Performancing Metrics

เว็บการตลาดยอดนิยม : WiseKnow.Com - การเมืองต้อนศก.ไทยจ่อปากเหว ธุรกิจ-ท่องเที่ยวหมดลุ้นไตรมาส4
การเมืองต้อนศก.ไทยจ่อปากเหว ธุรกิจ-ท่องเที่ยวหมดลุ้นไตรมาส4 PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 2
แย่มากดีมาก 
พฤหัสบดี, 09 ตุลาคม 2008
การเมืองต้อนศก.ไทยจ่อปากเหว ธุรกิจ-ท่องเที่ยวหมดลุ้นไตรมาส4


เศรษฐกิจไทยติดหล่มลึก รับศึกผลกระทบวิกฤตสหรัฐ แถมการเมืองจลาจลซ้ำอีกดอก โอกาสลุ้นไตรมาส 4 วูบสนิท หวั่นซึมยาวแน่ถึงปีหน้า งานแสดงสินค้า ประชุมนานาชาติทั้งธุรกิจไอที-อสังหาฯเลื่อนยาว เอกชนเสียดายโอกาสประเทศไทย ภาคท่องเที่ยวโดนหางเลขตัวเลขหด 30-40% ตลาดทุนทำใจเจอขาลงตลอด หอการค้าต่างประเทศยังลุ้นหลีกเลี่ยงความรุนแรง ประเทศไทยยังน่าลงทุน


ท่ามกลางวิกฤตสถาบันการเงินในสหรัฐอเมริกาที่กำลังลามกลายเป็นหายนะทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของโลก รัฐบาลทุกประเทศกำลังเฝ้าจับตาและป้องกันตัวเองให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด แต่ดูเหมือนประเทศไทยชั่วโมงนี้ปัญหาการเมืองได้กลายเป็นตัวผลักให้ประเทศชาติเดินไปสู่ปากเหว

จากปัญหาความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทั้งนี้ การเผชิญหน้าครั้งล่าสุดที่นำไปสู่ความรุนแรงและการสูญเสียชีวิตร่างกาย เกิดขึ้นหลังจาก พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯยอมให้ตำรวจควบคุมตัวตามหมายจับ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม จุดเปลี่ยนดังกล่าวได้นำไปสู่การระดมพลครั้งใหญ่ของพันธมิตรฯเพื่อยึดสภาในวันแถลงนโยบายของรัฐบาล วันที่ 7 ตุลาคม

สถานการณ์ตลอดวันที่ 7 ต.ค.ดำเนินไปอย่างสับสน มีการปะทะกันระหว่างกำลังพันธมิตรฯและกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ระดมยิงแก๊สน้ำตา จนมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก เหตุการณ์ได้ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ปิดล้อมสภา

จากนั้นไม่นานพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกฯได้ยื่นใบลาออก ขณะที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯประกาศ ให้รัฐบาลยุบสภา ภายใน 18.00 น. นับจากนั้น บรรยากาศการเมืองไทยได้ตกอยู่ในความไม่แน่นอน

ผลกระทบจากทั้งปัจจัยภายนอกและความวุ่นวายทางการเมืองไทยทำให้ความหวังของภาคธุรกิจที่จะอาศัยโอกาสในช่วงไตรมาสที่ 4 เพื่อจัดกิจกรรม สร้างความคึกคัก สร้างยอดขายสินค้า รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเพิ่มนั้น อาจไม่สามารถเป็นไปตามแผนที่วางไว้ หลายๆ ธุรกิจตัดสินใจเลื่อนกิจกรรมออกไป และยังมีความกังวลต่อเนื่องว่า ภาวะเศรษฐกิจจะซบเซาต่อเนื่องไปถึงปี 2552

ไอที-อสังหาฯทำใจ "เสียโอกาส"

นอกจากจะมีรายงานจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ระบุถึงวิกฤตการเงินของสหรัฐต่อการส่งออกของไทยว่า สินค้าส่งออกหมวดอุตสาหกรรรมของไทยได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินของสหรัฐมาตั้งแต่ปี 2550 โดยมีมูลค่าหดตัว 1.8% ซึ่งเป็นสัญญาณผลกระทบจากภาย นอกแล้ว สถานการณ์การเมืองยังทำให้ภาคธุรกิจต้องหยุด ยกเลิก หรือเลื่อนการจัดงานในหลายๆ รูปแบบออกไป

นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ จำกัด กล่าวว่า ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองในบ้านเราส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอย่างแน่นอน เช่นในช่วงที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ต้องยกเลิกการจัดงานในเมืองไทย ซึ่งเป็นงานใหญ่มากไปถึง 2 งาน งานแรกเป็น "เวิรลด์ไวด์ อินโนเวทีฟ ทีชเชอร์" ซึ่งเดิมจะจัดในเดือน พ.ย.นี้ เป็นงานที่เชิญอาจารย์จากทั่วโลกมาดูเทคโนโลยีทางการศึกษาในเมืองไทย แต่ต้องยกเลิกไปจัดที่ฮ่องกงแทน อีกงานเป็น "มีตติ้ง พาร์ตเนอร์" เท่ากับประเทศสูญเสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย

สำหรับตลาดไอทีในไตรมาสที่ 4 ถือเป็นช่วงไฮซีซั่น ทั้งยังมีงานเทรดโชว์อีก 2 งานใหญ่ จึงน่าจะช่วยกระตุ้นตลาดได้บ้าง แต่ต้องยอมรับว่าในภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจ และการเมืองที่ไม่แน่นอน และไม่รู้ว่าจะยืดเยื้อไปถึงไหน ส่งผลกระทบต่อธุรกิจแน่ โดยในเบื้องต้นอาจมีการชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์ ซึ่งในสายตานักธุรกิจ แม้การเมืองจะเป็นปัจจัยแวดล้อม แต่ถ้าการเมืองนิ่งจะดีกว่า

นายโอภาส ศรีพยัคฒ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นถือเป็นการซ้ำเติมให้ทุกอย่างเลวร้ายมากขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อธุรกิจอสังหาฯ ที่มีผลต่อจิตวิทยา ผู้บริโภคในแง่ชะลอการตัดสินใจซื้อบ้านออกไป เพราะรู้สึกไม่มั่นใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะบานปลายไปมากกว่านี้หรือไม่

"ถ้าไม่ยืดเยื้อความเสียหายอาจมีไม่มากและอาจปรับตัวได้เร็วขึ้น แต่หากยืดเยื้ออาจกระทบต่อมู้ดการซื้อบ้านภายในงานไทยแลนด์ คอนโด เอ็กซ์โป 2008 ที่จะจัดขึ้นในปลายเดือนตุลาคมนี้แน่นอน"

นักท่องเที่ยววูบ 30%

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า จะไม่มองข้าม ไม่โกหก และต้องใส่ใจสภาพความเป็นจริงขณะนี้ที่ส่งผลรุนแรง กับการท่องเที่ยวภาพรวม ทั้งที่เพิ่งจะผ่านเรื่องร้ายๆ ไปได้ไม่กี่สัปดาห์หลังยกเลิกประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในภาวะฉุกเฉิน ก็มาต่อด้วยเรื่องนี้ผนวกกับเศรษฐกิจโลกย่ำแย่อยู่แล้ว ทุกปัจจัยจึงโยงกันไปหมด แต่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด โดยวันที่ 8 ตุลาคมนี้ จะไปต้อนรับคณะแฟมทริป 40 ประเทศ จากนั้นก็นำผู้เดินทางมาทั้งหมดออกไปจังหวัดท่องเที่ยว พุ่งเป้าให้ข้อมูลความจริงเกี่ยวกับเมืองท่องเที่ยวทุกแห่งล้วนมีความสงบพร้อมรับนักท่องเที่ยวทุกคน ปัญหาความรุนแรงที่เผยแพร่ไปทั่วโลกจำกัดพื้นที่อยู่เฉพาะในกรุงเทพฯเท่านั้น

นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผู้โดยสารนสายการบินนานาชาติที่ใช้บริการสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิตั้งแต่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา หายไป 1 ใน 3 หรือประมาณ 40,000 คน/วัน อยู่แล้ว เพิ่งจะมาฟื้นกลับมาได้ไม่ถึงเดือน เหตุการณ์ความวุ่นวายอีกครั้งใหม่นี้จะทำให้ผู้โดยสารลดลงอีก 10% หรือประมาณ 12,000 คน/วัน ซึ่งจะส่งผลลามไปถึงธุรกิจบริการต่อเนื่องทั้งธุรกิจการขนส่ง บริการเช่ารถลิมูซีน แท็กซี่ รถตู้ รถบัส โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร กระทบไปด้วยกันทั้งหมด

นายอภิชาติ สังฆะอารี นายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (แอตต้า) ดูแลสมาชิกบริษัทนำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย กล่าวว่า ความวุ่นวายภายในประเทศปะทุขึ้นอีกครั้งจะส่งผลกระทบรุนแรงกับตลาดท่องเที่ยวประเทศแน่นอน โดยกลุ่มเดินทางอิสระ (FIT) ที่มีพฤติกรรมซื้อแล้วเดินทางทันทีโดยไม่ได้จ่ายเงินซื้อแพ็กเกจล่วงหน้าลูกค้ากลุ่มนี้พร้อมยกเลิกการเดินทางทันทีซึ่งมีประมาณ 30-40% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด

เหตุการณ์นี้ยังจะมีแรงกระเพื่อมต่อเนื่องเพราะเกิดช่วงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีงานใหญ่ ระหว่าง 7-10 ตุลาคมนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ลงทุนจัดเมกะแฟมทริปออกค่าใช้จ่ายเชิญชวนตัวแทนบริษัทจัดนำเที่ยวและสื่อมวลชนจากทั่วโลก 40 ประเทศ 1,030 คน เข้ามาสำรวจ สถานที่ท่องเที่ยวและดูงานด้านความสงบปลอดภัย แต่พอปัญหาบานปลายขนาดนี้ก็อาจจะไม่เป็นผลดีนัก

กบข.ชี้กระทบลงทุนยาว

นายวิสิฐ ตันติสุนทร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวว่า ตอนนี้ปัจจัยทางการเมืองเข้ามามีน้ำหนักเท่ากับวิกฤตการเงินที่กำลังลุกลามใน ยุโรป โดยเห็นว่าส่งผลกระทบต่อความกังวลที่ทำให้เกิดการตัดสินใจชะลอการลงทุนได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วหาก มีข่าวดีจากต่างประเทศตลาดหุ้นไทยน่าจะปรับขึ้นได้ เพราะพี/อีก็ต่ำเมื่อเทียบมาตรฐานโลก

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ยังมั่นใจว่าปัญหาทางการเมืองของไทยมีโอกาสที่จะคลี่คลายในทางที่ดีได้ รวมทั้งยังไม่น่าจะเกิดความรุนแรงจนไปถึงการก่อปฏิวัติ เพียงแต่มาตรการสลายม็อบ ของรัฐบาลทำให้เกิดความตื่นตระหนก จนกระทบต่อการลงทุนในตลาดหุ้น ทั้งนี้เชื่อว่าน้ำหนักส่วนใหญ่ไปอยู่ที่การแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินในยุโรปที่ล่าช้าและไม่ตรงเป้าเท่ากับอเมริกา จึงทำให้มีแรงเทขายไปทั่วตลาดเอเชีย

ขณะเดียวกันปัญหาตลาดหุ้นปรับตัวลดลงแรงในช่วงที่ผ่านมาจนทำให้หุ้นเก็งกำไรบางตัวเจอมาตรการบังคับขาย ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบไปถึงสถานะทางการเงินธุรกิจโบรกเกอร์ และมั่นใจว่าโบรกเกอร์สามารถรองรับได้ เนื่องจากสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ทั้งอุตสาหกรรมเฉลี่ยอยู่ที่ 2 เท่า ซึ่งถือว่าน้อย และทาง ก.ล.ต.ก็มีการควบคุมให้โบรกเกอร์ตั้งหลักประกันขั้นต่ำให้สูงขึ้นตั้งแต่ปี 2550 แล้ว

หอฯต่างประเทศยังมั่นใจเศรษฐกิจไทย

นายนันเดอร์ จี.วอนเดอร์ ลูเฮ ประธานหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย (JFCCT) กล่าวถึงสถานการณ์การทางเมืองไทยที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้งหน้าอาคารรัฐสภาเมื่อเช้าวันที่ 7 ต.ค.ว่า ยิ่งทำให้โอกาสของการไกล่เกลี่ยเจรจากันระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมีน้อยลงไปอีก หรืออาจต้องยุติไปเลยด้วยซ้ำ เหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในวันนี้ (7 ต.ค.) ขณะที่ทั่วโลกกำลังประสบกับปัญหาจากตลาดทุน ตลาดเงินที่ผันผวนอย่างหนัก ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกปั่นป่วน ไทยจึงมีทั้งปัญหาภายในและภาคนอกที่ท้าทายให้ต้องเร่งจัดการ

นายสเตฟาน เบอร์คเลอ ผู้อำนวยการบริหาร หอการค้าเยอรมัน-ไทย กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการชุมนุมทาง การเมือง ซึ่งในประเทศที่มีความเป็น ประชาธิปไตยย่อมมีการชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้นอยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นในเยอรมนี ฝรั่งเศส แคนาดา หรือสหรัฐอเมริกา ดังนั้นสำหรับประเทศที่มีวุฒิภาวะทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแล้ว ต่างเห็นว่าการชุมนุมทางการเมืองเป็นเรื่องธรรมดา แต่ในกรณีการชุมนุมที่บานปลายเป็นความรุนแรง ก็เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

ส่วนคำถามว่า ความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ขณะที่เกิดความผันผวนในตลาดการเงินโลกนั้นอาจยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยให้ตกลงไปอีกหรือไม่ นายเบอร์คเลอระบุว่า เศรษฐกิจไทยยังสามารถเดินต่อไปได้ เนื่องจากธุรกิจไทยเคยมีบทเรียนจากวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 มาแล้ว ดังนั้นถึงวันนี้ธุรกิจไทยจึงมีความมั่นคงและมีเกราะป้องกันมากพอสำหรับฝ่าฟันความผันผวนในปัจจุบัน
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

ค้นหาทุกข่าวใน WiseKnow

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

 Donate

Login

Workflows

เลือกฟีดข่าวที่ต้องการ

เมนูหลัก

Home
News
Section
Blog
Gallery
Links
News Feeds
Contact Us