ้นสูงมากส่งผลให้ต้องปรับราคาขึ้น และทำให้ผู้บริโภคชะลอการจับจ่ายลง เพื่อแก้เกมดังกล่าว ผู้ประกอบการทุกค่ายจึงออกมากระหน่ำโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย ซึ่งทำให้สหพัฒน์ต้องคิดหนักว่าจะลงไปเล่นในเกมนี้กับเขาหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ภาวะตรงนี้ได้คลี่คลายลง จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงในช่วงที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ปัจจัยด้านการเมืองก็เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น
"ที่ว่าดีขึ้นไม่ได้ดีขึ้นมาก ดีเพียงเล็กน้อย แต่ความชัดเจนที่เกิดขึ้นก็สามารถคลายปัญหาไปได้ระดับหนึ่ง ถ้ารัฐบาลจะเลือกคน โดยนำเรื่องความรู้ ความสามารถ เป็นที่หนึ่ง ไม่ได้เลือกคนมาทำงานเพราะการเมือง แต่เลือกแบบคุณภาพบ้านเมืองจะไปรอดแน่นอน"
อย่างไรก็ตาม นักธุรกิจใหญ่เครือ สหพัฒน์ ยังมั่นใจในศักยภาพของไทย และแม้ว่าขณะนี้จะมีปัญหาใหม่คือ ผลกระทบจากวิกฤตการเงินในสหรัฐ แต่ก็คาดว่าจะส่งผลให้เกิดการชะลอตัวลงอยู่บ้างในระยะสั้นๆ แต่ไม่มากนัก
การปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอุปโภคบริโภคของไทย รายนี้ "บุญชัย" เชื่อว่า จะเป็นโอกาสที่จะพัฒนาธุรกิจการส่งออกของสหพัฒน์ให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะขณะนี้ค่าเงินบาทยังอ่อนตัว แม้ทุกฝ่ายในภาคส่งออกต่างพากันวิตกจากเศรษฐกิจในสหรัฐที่จะซบเซา เพราะไม่เพียงสหรัฐเอง แต่จะส่งผลกระทบลามไปยังภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก
"ยังมั่นใจว่าเป็นโอกาส อีกอย่างเรามีรองนายกคือคุณโอฬาร ไชยประวัติ ที่นำทีมด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นคนที่มีความรู้ ความเข้าใจ เชื่อว่าจะสามารถพาไทย ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจไปได้"
เขาชี้ว่า สิ่งที่ต้องพิจารณาจากนี้คือ เมื่อส่งออกไปยังสหรัฐ กระทบสามารถหาหนทางอื่นได้หรือไม่ โดยเฉพาะตลาดเอเชียที่ยังน่าสนใจอยู่มาก
"เชื่อว่าจากนี้จะเป็นโอกาสทองของตลาดเอเชีย หลังจากนี้สหพัฒน์ก็จะมุ่งพัฒนาสินค้าเพื่อการส่งออกมากขึ้น โดยเฉพาะภูมิภาคนี้อย่างล่าสุดได้รับเป็นตัวแทนจำหน่าย "ถ่านไฟฉายซีลวาเนีย" กระจายไปยังภูมิภาคเอเชีย นอกเหนือจากประเทศไทย"
เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่ง บิ๊กบอสสหพัฒน์เชื่อจะเป็นโอกาสสำคัญของบริษัทเนื่องจากที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าทาง สหพัฒน์ยังไม่เก่งในเรื่องส่งออก โดยมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจนี้เพียง 10% ขณะที่สินค้าส่วนใหญ่ยังเน้นจำหน่ายู่ในไทย
ที่ผ่านมาประเทศที่มีการส่งสินค้าไป อาทิ รองเท้า ส่งไปยังสหรัฐ บะหมี่มีการ ส่งออกไปทางยุโรป ส่วนสินค้าอุปโภค อาทิ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน น้ำยาล้างจาน ก็ส่งออกไปญี่ปุ่น ฯลฯ
"หากถามว่าตลาดส่งออก กับตลาดในประเทศอันไหนสำคัญกว่ากัน สำหรับสหพัฒน์ต้องบอกว่าสำคัญเท่ากัน แต่ในประเทศสามารถคอนโทรลได้ ตรงกันข้ามกับต่างประเทศที่ไม่สามารถไปกำหนดอะไร เพียงแต่ต้องติดตามสถานการณ์ให้ดี"
แต่ทุกอย่างล้วนเป็นโอกาสทั้งสิ้น |