|
สมรภูมิโน้ตบุ๊กราคาประหยัดเดือด "เอเซอร์"ปั้นแบรนด์"อีแมชีน"เปิดเกมยึดตลาดล่าง |
|
|
|
|
จันทร์, 20 ตุลาคม 2008 |
ตลาดโน้ตบุ๊กราคาประหยัดเดือด "เอเซอร์" เดินกลยุทธ์ "มัลติแบรนด์" เจาะแต่ละเซ็กเมนต์ ประเดิมส่งแบรนด์ "อีแมชีน" ยึดกลุ่มลูกค้าที่เน้นความคุ้มค่า "สเป็กดี-ราคาถูก-ไม่สนดีไซน์" ตั้งเป้าขยายฐานกลุ่มลูกค้าโลว์เอนด์เพิ่ม 20% ฟาก "เดลล์-อัสซุส" ส่งโน้ตบุ๊กไฟติ้งโมเดล ราคา 15,900-17,900 บาท ตอบโจทย์ภาวะเศรษฐกิจซบ พร้อมขยายฐานตลาดต่างจังหวัด
นายนิธิพัทธ์ ประวีฟณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากนโยบายของบริษัทที่ต้องการจะพัฒนาไปสู่ความเป็นมัลติแบรนด์ จึงมีกลยุทธ์โปรดักต์แบรนด์เพื่อสร้างความชัดเจนของแต่ละเซ็กเมนต์ ล่าสุดบริษัท จึงได้เปิดตัวคอมพิวเตอร์แบรนด์ใหม่ "emachines" ที่เอเซอร์ได้ซื้อกิจการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นไฟติ้งโมเดล และเน้นผู้ใช้กลุ่มเอ็นทรีเป็นหลัก
ขณะที่สินค้าตระกูลเอเซอร์แอสไปร์ที่กำลังทำตลาดอยู่ในปัจจุบัน ในอนาคตมีแผนจะขยับขึ้นเพื่อโฟกัสกลุ่มลูกค้าระดับกลางขึ้นไปแทน
โดยเหตุผลที่ต้องนำแบรนด์ใหม่เข้ามาทำตลาด เพราะจากเดิมแบรนด์เอเซอร์ ค่อนข้างจะกว้าง รองรับทุกเซ็กเมนต์ ทำให้มีความหลากหลายและไม่ชัดเจน
ขณะเดียวกันช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาเอเซอร์ได้มีการควบรวมกิจการบริษัทต่างๆ มีสินค้าจำนวนมากและหลากหลาย ปัจจุบันจึงเริ่มเห็นสินค้าของแต่ละแบรนด์ทยอยออกสู่ตลาด และคาดว่าน่าจะเริ่มเห็นทิศทางที่ชัดเจนขึ้นประมาณปีหน้า
ทั้งนี้ที่ผ่านมา เอเซอร์ได้เทกโอเวอร์บริษัท แพคการ์ดเบลล์, เกตเวย์ และอีแมชีน ทำให้ขณะนี้เอเซอร์มีเทคโนโลยีและแบรนด์เพื่อรองรับการทำตลาดในแต่ละเซ็กเมนต์
ด้านนายบุญชัย เงาวิศิษฎ์กุล ผู้จัดการอาวุโสกลุ่มผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ ซิสเต็มส์ บริษัท เอเซอร์ฯ กล่าวว่า แบรนด์อีแมชีนจะโพซิชั่นที่ตลาดระดับราคาตั้งแต่ 10,000-30,000 บาท เจาะกลุ่มผู้ใช้งานที่เน้นเรื่องราคา
โดยมองที่สเป็กเครื่องและความคุ้มค่า ไม่เน้นเรื่องดีไซน์มากนัก โดยเบื้องต้นที่ทำตลาดมีพีซีเดสก์ทอป 1 รุ่น ราคาเริ่มต้น 12,900 บาท (ไม่รวมจอ) และโน้ตบุ๊กขนาด 14 นิ้ว อินเทล เพนเทียม ดูโอคอร์ ราคา 18,900 บาท โดยได้เปิดตัวครั้งแรกในงานคอมเวิลด์ระหว่าง 16-19 ตุลาคมศกนี้
โดยในช่วงปีนี้จะเน้นสร้างความรู้ให้กับตลาด เพื่อให้ดีลเลอร์และลูกค้ารู้จักว่า แบรนด์ "emachines" อยู่ภายใต้การดำเนินการของเอเซอร์ จึงยังไม่เน้นยอดขายมากนัก แต่ปีหน้าจะเริ่มมีสินค้ารุ่นใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดเพิ่มเติมพร้อมกับรุกตลาดหนักขึ้น
ทั้งนี้ เอเซอร์ตั้งเป้ายอดขายสินค้า แบรนด์ "emachines" จะช่วยขยายฐานสินค้ากลุ่มเอ็นทรีของเอเซอร์เพิ่มขึ้น 20% จากปัจจุบันที่สร้างรายได้เป็นสัดส่วนประมาณ 40% ของรายได้ในกลุ่มธุรกิจคอมพิวเตอร์ของเอเซอร์
"อีแมชีนจะไม่เข้ามาทับไลน์กับโน้ตบุ๊กรุ่นโลว์เอนด์ของเอเซอร์ที่ทำตลาดอยู่เพราะมีกลุ่มเป้าหมายต่างกัน โดยเอเซอร์ แอสไปร์ จะเน้นกลุ่มคอนซูเมอร์ไลฟ์สไตล์ ความสนุกสนาน และวัยรุ่น ส่วนอีแมชีนจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่เน้นความคุ้มค่าในการใช้งาน ไม่เน้นด้านการดีไซน์"
โดยปัจจุบันคอมพิวเตอร์แบรนด์ "emachines" ทำตลาดอยู่ในประเทศสหรัฐ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เป็นต้น
ทั้งนี้ที่ผ่านมา เอเซอร์ กรุ๊ป ได้ เทกโอเวอร์บริษัท แพคการ์ดเบลล์, เกตเวย์ และอีแมชีน จนทำให้ขึ้นมามีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 3 ของโลก
นายนิธิพัฒน์ยังกล่าวอีกว่า จากสภาพตลาดในปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ ทำให้คนหันมาซื้อสินค้ากลุ่มโลว์เอนด์มากขึ้น จากเดิมราคาสินค้าที่ขายดีอยู่ในช่วง 2.5-3 หมื่นบาท ปัจจุบันรุ่นที่ขายดีจะไม่เกิน 2.5 หมื่นบาท เพราะแพลตฟอร์มสินค้ามีมากขึ้น ราคาสินค้าและเทคโนโลยีมีการปรับลงเพื่อเหมาะกับการใช้งานมากขึ้น
ประกอบกับปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจึงคาดว่าแบรนด์อีแมชีนจะเข้ามาช่วยตอบโจทย์ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันด้วย
ด้านนายพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากนโยบายของบริษัทที่ต้องการขยายฐานลูกค้าไปต่างจังหวัดมากขึ้น ล่าสุดบริษัทได้ส่งโน้ตบุ๊กรุ่น F8 ขนาด 14 นิ้ว Celelon N220 ราคาเพียง 17,900 บาท ลงตลาด เป็นรุ่นที่ผลิตขึ้นมาเพื่อรองรับตลาดต่างจังหวัดโดยเฉพาะ และเป็นไฟติ้งโมเดลของอัสซุส โดยปัจจุบัน อัสซุสมีรายได้จากรุ่นเอ็นทรี หรือประมาณ 35-40%
"เดิมอัสซุสเน้นตลาดที่ กทม.และหัวเมืองใหญ่ ราคาสินค้าประมาณ 3-5 หมื่นบาท แต่เมื่อมีแผนที่จะขยายไปยังหัวเมืองเล็กๆ มากขึ้นเพื่อขยายตลาด และต้องการเจาะตลาดกลุ่มผู้ซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องแรก ซึ่งส่วนใหญ่จะมีกำลังซื้อไม่เกิน 2.5 หมื่นบาท ทำให้อัสซุสจึงนำโมเดลนี้มาจำหน่าย"
ด้านนายกฤตวิทย์ กฤตยเรืองโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดคอนซูเมอร์ บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เนื่องจากเดลล์ต้องการขยายฐานลูกค้ามากขึ้น นอกจากกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบน
ล่าสุดในงานคอมเวิลด์ เดลล์จึงได้นำโน้ตบุ๊ก Inspiron 1410 ขนาด 14 นิ้ว อินเทล เซลเลอลอน ระบบปฏิบัติการอูบันตู มาจำหน่ายในราคาเพียง 15,900 บาท
โดยเปิดตัวและจำหน่ายภายในงานเป็นครั้งแรก พร้อมฟรีแรม 1GB เพื่อเจาะกลุ่ม ผู้ใช้งานครั้งแรก เพราะจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้มีคนจำนวนหนึ่งซึ่งมีความอ่อนไหวด้านราคา แต่ยังต้องการสินค้ารุ่นใหม่อยู่เดลล์จึงต้องมีสินค้ามาตอบโจทย์ จากปกติเดลล์มีรุ่นเอ็นทรีราคาต่ำสุดประมาณ 2.1 หมื่นบาทเท่านั้น
ทั้งนี้หลังหมดงานคอมเวิลด์อาจจะมีการปรับเปลี่ยนราคาอีกครั้ง |