Performancing Metrics

เว็บการตลาดยอดนิยม : WiseKnow.Com - พฤติกรรมชาว "เน็ต" ที่เปลี่ยนไป hi5 เข้ามาแย่งเวลาปิดโอกาสเว็บไทย
พฤติกรรมชาว "เน็ต" ที่เปลี่ยนไป hi5 เข้ามาแย่งเวลาปิดโอกาสเว็บไทย PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
พฤหัสบดี, 16 ตุลาคม 2008

พฤติกรรมชาว "เน็ต" ที่เปลี่ยนไป hi5 เข้ามาแย่งเวลาปิดโอกาสเว็บไทย
ในยุคที่อินเทอร์เน็ตรุกคืบเข้ามามีบทบาทจนทำให้หลายคนอาจอยู่ในอาการทนไม่ได้ถ้าโลกนี้ไม่มี อินเทอร์เน็ต

ปี 2550 ประเทศไทยมีอัตราการใช้ อินเทอร์เน็ตต่อประชากร (internet peneration rate) อยู่ที่ 20.5% คิดเป็นจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 13.4 ล้านคน และคาดว่าปีนี้จะมีการเติบโต 15-20% หรือประมาณ 15-16 ล้านคน


เมื่อเทียบอัตราการใช้อินเทอร์เน็ตต่อประชากรปี 2550 ในกลุ่มประเทศอาเซียน พบว่าประเทศไทยมีอัตราการใช้ต่ำกว่าประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีสัดส่วน 59.0% และเวียดนามอยู่ที่ 23.4% อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทยต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน แต่อีกด้านก็แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีโอกาสในการเติบโตการใช้อินเทอร์เน็ตของคนในพื้นที่ต่างๆ ได้อีกมาก

ทั้งนี้เพื่อรวบรวมพฤติกรรมการใช้ อินเทอร์เน็ตของคนไทย เป็นฐานข้อมูลในการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่องศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ได้สำรวจกลุ่มผู้ใช้ อินเทอร์เน็ตในไทยปี 2551 เป็นปีที่ 9 โดยมีผู้ตอบแบบสอบถาม 14,809 คน และจากการที่บทบาทของสังคมออนไลน์ (social networking) ที่เพิ่มมากขึ้น การสำรวจครั้งนี้จึงนำเรื่อง "สังคมออนไลน์" มาเป็นคำถามพิเศษประจำปี

โดยเว็บไซต์สังคมออนไลน์ยอดนิยมที่คนไทยใช้มากที่สุดคือ hi5 (47.5%) รองลงมาได้แก่ wikipedia (14.4%) youtube (12.6%) และ myspace 3.8% ผลสำรวจระบุว่าปัจจัยหลักๆ ในการเลือกใช้เว็บสังคมออนไลน์มาจากความสะดวกในการใช้งาน และเป็นการใช้ตามเพื่อนๆ

 

 

รายงานของเนคเทคระบุว่า ผลกระทบประการหนึ่งจากสถานการณ์ในยุคที่ hi5 ได้รับความนิยม คือ การใช้งานบล็อกไทยและเว็บไซต์ที่ให้บริการไดอารี่สัญชาติไทยหลายๆ เว็บไซต์มีผู้ใช้งานลดลงอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งเจ้าของเว็บไซต์หลายรายเริ่มสร้างเว็บไซต์สังคมออนไลน์ของคนไทยขึ้น แต่กระแสตอบรับก็ยังไม่สามารถสู้กับเว็บไซต์สังคมออนไลน์จากต่างประเทศได้

ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เห็นว่าบริการเว็บไซต์สังคมออนไลน์มีผลดี (79.3%) และผลเสีย (20.7%) โดยประเด็นที่มองว่าจะเป็นผลเสียคือ สังคมออนไลน์ทำให้มีการหลอกลวงและก่ออาชญากรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น (41.9%) รองลงมาคือ เป็นแหล่งยั่วยุทางเพศ (38.5%) และทำให้การติดต่อสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในชีวิตจริงลดน้อยลง (18.2%)

แม้ว่าในโลกออนไลน์ต้องการอิสระและเสรีภาพของตัวเองสูง และขณะเดียวกันก็พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามต้องการให้มีการกำกับดูแลสังคมออนไลน์ถึง 66.8% โดยประเด็นหลักเพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของเยาวชน

ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รอง ผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวถึงผลสำรวจกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในปี 2551 พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีการใช้อินเทอร์เน็ตจากสถานที่ทำงานเพิ่มขึ้นมาก มีสัดส่วนอยู่ที่ 44.9% จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 38.6% ซึ่งอาจเป็นเพราะปัจจุบันบริษัทต่างๆ มีการติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตในองค์กรอย่างทั่วถึงมากขึ้น โดยการใช้อินเทอร์เน็ตจากที่ทำงานและที่บ้านนั้นมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยการใช้จากที่บ้านต่ำกว่าจากที่ทำงานเพียง 0.1% ขณะที่การใช้อินเทอร์เน็ตจากร้านเน็ตคาเฟ่มีสัดส่วนลดลง จาก 7.8% เหลือ 2.4%

และช่วงเวลาที่อินเทอร์เน็ตมากที่สุดอยู่ในช่วง 20.01-24.00 น. (29.3%)

กิจกรรมที่ทำบนอินเทอร์เน็ต ผู้ตอบแบบสอบถามปีนี้ยังคงระบุว่าการค้นหาข้อมูลเป็นกิจกรรมที่ทำบนอินเทอร์เน็ตมากที่สุด (31.4%) รองลงมาคือการรับส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (23.0%) และพบว่ากลุ่มอายุต่ำกว่า 20 ปีมีแนวโน้มการทำกิจกรรมด้านการบันเทิง

เช่น การสนทนาออนไลน์ เล่นเกมบนมือถือ และดาวน์โหลดเพลงมากกว่ากลุ่มอื่นๆ

สำหรับปัญหาที่พบจากการใช้อินเทอร์เน็ต ปัญหาเรื่องไวรัสยังคงเป็นปัญหาสำคัญอันดับหนึ่ง (64.4%) รองลงมาคือการมีแหล่งยั่วยุทางเพศโดยใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อ (60.6%) และการสื่อสารล่าช้า (56.2%) ซึ่ง 3 ลำดับแรกของปัญหายังเหมือนเดิม และปัญหาแหล่งยั่วยุทางเพศได้รับการสะท้อนปัญหามากขึ้น

วิธีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านเอดี เอสแอล (ADSL) มากที่สุด 43.5% รองลงมาคือผ่านคู่สายเช่าของที่ทำงานหรือสถาบันการศึกษา 25.1% ส่วนการเชื่อมต่อผ่านโมเด็ม dial up ลดลงจาก 14.3% เหลือ 10.3%

ขณะที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือเพิ่มมากขึ้นจาก 2.8% เป็น 7.1%

นอกจากนี้ผู้ตอบแบบสอบถามได้เสนอให้ภาครัฐกำหนดมาตรการการพัฒนา อินเทอร์เน็ต ได้แก่ ปัญหาเรื่องไวรัสและการรักษาความมั่นคงของเครือข่าย (40.0%) รองลงมาคือ การกระจายความทั่วถึงของบริการอินเทอร์เน็ต (33.4%) และการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารบนอินเทอร์เน็ต (28.8%)

แม้ว่าทุกฝ่ายจะยอมรับว่าสังคมออนไลน์มีผลดีหรือประโยชน์มากกว่าผลเสีย แต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะมองข้าม นางสาวภูมิจิต ศิระวงศ์ประเสริฐ ประธานชมรมผู้ประกอบการธุรกิจโฮสติ้ง กล่าวว่า แนวโน้มการ เติบโตของเว็บไซต์สังคมออนไลน์ยังมีอีกมาก และน่ากลัวเช่นกัน เพราะสังคม อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่เป็นสังคมของเด็ก ทำให้เด็กอาจะทำผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น เรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาต่างๆ เพราะเป็นการตัดสินใจและทำอะไรไปแบบเด็กๆ และผลกระทบที่เกิดจากสังคม ออนไลน์จะค่อนข้างมาก เพราะเทคโนโลยีทำให้สามารถเผยแพร่ออกไปได้เร็วและแรง ส่งผลให้การแก้ไขหรือป้องกันทำได้ยาก และตอนนี้ก็มีเว็บไซต์ social networking ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ รูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นจำนวนมากและไปเร็วเกินกว่าที่หน่วยงานภาครัฐจะเข้าไปดูแล

และนี่คือโลก (ออนไลน์) ที่หมุนเร็วกว่าที่หลายคนคาดคิด

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

ค้นหาทุกข่าวใน WiseKnow

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

 Donate

Login

Workflows

เลือกฟีดข่าวที่ต้องการ

เมนูหลัก

Home
News
Section
Blog
Gallery
Links
News Feeds
Contact Us