|
สปาชี้โฆษณาโค้งท้ายกระอัก ดิ้นปรับตัว-หาลูกค้าใหม่เพิ่ม |
|
|
|
|
จันทร์, 06 ตุลาคม 2008 |
บอสใหญ่ "สปา แอดเวอร์ไทซิ่ง" ชี้อุตฯโฆษณาไตรมาสสุดท้ายกระอัก เอเยนซี่ทุกค่ายเร่งปรับตัว-หาลูกค้าใหม่เสริมฐาน กลยุทธ์-โมเดลเดิมเอาไม่อยู่ ชี้เกิดการผสมผสานของการใช้สื่อ แถมยังต้องเทเลอร์เมดเจาะเป้าหมายโดยตรง มั่นใจนโยบาย "New Generation" สามารถรับมือ-ยืนหยัดอยู่ในธุรกิจได้อย่างมั่นคง
นายกิตติ ชัมพุนท์พงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สปา แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด เปิดเผยว่า แนวทางการวางแผนการสื่อสารการตลาดในยุคนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องวางแผนไว้หลายๆ แนวทาง เพื่อให้การบริหารจัดการเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น เนื่องจากปัจจัยแวดล้อมของธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งตัวแปรในประเทศและ ต่างประเทศ โดยเฉพาะปัจจัยเรื่องเศรษฐกิจต่างประเทศ (วิกฤตสหรัฐ) ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมทั้งอุตสาหกรรมโฆษณาที่ธรรมชาติของธุรกิจแล้วจะมีอัตราการขยายตัวอย่างมากในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี แต่จากวิกฤตเศรษฐกิจโลก รวมทั้งวิกฤตทางการเมืองในประเทศทำให้ภาพรวมของธุรกิจโฆษณาในปีนี้ยากที่จะคาดการณ์ได้
ทั้งนี้ภาพรวมของอุตสาหกรรมโฆษณาในครึ่งปีที่ผ่านมานับว่าอยู่ในภาวะที่แย่กว่าในช่วง 2-3 ปีก่อน และชะลอตัวต่อเนื่องถึงไตรมาสสาม ถึงขณะนี้เริ่มต้นเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายที่จากเดิมทุกฝ่ายคาดการณ์กันว่าธุรกิจจะกลับมาฟื้นตัวและมีอัตราการขยายตัวที่น่าจะช่วยให้ภาพรวมทั้งปียังคงมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องได้อย่างต่ำ 5% แต่ในภาพความเป็นจริงแล้วดูเหมือนว่าจะยิ่งแย่ลงไปอีก ทำให้บริษัทเอเยนซี่โฆษณาต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับวิกฤตโลกครั้งใหญ่ ทั้งปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ เร่งหาลูกค้าใหม่เข้ามาเสริมฐานเดิมที่มีอยู่ ฯลฯ
สำหรับบริษัทสปาฯนั้นนายกิตติกล่าวว่า บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างองค์กรให้เป็นองค์กรขนาดเล็ก มีความคล่องตัวสูง หาลูกค้าใหม่เข้ามาเสริมฐานเดิมที่มีอยู่แล้ว รวมทั้งพัฒนาบุคลากรเพื่อรับมือกับภาวะการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ทุกวัน โดยเฉพาะโครงการสร้างคนรุ่นใหม่หรือ New Generation ให้มีความพร้อมต่อการแข่งขัน และช่วยให้บริษัทสามารถยืนหยัดอยู่ในธุรกิจโฆษณาในวันนี้และในอนาคตได้อย่างมั่นคง
"วันนี้นโยบายสร้างคนรุ่นใหม่ของเราเริ่มเห็นผลชัดเจนในบทบาทการขับเคลื่อนองค์กร มีทีมเวิร์กที่แข็งแกร่ง เกิดวัฒนธรรมใหม่ในการทำงาน สิ่งที่ผมคิดไม่ใช่สิ่งที่ ถูกต้องอีกต่อไป"
วิกฤตทางเศรษฐกิจทำให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กลยุทธ์และโมเดลการสื่อสารต่างๆ จำเป็นต้องเปลี่ยนไป เกิดการผสมผสานของการใช้สื่อ (communication mix) เพื่อกระจายสื่อให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุดในการใช้เงิน ที่สำคัญ ผู้บริโภคในอนาคตฉลาดขึ้น กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดทุกรูปแบบจะทำแบบเดิมและคิดแบบเก่าอีกต่อไปไม่ได้ เนื่องจาก ผู้บริโภคยุคใหม่รู้ทันหมดแล้ว
ดังนั้นผู้นำองค์กรต้องเปลี่ยนแนวคิด มุมมองในการบริหารจัดการอย่างหนัก และ ผู้บริหารที่ดีก็จะต้องบริหารการเปลี่ยน แปลงได้ดีด้วย ทั้งบริหารการเปลี่ยนแปลงการใช้เงิน บริหารการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคเป้าหมาย และต้องรู้จักสร้างโมเดลใหม่ๆ ในการบริหารจัดการที่เหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังเชื่อว่าทุกกระบวนการสื่อสารที่ออกมาจะเริ่มเป็นภาพการทำเทเลอร์เมดหรือทำเพื่อเจาะเข้าหาผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มอย่างแท้จริง
นายกิตติยังกล่าวถึงผลดำเนินงานของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาด้วยว่า รายได้รวมเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ แต่สำหรับครึ่งปีหลังนี้ยังยากที่จะคาดการณ์ เพราะภาพรวมเศรษฐกิจทั้งระบบค่อนข้างแย่ แม้ว่าไตรมาสสามที่ผ่านมาจะโฟกัสในเรื่องการตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างหนักแล้วก็ตาม เนื่องจากเจ้าของสินค้าต่างๆ ยังไม่เชื่อมั่นในกำลังซื้อของผู้บริโภค |