|
เฮดจ์ฟันแห่ขายทองฉุดราคาแตะ600$คาดราคาในปท.เหลือบาทละหมื่น |
|
|
|
|
ศุกร์, 24 ตุลาคม 2008 |
|

ผู้นำเข้าทองรายใหญ่เตือนระมัดระวังลงทุนทองคำหลังเฮดจ์ฟันด์แห่ขายทุบราคาร่วง คาดมีสิทธิแตะ 600เหรียญ/ออนซ์ ฉุดราคาในปท.เหลือบาทละ10,000เศษ!+
สมาคมค้าทองคำประกาศหยุดขายทองแท่งเสาร์-อาทิตย์ อ้างราคาตลาดผันผวนหนักรับความเสี่ยงไม่ไหว หลังประชาชนแห่เข้าคิวซื้อทองคำบาทละ 12,500 บาท แน่นเยาวราช  | | แห่ซื้อ-ประชาชนจำนวนมากรอซื้อทองตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด | ตลอดช่วงสัปดาห์นี้ สถานการณ์ราคาทองในตลาดโลกประสบภาวะผันผวนอย่างหนัก เนื่องจากกองทุนเฮดจ์ฟันด์ได้เทขายทองคำจำนวนมากเพื่อนำเงินไปซื้อดอลลาร์สหรัฐเพื่อการลงทุน ทำให้ราคาทองในตลาดโลกปรับตัวลดลง จาก 800 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ไปอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 700 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ส่งผลให้ราคาทองคำภายในประเทศปรับตัวลดลง ในวันที่ 24 ตุลาคม ราคาทองคำปรับตัวลงเหลือรับซื้อบาทละ 12,400 บาท ขายออกบาทละ 12,500 บาท ปรากฏการณ์ประชาชนจำนวนมากแห่ไปเข้าแถวซื้อทองคำแท่งจากร้านค้าทองในย่านเยาวราชกันอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน ส่งผลทำให้ทองคำแท่งขาดตลาดจนร้านค้าทองต้องออกบัตรเข้าคิวซื้อทอง โดยจำกัดจำนวนซื้อไม่เกินรายละ 10-30 บาท ล่าสุด นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ต้องออกมาประกาศหยุดการขายทองคำในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ เป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์ราคาทองคำจะเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาผันผวนของราคาทองคำในช่วงนี้ นายไชยกิจ ตันติกาญจน์ ผู้จัดการห้างทองตั้งโต๊ะกัง เปิดเผยว่า ความจริงร้านค้าทองในต่างประเทศก็หยุดให้บริการในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์เหมือนกัน ส่วนนโยบายการปิดร้านค้าทองในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ดังกล่าวไม่ใช่มาตรการบังคับ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจและความสมัครใจของร้านค้าทองแต่ละรายเป็นหลัก สำหรับห้างทองตั้งโต๊ะกังจะยังคงเปิดให้บริการซื้อขายทองคำตามปกติในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ปัจจุบันลูกค้าหันมาซื้อทองคำแท่งเพื่อการลงทุนเพิ่มมากขึ้น จนทองคำแท่ง 96.5% ผลิตไม่พอขาย ทำให้บริษัทต้องหันมาขายทองคำแท่ง 99.99% เป็นหลัก โดยขายแพงกว่าทอง 96.5% แต่ให้ผลตอบแทนที่สูงด้วยเช่นกัน แหล่งข่าวจากสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ในช่วงนี้แม้ทองคำมีราคาถูก แต่ร้านทองส่วนใหญ่ไม่สามารถหาทองคำแท่งมาจำหน่ายได้ เพราะร้านทองส่วนใหญ่ต้องคำนวณต้นทุนเฉลี่ยที่สูงขึ้น ในช่วงที่ร้านทองต้องซื้อทองคำกลับคืน ยามที่ทองมีราคาแพง นอกจากนี้ ช่วงที่ผ่านมาตลาดทองคำมีปัญหาราคาผันผวนสูง ผู้นำเข้าทองคำแต่ละรายไม่กล้าเสี่ยงซื้อทองคำแท่งเป็นจำนวนมาก เพราะตลาดโลกมีปริมาณความต้องการทองคำแท่งเพิ่มมากขึ้น บริษัทผู้นำเข้าทองคำของไทย ต้องแบกรับความเสี่ยงสูงในการแข่งขันเสนอราคาเพื่อแย่งซื้อกับผู้ซื้อรายใหม่จำนวนมากในตลาดโลก เมื่อสั่งซื้อสินค้าได้ก็ต้องโอนจ่ายเงินล่วงหน้า ก่อนรอรับสินค้าใน 15 วันต่อมา หากครบวันสัญญาไม่สามารถนำทองคำมาส่งมอบให้ร้านค้าทองได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ก็ต้องแบกความเสี่ยงในการขาดทุนอย่างหนัก นายบุญเลิศ สิริภัทรวณิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออสสิริส จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายทองคำเพื่อการลงทุน ให้ความเห็นว่า ที่ผ่านมา ร้านค้าทองยึดราคา ขายทองในวันศุกร์ของสมาคมค้าทองคำเป็นเกณฑ์ในการกำหนดซื้อขายทองในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ปรากฏว่า ช่วงนี้ ราคาทองในตลาดโลกผันผวนสูงตลอดเวลา การหยุดขายทองในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์จช่วยลดความเสี่ยงในการขาดทุนได้มากกว่า จึงเป็นทางเลือกที่ร้านทองหลายแห่งนำมาใช้ในขณะนี้ ส่วนออสสิริส ตามปกติในช่วงวันเสาร์มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการไม่มาก แต่ช่วงที่ภาวะทองราคาถูกนี้ หากยังมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากกว่าปกติ ทางบริษัทก็คงต้องจำกัดปริมาณการซื้อและส่งมอบสินค้าภายใน 10-14 วันข้างหน้าแทน สำหรับแนวโน้มราคาทองคำ มีความเป็นไปได้ที่จะปรับตัวลดลงแตะที่ระดับ 600 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ในอนาคต เนื่องจากนักวิเคราะห์มองว่า ภาวการณ์ชะลอตัวทางเศรษฐกิจโลกในปี 2552 มีความเป็นไปได้ที่กลุ่มสินค้าเครื่องประดับ ซึ่งใช้ทองคำเป็นวัตถุดิบหลักจะลดปริมาณกำลังการบริโภคลง ดังนั้น ความเป็นไปได้ที่ราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลายปีนี้ จะเกิดได้น้อยลงกว่าทุกปี จึงขอแนะนำให้นักลงทุนหน้าใหม่ที่คิดจะซื้อทองคำราคาถูกเพื่อเก็งกำไรขายในช่วงปลายปีนี้ เพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน เพื่อความรอบคอบควรลงทุนเพียง 1 ใน 3 ของเงินทุนเท่านั้นเพื่อลดความเสี่ยงของการขาดทุนในอนาคต ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากราคาทองคำในตลาดโลกลดลงเหลือ600เหรียญ/ออนซ์จะทำให้ราคาขายทองคำในประเทศลดลงมาเหลือราคาประมาณบาทละ 10,000บาทเศษเท่านั้น |