|
"อีแมชีน" เกม "มัลติแบรนด์"ของเอเซอร์ |
|
|
|
|
พฤหัสบดี, 23 ตุลาคม 2008 |
แม้ว่าจะเป็นผู้เล่นในตลาดพีซี จากฝั่งเอเชีย แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง "เอเซอร์" ก็สามารถยึดครองตลาดคอมพิวเตอร์พร้อมกับผงาดเป็นเบอร์ 3 ของโลกได้ ขณะเดียวกันยังทุ่มเงินในกระเป๋าเพื่อซื้อบริษัท "gateway" ผู้ผลิต พีซีสัญชาติมะกันผู้มีแบรนด์เกตเวย์, แพคการ์ด-เบลล์ และอีแมชีนอยู่ในมือ
เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เอเซอร์ได้ประกาศกลยุทธ์ "มัลติแบรนด์" ในการทำตลาดทั่วโลก เพื่อโฟกัสแต่ละเซ็กเมนต์และจัดโพซิชั่นของสินค้าให้มีความชัดเจนขึ้น
และเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา เอเซอร์ก็ได้นำคอมพิวเตอร์แบรนด์ "อีแมชีน" เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยเป็นครั้งแรก ภายใต้คอนเซ็ปต์ "economy PC" แก่กลุ่มผู้ใช้งานที่เน้นเรื่องฟังก์ชันการทำงานเป็นหลัก ไม่เน้นดีไซน์มากนัก และต้องการราคาที่สมเหตุสมผล เพราะอีแมชีนจะเสนอราคาต่ำกว่ารุ่นแอสไปร์ประมาณ 10% แต่ผู้ใช้งานยังได้รับบริการจากเอเซอร์
"นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ" ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด อธิบายว่า การที่ เอเซอร์ใช้กลยุทธ์มัลติแบรนด์ เพราะ ถึงเวลาที่อุตสาหกรรมไอทีต้องโตขึ้น และหากเอเซอร์ต้องการที่จะโตขึ้นอีกก็จำเป็น ที่จะต้องหากลยุทธ์ใหม่ๆ เข้ามาเสริม บวกกับเอเซอร์มีการควบรวมบริษัทใหม่ๆ เข้ามา ทำให้ต้องมีการปรับทิศทางเพื่อให้มีสินค้าที่ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์
สำหรับโพซิชั่นของ "อีแมชีน" จะอยู่ในตลาดเอ็นทรี หรือเป็นไฟติ้งโมเดล เพื่อเจาะตลาดคนกำลังซื้อไม่สูง ขณะเดียวกันยังช่วยให้สามารถตัดสินใจวางขายตามโมเดิร์นเทรดได้ง่ายขึ้น หรือแม้แต่อนาคต หาก เอเซอร์ต้องการเล่นโปรโมชั่นแรงๆ ก็จะใช้แบรนด์นี้เป็นตัวนำในการทำตลาดเช่นกัน
ถือว่าเหมาะกับตลาดไทยและตลาดทั่วโลกในสภาวะปัจจุบันที่เศรษฐกิจทั่วโลกอยู่ในช่วงขาลง ขณะเดียวกันยังมีดีมานด์ของผู้ต้องการใช้พีซีอยู่เป็นจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้งานครั้งแรก
"บุญชัย เงาวิศิษฎ์กุล" ผู้จัดการอาวุโสกลุ่มคอนซูเมอร์ซิสเต็มโปรดักต์ของเอเซอร์กล่าวว่า การที่อีแมชีนสามารถทำราคาได้ เพราะใช้ช่องทางและโครงสร้างพื้นฐานของเอเซอร์มีอยู่เดิม ไม่ได้เสียค่าโอเปอเรชั่นเพิ่มเติม รวมถึงการผลิตที่เน้นหลัก economy of scale ทำให้สินค้ามีต้นทุนที่ถูกลงบวกกับที่ไม่เน้นการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ มาก แต่จะเน้นสื่อสาร ณ จุดขายเป็นหลัก ทำให้ราคาของอีแมชีนเป็นคอมพิวเตอร์ราคาประหยัดได้
"การเข้ามาของอีแมชีน น่าจะมาชนตลาดดีไอวาย (เครื่องประกอบ) หรือโลคอลแบรนด์มากกว่า ซึ่ง 2 ตลาดนี้มีส่วนแบ่งตลาดรวมประมาณ 50% เพราะเป็น กลุ่มที่ไม่ยึดติดเรื่องแบรนด์และต้องการสเป็กที่สามารถใช้งานได้จริง"
เบื้องต้นเอเซอร์นำอีแมชีนมาทำตลาด 2 รุ่น คือ พีซีตั้งโต๊ะ EL1700 ขนาด 8.5 ลิตร ซีพียู อินเทล เพนเทียม ดูอัล คอร์ราคา 13,500 บาท (ไม่รวมจอ) และโน้ตบุ๊ก eMD720 ขนาด 14 นิ้ว ซีพียู อินเทล เพนเทียม ดูอัลคอร์ ฮาร์ดดิสก์ 160 GB แรม 1024 MB รองรับไวไฟ ราคา 18,900 บาท ซึ่งในปีหน้าจะมีรุ่นใหม่ๆ มาเสริมไลน์มากขึ้น คาดว่าจะช่วยสร้างยอดขายตลาดล่างของเอเซอร์เพิ่มขึ้นประมาณ 20%
นอกจากนี้ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดของเอเซอร์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแบรนด์อื่นๆ ของเอเซอร์ที่มีอยู่ เช่น แพคการด์-เบลล์, เกตเวย์ หรือแม้แต่ แบรนด์เอเซอร์เองกำลังอยู่ในระหว่างการวางโพซิชั่นสินค้าและการปรับกลยุทธ์ของแต่ละแบรนด์ เพื่อสร้างความชัดเจนและไม่ให้เกิดการทับซ้อนกัน โดยคาดว่าปลายปีถึงต้นปีหน้าจะเริ่มเห็นความชัดเจนของแบรนด์ต่างๆ มากขึ้น |